ผ่าตัดใบหน้าชายให้เป็นหญิง (Facial Feminization Surgery, FFS)
ศัลยกรรมปรับรูปหน้าให้เป็นผู้หญิง (Facial Feminization Surgery, FFS) คือกลุ่มการผ่าตัดที่ออกแบบมาเพื่อลดความแข็งกร้าวของใบหน้าและปรับรายละเอียดให้ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น อาจเป็นการผ่าตัดเพียงจุดเดียว หรือหลายจุดร่วมกันเพื่อปรับทั้งโครงกระดูกและเนื้อเยื่อ ให้ใบหน้าดูเล็กลง เรียบเนียนขึ้น และดูอ่อนวัยขึ้น
สำหรับหญิงข้ามเพศหลายคน FFS เป็นส่วนสำคัญของการข้ามเพศ การมีใบหน้าที่สอดคล้องกับเพศที่ตัวเองเป็นช่วยเพิ่มความมั่นใจและลดความเครียดในการเข้าสังคมได้อย่างชัดเจน ทำให้ใช้ชีวิตได้เป็นตัวเองมากขึ้น และลดโอกาสถูกเรียกผิดเพศหรือถูกเลือกปฏิบัติ
เส้นทางของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แผนการผ่าตัดจึงต้องออกแบบตามโครงหน้าและเป้าหมายของแต่ละบุคคล เป้าหมายคือความเป็นผู้หญิงที่ดูเป็นธรรมชาติ แม้การจำลองภาพด้วยคอมพิวเตอร์จะช่วยให้เห็นแนวทางได้ แต่สิ่งที่กำหนดผลลัพธ์จริงคือฝีมือและประสบการณ์ของแพทย์
แนวทางการวางแผนของโรงพยาบาลกมล
เราประเมินใบหน้าทั้งใบเป็นภาพรวม โดยพิจารณา
- สัดส่วนใบหน้า: แบ่งใบหน้าเป็น 3 ส่วนเท่ากันในแนวตั้ง (บน กลาง ล่าง) และ 5 ส่วนเท่ากันจากซ้ายไปขวา เพื่อดูความสมดุล
- องค์ประกอบบนใบหน้า: ความกลมกลืนระหว่างดวงตา คิ้ว จมูก ปาก และโหนกแก้ม
- กรอบใบหน้า: แนวไรผม โหนกแก้ม กรอบกราม และคาง เพื่อสร้างกรอบหน้าแบบผู้หญิง
- โครงกระดูกและเนื้อเยื่อ: ความสมดุลระหว่างกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อน เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
- คุณภาพผิว: ความสดใส ความกระชับ และความยืดหยุ่นของผิว
8 จุดของการปรับใบหน้าให้เป็นผู้หญิง
จัดกลุ่มตามโครงสร้างใบหน้า 3 ส่วน
- ใบหน้าส่วนบน: หน้าผากและคิ้ว
- ใบหน้าส่วนกลาง: ดวงตา จมูก โหนกแก้ม
- ใบหน้าส่วนล่าง: ริมฝีปาก กรอบกราม คาง และลูกกระเดือก
1. หน้าผาก
หน้าผากกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของใบหน้าส่วนบน และเป็นจุดที่คนใช้แยกเพศโดยไม่รู้ตัวมากกว่าส่วนอื่น ความต่างหลักมี 3 อย่าง
- หน้าผากเพศชายกว้างและสูงกว่า
- หน้าผากเพศชายมีสันกระดูกเหนือเบ้าตา (brow bossing) ขณะที่หน้าผากเพศหญิงเรียบเนียนกว่า
- หน้าผากเพศชายลาดถอยไปด้านหลัง ส่วนเพศหญิงตั้งตรงและโค้งมนกว่า
การผ่าตัดที่แนะนำเพื่อสร้างหน้าผากแบบผู้หญิง
- การผ่าตัดกรอกระดูกหน้าผาก (ดูเพิ่มเติม)
- การผ่าตัดเสริมหน้าผาก (ดูเพิ่มเติม)
- การผ่าตัดดึงไรผม (ดูเพิ่มเติม)
- การผ่าตัดปลูกผมแบบผู้หญิง (ดูเพิ่มเติม)
ทีมแพทย์ของเรามี 3 เทคนิคในการปรับรูปหน้าผาก
- กรอหน้าผาก (ดูเพิ่มเติม)
- กรอหน้าผาก ร่วมกับ การเสริมหน้าผาก (ดูเพิ่มเติม)
- ผ่าตัดยุบหน้าผาก (ดูเพิ่มเติม)
วัสดุที่ใช้เสริมหน้าผากมีดังนี้
- แผ่น ePTFE
- ฉีดไขมัน
- แผ่นซิลิโคน
- PMMA วัสดุที่ออกแบบมาให้พอดีกับบริเวณที่ต้องการเสริม
2. การผ่าตัดโหนกคิ้วให้เป็นแบบผู้หญิง
ความต่างหลักมี 2 อย่าง
- คิ้วเพศชายหนาและตรงกว่า ขณะที่คิ้วเพศหญิงเรียวและมักโก่งเป็นวง
- คิ้วเพศชายอยู่ต่ำใกล้ขอบเบ้าตา ขณะที่คิ้วเพศหญิงอยู่สูงกว่า
การผ่าตัดคิ้วให้เป็นคิ้วผู้หญิง โดยการผ่าตัดดึงคิ้วให้โก่งและสูงขึ้น (ดูเพิ่มเติม) ส่วนความหนาของคิ้วให้ตัดแต่งออก เพื่อให้ได้รูปทรงของคิ้วที่สวยงาม
3. การผ่าตัดแก้ไขจมูก
จมูกเป็นจุดกลางใบหน้าและเป็นตัวบ่งบอกเพศที่เห็นชัดที่สุดจุดหนึ่ง จมูกเพศชายมักกว้างและยาวกว่า สันจมูกโดดเด่น ขณะที่จมูกเพศหญิงแคบกว่า สั้นกว่า และมีเส้นโค้งนุ่มนวล เรามี 3 แนวทาง
- Reduction Rhinoplasty ปรับจมูกให้เป็นผู้หญิง โดยการลดขนาดจมูก เป็นการผ่าตัดจมูกด้วยการลดขนาดของสันจมูก ด้านข้างสันจมูก ปลายจมูก และปีกจมูก (ดูเพิ่มเติม)
- Augmentation Rhinoplasty ปรับจมูกให้เป็นผู้หญิง โดยการเพิ่มขนาดจมูก ด้วยการใช้วัสดุเสริม เช่น ePTFE, ซิลิโคน, กระดูกอ่อนหลังหู หรือกระดูกซี่โครง (ดูเพิ่มเติม)
- Combined technique of rhinoplasty เป็นการผ่าตัดร่วมกัน ระหว่างการลดขนาดบางส่วนกับการเพิ่มขนาดบางส่วน
4. การผ่าตัดโหนกแก้ม
โหนกแก้ม เป็นสิ่งสำคัญของใบหน้าโดยรวม ความแตกต่างระหว่างโหนกแก้มผู้ชายและโหนกแก้มผู้หญิง คือโหนกแก้มผู้หญิงจะโค้ง สวยงาม ทำให้ใบหน้าดูกลมกลืน เต็มอิ่ม แต่ขณะเดียวกันโหนกแก้มของผู้ชายจะต่ำแบน และเป็นมุม
เทคนิคการผ่าตัดโหนกแก้มให้เป็นผู้หญิง ของโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมลมี 3 วิธี ดังนี้
- เสริมโหนกแก้ม (ดูเพิ่มเติม)
- กรอโหนกแก้ม (ดูเพิ่มเติม)
- ยุบโหนกแก้ม (ดูเพิ่มเติม)
5. การศัลยกรรมตา
ดวงตาเป็นสิ่งสำคัญ ที่แสดงออกถึงอารมณ์และความรู้สึก ข้อแตกต่างระหว่างดวงตาของผู้ชายและผู้หญิง คือดวงตาของผู้ชายจะมีลักษณะลึกและแคบ กระดูกโหนกคิ้วสูงซึ่งแตกต่างจากผู้หญิงที่มีตากลมโตกว่า กว้างกว่า ดูสดใสกว่า
โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล มีวิธีผ่าตัดตาให้มีลักษณะเป็นผู้หญิง คือการผ่าตัดตาแบบแคทอาย ซึ่งเป็นการผ่าตัดตาที่ทำให้เปลือกตาบนเปิดกว้างขึ้น ทำให้หางตาชี้ขึ้น อาจดึงหางตาและหางคิ้วด้วย การทำแคทอายจะฉีดยาชาร่วมด้วย ใช้เวลาผ่าตัด 2-3 ชั่วโมง เย็บกล้ามเนื้อตาให้แคบลง แล้วเย็บหางตาให้สูงขึ้น ตัดหนังส่วนเกินออก แล้วเย็บเปลือกตา หลังผ่าตัด 5 วัน ตัดไหม คนไข้จะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และใช้ชีวิตตามปกติได้หลังผ่าตัด 7 วัน (ดูเพิ่มเติม)
6. การศัลยกรรมปาก
ปากเป็นสัญลักษณ์ของความเซ็กซี่ และความสวยงาม ความแตกต่างระหว่างริมฝีปากผู้ชายและริมฝีปากผู้หญิง คือ ริมฝีปากผู้หญิงจะเอิบอิ่ม เผยอเล็กน้อย มองเห็นฟัน ส่วนริมฝีปากผู้ชายจะบาง เป็นเส้นตรง และกว้าง โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล ผ่าตัดเปลี่ยนริมฝีปากให้เป็นผู้หญิง ดังนี้
- ยกริมฝีปากบน
- เสริมริมฝีปากให้ดูอิ่ม
- ลดขนาดริมฝีปาก เพื่อลดขนาด และแก้ไขรูปร่าง การทำริมฝีปากให้เป็นผู้หญิง (ดูเพิ่มเติม)
7. การลดขนาดลูกระเดือก
- กรอกระเดือกแบบมีแผลเป็น (ดูเพิ่มเติม)
- กรอกระเดือกแบบไร้แผลเป็น (ดูเพิ่มเติม)
8. การผ่าตัดกราม การผ่าตัดคาง
คางและกรามเป็นจุดบ่งบอกเพศที่ชัดมาก เพศชายมักมีคางกว้างและยื่นกว่า กรามกว้าง กล้ามเนื้อและต่อมน้ำลายเด่นชัดกว่า ขณะที่เพศหญิงมีคางเรียวโค้งมน และกรอบกรามแคบกว่า
โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล ผ่าตัดคางและกรามให้เป็นผู้หญิง 7 วิธี (ดูเพิ่มเติม)
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดปรับรูปหน้า ชายเป็นหญิง
- เลือกแพทย์ที่เชี่ยวชาญ: FFS เป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อนและต้องอาศัยประสบการณ์สูง ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำด้านนี้เป็นหลัก
- ตรวจสุขภาพ: ตรวจเลือด เอกซเรย์ปอด ตรวจเกลือแร่ ตรวจ HIV และทำ CT scan ใบหน้า เพื่อให้แพทย์วางแผนเทคนิคที่เหมาะสมและเตรียมการดมยา
- การจัดการฮอร์โมน: หยุดฮอร์โมนบำบัด 1-2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด ตามคำแนะนำของแพทย์
- ทบทวนยาที่ใช้: หยุดแอสไพริน ยาแก้อักเสบ และอาหารเสริมสมุนไพรที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด หรือตามที่แพทย์กำหนด
- งดบุหรี่: งดบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพื่อให้แผลหายดี
- งดน้ำงดอาหาร: หากใช้ยาสลบ ต้องงดน้ำและอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
ระยะพักฟื้น
ระยะพักฟื้นขึ้นอยู่กับการผ่าตัดที่ทำเป็นหลัก แพทย์จะอธิบายไทม์ไลน์ที่คาดไว้ในวันปรึกษา โดยทั่วไปควรเผื่อเวลาหยุดงานประมาณ 3 สัปดาห์ เช่นเดียวกับการผ่าตัดส่วนใหญ่ ใบหน้าจะกลับมาดู “ปกติ” ค่อนข้างเร็ว และผลลัพธ์จะดีขึ้นต่อเนื่องอีกหลายเดือนเมื่อเนื้อเยื่อเข้าที่และอาการบวมยุบลง
การดูแลหลังผ่าตัด
- นอนหนุนศีรษะสูง: ใช้หมอนสองใบหรือนอนในท่ากึ่งนั่ง เพื่อลดอาการบวม
- ดูแลความสะอาดในช่องปาก: หากการผ่าตัดเกี่ยวข้องกับช่องปาก ให้บ้วนน้ำยาบ่อย ๆ และรับประทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนในช่วงที่แผลยังใหม่
- ใส่ผ้าพันกระชับใบหน้า: ใส่ตามที่ได้รับ 2-3 สัปดาห์ เพื่อลดบวมและพยุงแผล
- รักษาความสะอาดของแผล: ทำความสะอาดแผลทุกวันเพื่อป้องกันการติดเชื้อ สระผมได้ 2 วันหลังผ่าตัด
- ตัดไหม: โดยทั่วไปตัดไหม 7 วันหลังผ่าตัด
- กลับไปทำงาน: ผู้เข้ารับการผ่าตัดส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้ประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด และแผลหายสนิทภายใน 4-8 สัปดาห์
- งดกิจกรรมหนัก: งดออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 1 เดือน
- มาตามนัด: พบแพทย์ตามนัดทุกครั้งเพื่อติดตามการหายของแผล
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
โดยรวมถือว่าปลอดภัย แต่ควรทราบความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
- เลือดออก
- การติดเชื้อ
- อาการบวม
- ก้อนเลือดคั่ง (hematoma)
- รอยช้ำ
- การบาดเจ็บของเส้นประสาท ทั้งชั่วคราวและถาวร
- อาการชา
- ความไม่สมมาตรของใบหน้า
- ปัญหาจากวัสดุเสริม
- แผลหายช้า
- เนื้อเยื่อตาย (necrosis)
- แผลเป็น
- อาการปวดหลังผ่าตัด
ปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาดี
ผลลัพธ์ที่ดีช่วยเพิ่มความมั่นใจและคุณภาพชีวิตได้จริง โดยขึ้นอยู่กับ
- การเลือกแพทย์: แพทย์ที่มีคุณวุฒิและประสบการณ์สูงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด
- ความคาดหวังที่สมเหตุสมผล: เข้าใจทั้งสิ่งที่ทำได้และข้อจำกัด
- การทำตามคำแนะนำหลังผ่าตัด: การดูแลตัวเองอย่างใส่ใจช่วยให้แผลหายดีและลดภาวะแทรกซ้อน
ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์จะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเมื่ออาการบวมยุบลง โดยทั่วไปภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี
ผลลัพธ์
การถูกมองเห็นตรงกับเพศที่ตัวเองเป็น และการมีรูปลักษณ์ภายนอกที่สอดคล้องกับตัวตนจริง เป็นสิ่งที่เปลี่ยนคุณภาพชีวิตได้มากกว่าที่หลายคนคาดไว้ การได้เห็นผู้เข้ารับการผ่าตัดมั่นใจในความเป็นผู้หญิงของตัวเองคือส่วนที่คุ้มค่าที่สุดของงานเรา
ด้วยประสบการณ์การผ่าตัด FFS จำนวนมาก ทีมแพทย์ของเราได้รับการยอมรับในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ โดยทั่วไปจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ภายในไม่กี่สัปดาห์ และเห็นการเปลี่ยนแปลงเต็มรูปแบบภายในปีแรกเมื่อแผลหายและอาการบวมยุบลงทั้งหมด
ก่อนและหลังผ่าตัดปรับเปลี่ยนใบหน้า ชายเป็นหญิง






วีดิทัศน์: ผู้รับบริการศัลยกรรมผ่าตัดปรับเปลี่ยนใบหน้า ชายเป็นหญิง
ทำไมต้องเลือกโรงพยาบาลกมลสำหรับ FFS
ใบหน้าเป็นสิ่งแรกที่คนมองเห็น สำหรับคนข้ามเพศ ใบหน้าที่ดูเป็นผู้หญิงจึงช่วยทั้งเรื่องความมั่นใจและลดโอกาสถูกเลือกปฏิบัติ FFS มีบทบาทสำคัญในการบรรเทาภาวะไม่สอดคล้องทางเพศ (gender dysphoria) และมักเป็นขั้นตอนหลักของผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดยืนยันเพศ ครอบคลุมทั้งการปรับหน้าผาก การลดแนวไรผมร่วมกับการปลูกผม การเสริมหรือลดโหนกแก้ม การแก้ไขจมูก การลดคางและกราม รวมถึงการยกกรอบหน้าส่วนกลางเพื่อจัดการหนังส่วนเกินหลังปรับโครงกระดูก โดยออกแบบเฉพาะตามกายวิภาคของแต่ละคน
แพทย์ของเราประเมินใบหน้าทั้งใบอย่างละเอียด ตั้งแต่หน้าผาก คิ้ว ดวงตา โหนกแก้ม จมูก คาง จนถึงกรอบกราม แล้วเขียนแผนการผ่าตัดและภาพร่างประกอบ โดยคำนึงถึงสัดส่วน มุม และความเป็นผู้หญิงของแต่ละส่วน เพื่อให้ผลลัพธ์กลมกลืนกันทั้งใบหน้า
- ประสบการณ์: โรงพยาบาลกมลนำโดย นพ.กมล ปานศรีทุม (Dr. Kamol Pansritum) [ตรวจสอบการสะกดชื่อไทยกับลูกค้า] ซึ่งผ่าตัด FFS มาแล้วมากกว่า 10,000 ราย
- ทีมสหสาขา: ประกอบด้วยศัลยแพทย์ตกแต่ง ศัลยแพทย์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล ทันตแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านอื่น ทำงานร่วมกันทั้งด้านความแม่นยำและการออกแบบเชิงศิลป์
- มาตรฐานสากล: โรงพยาบาลได้รับการรับรองจาก Joint Commission International (JCI) ด้านคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย
- การดูแลที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว: ทุกบริการออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้เข้ารับการผ่าตัด
คำถามที่พบบ่อย
FFS คืออะไร
FFS คือกลุ่มการผ่าตัดที่ปรับใบหน้าให้เส้นสายอ่อนลงและดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น เป็นที่สนใจของหญิงข้ามเพศและผู้ที่ต้องการให้ใบหน้าดูเป็นผู้หญิงขึ้น
จำเป็นต้องทำครบทุกจุดไหม และทำได้กี่จุดในครั้งเดียว
ไม่จำเป็นต้องทำครบ บางคนปรับแค่หน้าผากกับจมูกก็เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดแล้ว แพทย์จะประเมินว่าจุดไหนมีผลต่อความเป็นผู้หญิงของใบหน้ามากที่สุด แล้วเรียงลำดับความสำคัญให้ ทำหลายจุดพร้อมกันได้ แต่ถ้าแผนการผ่าตัดยาวเกินเกณฑ์ความปลอดภัยของการดมยาสลบ อาจแบ่งเป็น 2 ครั้ง
ใครเหมาะกับการทำ FFS
ผู้ที่สุขภาพร่างกายและจิตใจดี มีความคาดหวังที่สมเหตุสมผล พร้อมสำหรับระยะพักฟื้น และผ่านการรักษาด้วยฮอร์โมนหรือการรักษาทางการแพทย์อื่นที่จำเป็นมาแล้ว
ต้องใช้ฮอร์โมนหรือมีใบรับรองจากจิตแพทย์ก่อนไหม
โดยทั่วไป FFS ไม่ได้กำหนดให้ต้องใช้ฮอร์โมนมาก่อน และไม่ต้องใช้ใบรับรองแบบเดียวกับการผ่าตัดแปลงเพศ (SRS) ถ้ากำลังใช้ฮอร์โมนอยู่ ต้องหยุด 1–2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัดตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงลิ่มเลือด ผู้ที่ต้องการคำปรึกษาด้านจิตใจระหว่างการข้ามเพศ ติดต่อทีมดูแลสุขภาพจิตได้
ควรทำ FFS ก่อนหรือหลังผ่าตัดแปลงเพศ
ทำก่อนหรือหลังก็ได้ ขึ้นกับเป้าหมายของแต่ละคน หลายคนเลือกปรับใบหน้าก่อน เพราะใบหน้าเป็นสิ่งแรกที่คนอื่นเห็น และช่วยเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที แพทย์จะช่วยวางลำดับการผ่าตัดทั้งหมดให้ ซึ่งอาจรวมถึงเสริมหน้าอก และผ่าตัดปรับเสียงด้วย ดูภาพรวมการเตรียมตัวได้ที่หน้าการประเมินก่อนผ่าตัดยืนยันเพศ
แผลเป็นจะอยู่ตรงไหน เห็นชัดไหม
แพทย์จะซ่อนแผลให้มองเห็นยากที่สุด
- หน้าผากและการลดแนวไรผม: แผลอยู่ตามแนวไรผมหรือในหนังศีรษะ
- กราม คาง และโหนกแก้ม: ส่วนใหญ่เปิดแผลในช่องปาก
- จมูก: แผลอยู่ในรูจมูกหรือใต้ฐานจมูก
- ลูกกระเดือก: มีเทคนิคผ่านช่องปากที่ไม่มีแผลภายนอก
พักฟื้นนานไหม กลับไปทำงานได้เมื่อไร
ควรเผื่อเวลาประมาณ 3 สัปดาห์สำหรับการพักฟื้นโดยรวม ตัดไหมประมาณวันที่ 7 ผู้เข้ารับการผ่าตัดส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้ราว 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด แผลหายสนิทภายใน 4-8 สัปดาห์ และงดออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 1 เดือน
เห็นผลลัพธ์เต็มที่เมื่อไร และอยู่ถาวรหรือไม่
การปรับโครงกระดูก เช่น กรอหน้าผาก ลดกราม และลดคาง ให้ผลถาวร ส่วนเนื้อเยื่ออ่อนและผิวยังเปลี่ยนไปตามวัยเหมือนคนทั่วไป วัสดุเสริมบางชนิดอาจต้องตรวจติดตามในระยะยาว ใบหน้าจะเข้าที่สมบูรณ์เมื่ออาการบวมยุบหมด โดยทั่วไปภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี
อยู่ต่างจังหวัด คุ้มไหมที่จะเดินทางมาทำที่กรุงเทพฯ
ศัลยกรรมปรับรูปหน้าให้เป็นผู้หญิงเป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อน ต้องใช้ทั้งศัลยแพทย์ตกแต่ง ศัลยแพทย์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล และทีมวิสัญญีที่ทำงานร่วมกัน สำหรับหลายคน การเดินทางมาหาทีมที่ทำหัตถการนี้เป็นประจำจึงคุ้มกว่า ควรวางแผนพักในกรุงเทพฯ อย่างน้อยจนถึงวันตัดไหม ประมาณ 7 วัน และดูข้อมูลที่พักกับการเดินทางได้ที่กมลทริป



