การผ่าตัดหน้าอกหญิงเป็นชาย (Top Surgery) คือการผ่าตัดเอาเนื้อเต้านมออก ให้หน้าอกแบนราบแบบเพศชาย เป็นหนึ่งในการผ่าตัดยืนยันเพศที่ทำบ่อยที่สุดสำหรับชายข้ามเพศ ผู้ที่มีอัตลักษณ์แบบชาย และผู้ที่ไม่ระบุเพศ (Non-binary) และสำหรับหลายคน หมายถึงไม่ต้องรัดหน้าอกอีกต่อไป
ผลลัพธ์ที่ดีไม่ใช่แค่หน้าอกแบน แต่ต้องได้รูปทรงหน้าอกที่เป็นธรรมชาติ มีแผลเป็นน้อยที่สุด และเก็บความรู้สึกไว้ให้มากที่สุด แพทย์จะเอาเนื้อเต้านมส่วนใหญ่และผิวหนังส่วนเกินออก และมักลดขนาดหัวนมและปานนม พร้อมย้ายตำแหน่งให้เหมือนหน้าอกเพศชาย ถ้าหัวนมและปานนมมีขนาดและตำแหน่งเหมาะสมอยู่แล้ว อาจปรับเพียงเล็กน้อย
เทคนิคที่แพทย์แนะนำขึ้นอยู่กับขนาดหน้าอก ความหย่อนคล้อย และความยืดหยุ่นของผิวหนัง
เทคนิคการผ่าตัดหน้าอก หญิงเป็นชาย ที่โรงพยาบาลกมล
การเลือกใช้เทคนิคการผ่าตัดหน้าอก หญิงเป็นชาย ขึ้นอยู่กับขนาด และความหย่อนคล้อยของเต้านม โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล ให้บริการศัลยกรรมสำหรับผู้ที่จะผ่าตัดนมด้วยเทคนิค ดังนี้
1. เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกให้เป็นรูปตัวยู (U- Scar)
เหมาะกับหน้าอกขนาดเล็ก (ประมาณคัพ A) ที่ผิวหนังยืดหยุ่นดี แพทย์เปิดแผลรูปตัวยูตามขอบล่างของปานนม แล้วเอาเนื้อเต้านมออกผ่านแผลนี้ หน้าอกจะแบนราบ มีแผลเป็นน้อย และความรู้สึกที่หัวนมมักคงอยู่ได้ดี
- เวลาผ่าตัด: ประมาณ 1–2 ชั่วโมง
- นอนโรงพยาบาล: ประมาณ 2 คืน
- ตัดไหม: วันที่ 7
2. เทคนิคการผ่าตัดหน้าอกให้เป็นรูปตัวโอ (O - Scar)
เหมาะกับหน้าอกขนาดกลาง (ประมาณคัพ B–C) ที่ผิวหนังยืดหยุ่นดี แพทย์เปิดแผลรอบปานนม เอาเนื้อเต้านมออก แล้วตัดผิวหนังส่วนเกินรอบปานนมออกเป็นวง ดึงผิวหนังเข้าหากันแล้วเย็บรอบปานนม หน้าอกจะแบนราบ และมักยังมีความรู้สึกที่หัวนมอยู่บ้าง
- เวลาผ่าตัด: ประมาณ 2–3 ชั่วโมง
- นอนโรงพยาบาล: ประมาณ 2–3 คืน
- ตัดไหม: วันที่ 7
3. เทคนิคการตัดหน้าอกแบบย้ายหัวนม (Double Incision Mastectomy)
เหมาะกับหน้าอกขนาดใหญ่ หย่อนคล้อย หรือผิวหนังยืดหยุ่นน้อย แพทย์เอาเนื้อเต้านมออกทั้งหมด แล้วตกแต่งผิวหนังที่เหลือให้พอดีกับหน้าอกผ่านแผลยาวตามแนวใต้หน้าอก จากนั้นตัดหัวนมออก ลดขนาด แล้วย้ายไปเย็บติดในตำแหน่งใหม่แบบเพศชาย เทคนิคนี้มักเป็นทางเลือกเดียวสำหรับหน้าอกขนาดใหญ่ แต่ความรู้สึกที่หัวนมจะลดลงมาก
- เวลาผ่าตัด: ประมาณ 3–4 ชั่วโมง
- นอนโรงพยาบาล: ประมาณ 3 คืน
- ตัดไหม: วันที่ 7
เรื่องการรัดหน้าอก
การรัดหน้าอก (binding) เป็นเวลาหลายปีมักทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น ซึ่งมีผลต่อผลลัพธ์และอาจจำกัดเทคนิคที่เลือกได้ ขอให้เล่าประวัติการรัดหน้าอกกับแพทย์อย่างตรงไปตรงมาในวันปรึกษา เพราะเป็นส่วนปกติของการประเมิน ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรู้สึกอึดอัด
ผู้ที่เหมาะกับการผ่าตัดหน้าอก หญิงเป็นชาย
- ชายข้ามเพศ ผู้ที่มีเพศสภาพแบบทรานส์แมสคิวลีน และผู้ที่เป็นนอนไบนารี ที่ต้องการหน้าอกทรงผู้ชาย
- สุขภาพร่างกายแข็งแรง
- อายุ 18 ปีขึ้นไป
- มีความคาดหวังที่สมเหตุสมผลเรื่องแผลเป็น ความรู้สึก และผลลัพธ์สุดท้าย
เรื่องฮอร์โมนและการประเมิน
การใช้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนไม่ใช่ข้อกำหนดที่บังคับสำหรับ top surgery แม้ผู้เข้ารับการผ่าตัดหลายคนจะใช้มาก่อนแล้วเป็นเวลาหนึ่ง ข้อกำหนดเรื่องการประเมินหรือเอกสารรับรองแตกต่างกันไปตามกรณี และเราจะอธิบายให้คุณทราบอย่างชัดเจนในวันปรึกษาว่าอะไรใช้กับสถานการณ์ของคุณ หากคุณกำลังพิจารณาการใช้ฮอร์โมนยืนยันเพศร่วมกับการผ่าตัด เราสามารถพูดคุยเรื่องนี้ได้ด้วย
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
- พบจิตแพทย์เพื่อรับการประเมิน และตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัด ทีมดูแลสุขภาพจิตของกมลประเมินให้ได้ที่กรุงเทพฯ
- ปรึกษาศัลยแพทย์ เพื่อตรวจขนาดหน้าอก ความหย่อนคล้อย ความยืดหยุ่นของผิว และขนาดหัวนมและปานนม แล้วเลือกเทคนิคที่เหมาะสม
- หยุดแอสไพริน ยาลดการอักเสบ และสมุนไพรที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพราะบุหรี่ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวนมไม่พอ และเพิ่มความเสี่ยงที่หัวนมจะเกิดเนื้อตาย
ดูขั้นตอนการเตรียมตัวทั้งหมดได้ที่การประเมินก่อนผ่าตัดยืนยันเพศ
ขั้นตอนการผ่าตัด
- ผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบ
- เปิดแผลตามตำแหน่งที่กำหนด แล้วเอาเนื้อเต้านมออกให้หน้าอกแบนราบ
- ตัดผิวหนังส่วนเกินออก เพื่อให้หน้าอกแบนราบแบบเพศชาย
- ลดขนาดหัวนมและปานนม และวางตำแหน่งให้เหมาะกับหน้าอกเพศชาย
- เย็บปิดแผล
การดูแลหลังผ่าตัด
- นอนพักที่โรงพยาบาล 2–5 คืน ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่ใช้
- มักใส่สายระบายไว้ 2–3 วัน เพื่อป้องกันเลือดและน้ำเหลืองคั่ง
- ดูแลแผลให้สะอาดและแห้ง ทายาฆ่าเชื้อตามคำแนะนำ
- รับประทานยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่ง
- ตัดไหมวันที่ 7 และนัดติดตามผลวันที่ 7 วันที่ 14 และตามนัดหลังจากนั้น
- ใส่เสื้อรัดหน้าอก 3–6 เดือน เพื่อลดบวมและช่วยปรับรูปทรงหน้าอก
การพักฟื้น
ระยะพักฟื้นต่างกันไปในแต่ละคนและแต่ละเทคนิค คาดว่าจะรู้สึกไม่สบายตัวในช่วงสองสามวันแรกและค่อย ๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้ประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด และอาการบวมยุบลงอย่างชัดเจนภายใน 2-3 สัปดาห์
การหายสนิทใช้เวลา 4-6 เดือน และแผลเป็นจะค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพและจางลงต่อไปอีกหลังจากนั้น ขอให้ระวังเรื่องกิจกรรมทางกาย ทั้งกีฬา การยกของหนัก และการวิ่ง จนกว่าแพทย์จะยืนยันว่าปลอดภัย
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
หลังผ่าตัด อาจมีความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน ดังนี้
- มีเลือดออก (Bleeding) เนื่องจากเนื้อนม มีต่อมน้ำนมที่มีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงจำนวนมาก การตัดเอาเนื้อนมออกอาจทำให้เส้นเลือดฉีกขาด เลือดจึงออกมากกว่าการผ่าตัดที่ตำแหน่งอื่นของร่างกาย โอกาสมีเลือดออกหลังผ่าตัดจึงสูง คนไข้ควรใส่สายเดรนไว้นาน 2-3 วัน เพื่อลดเลือดคั่ง
- การบวม (Swelling)
- การปวด (Pain) สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้
- เลือดคั่ง (Haematoma)
- การติดเชื้อ (Infection)
- เนื้อตายบริเวณหัวนม (Nipple Necrosis) เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ
- แผลเป็น (Scar)
- อาการชา หรือหัวนมหมดความรู้สึก (Loss nipple sensation, Numbness)
- สูญเสียหัวนมและปานนม (Loss nipple and areola )
- แผลผ่าตัดหายช้า (Poor Healing)
- ความเสี่ยงจากการดมยาสลบ
รูปก่อนและหลังผ่าตัดหน้าอก หญิงเป็นชาย ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล




วิดีทัศน์: ผ่าตัดหน้าอก หญิงเป็นชาย
ทำไมต้องผ่าตัดหน้าอก หญิงเป็นชาย ที่โรงพยาบาลกมล
- ประสบการณ์ดูแลคนข้ามเพศจากทั่วโลก: การผ่าตัดยืนยันเพศเป็นงานหลักของโรงพยาบาลกมล และศัลยแพทย์ตกแต่งของเราผ่าตัดหน้าอกหญิงเป็นชายเป็นประจำ
- เลือกเทคนิคให้เหมาะกับหน้าอกแต่ละคน: มีครบทั้งแผลรูปตัวยู ตัวโอ และแผลคู่พร้อมย้ายหัวนม เลือกตามขนาดหน้าอก ความยืดหยุ่นของผิว และเป้าหมาย
- ใส่ใจรายละเอียด: หน้าอกแบนราบ ไม่มีผิวหนังเหลือใต้รักแร้ วางแผลอย่างระมัดระวัง และปรับหัวนมให้เข้ากับหน้าอกเพศชาย ใส่เสื้อเชิ้ตหรือเสื้อกล้ามได้อย่างมั่นใจ
- ดูแลครบทุกขั้นของการข้ามเพศ: การประเมินจากจิตแพทย์ การใช้ฮอร์โมนเพศชาย และการผ่าตัดหญิงเป็นชายอื่น ๆ เช่นการตัดมดลูกและการปรับรูปหน้าเพศชาย ในโรงพยาบาลเดียว
- มาตรฐานความปลอดภัยระดับโรงพยาบาล: ผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบ เฝ้าติดตามอาการในโรงพยาบาล 2–5 คืน และได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI
- ช่วยวางแผนการเดินทาง: ทีมประสานงานและกมลทริปช่วยจัดที่พักและการเดินทางระหว่างพักฟื้นในกรุงเทพฯ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องใช้ฮอร์โมนเพศชายหรือมีใบรับรองจากจิตแพทย์ก่อนผ่าตัดไหม
โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนเพศชายก่อนผ่าตัดหน้าอก หลายคนผ่าตัดก่อนเริ่มฮอร์โมน หรือผ่าตัดโดยไม่ใช้ฮอร์โมนเลย แต่ต้องผ่านการประเมินจากจิตแพทย์ว่ามีภาวะไม่สบายใจในเพศสภาพก่อนผ่าตัด ถ้ายังไม่มีใบรับรอง จิตแพทย์ของเราประเมินให้ได้ที่กรุงเทพฯ
หลังผ่าตัดหัวนมจะยังมีความรู้สึกไหม
ขึ้นอยู่กับเทคนิค แบบแผลรูปตัวยูและตัวโอ หัวนมยังเชื่อมต่อกับเส้นประสาทและเส้นเลือดเดิม ความรู้สึกจึงมักคงอยู่บางส่วนหรือทั้งหมด ส่วนแบบแผลคู่พร้อมย้ายหัวนม หัวนมถูกตัดออกแล้วย้ายไปติดใหม่ ความรู้สึกจึงลดลงมากและอาจไม่กลับมา แพทย์จะอธิบายสิ่งที่คาดหวังได้ตามเทคนิคที่แนะนำให้
ต้องหยุดรัดหน้าอกก่อนผ่าตัดไหม
ส่วนใหญ่รัดหน้าอกต่อได้จนถึงวันผ่าตัด แต่ควรพักการรัดเป็นช่วง ๆ เพื่อรักษาความยืดหยุ่นและสุขภาพผิว ไม่ควรรัดทับผิวที่เป็นแผลหรือระคายเคือง และควรแจ้งแพทย์ว่ารัดหน้าอกมานานและบ่อยแค่ไหน เพราะมีผลต่อการเลือกเทคนิค
ตัดหน้าอกพักฟื้นนานไหม กลับไปทำงานได้เมื่อไร
นอนโรงพยาบาล 2-5 คืนขึ้นอยู่กับเทคนิค ตัดไหมประมาณวันที่ 7 ส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้ประมาณ 2 สัปดาห์ และอาการบวมยุบลงชัดเจนใน 2-3 สัปดาห์ ต้องใส่ชุดกระชับ 3-6 เดือน และการหายสนิทใช้เวลา 4-6 เดือน ควรวางแผนเรื่องงานที่ต้องใช้แรงแขนล่วงหน้า
แผลเป็นจะเห็นชัดไหม
แบบแผลรูปตัวยูและตัวโอมีแผลรอบปานนมที่มักกลมกลืนดี ส่วนแบบแผลคู่มีแผลแนวนอน 2 แผลใต้หน้าอก ซึ่งมักวางตามแนวกล้ามเนื้อหน้าอกตามธรรมชาติ แผลช่วงแรกจะแดง แล้วค่อย ๆ จางลงในช่วง 12–18 เดือน ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นแผลนูน การดูแลแผลตั้งแต่ช่วงแรกและการรักษาอย่างการลบคีลอยด์ช่วยได้
กลับไปออกกำลังกายได้เมื่อไหร่
เดินเบา ๆ ได้ตั้งแต่วันแรก ๆ แต่ควรงดยกแขนสูงกว่าไหล่ ยกของหนัก และเล่นท่าที่ใช้กล้ามเนื้อช่วงบนหลายสัปดาห์ เพราะอาจทำให้แผลตึง ส่วนใหญ่กลับมาเล่นอกและแขนได้เต็มที่หลังประมาณ 6 สัปดาห์ เมื่อแพทย์ยืนยันว่าแผลหายสนิท
ผ่าตัดหน้าอกร่วมกับการผ่าตัดอื่นได้ไหม
บางกรณีทำได้ เช่น ผ่าตัดหน้าอกร่วมกับการตัดมดลูก หรือดูดไขมันบริเวณหน้าอกหรือสีข้าง เพื่อดมยาสลบและพักฟื้นครั้งเดียว แพทย์จะพิจารณาว่าการทำร่วมกันปลอดภัยสำหรับคุณหรือไม่
อยู่ต่างจังหวัด ต้องพักในกรุงเทพฯ นานเท่าไร
ควรพักในกรุงเทพฯ ประมาณ 2 สัปดาห์ ครอบคลุมการนอนโรงพยาบาล (2–5 คืนตามเทคนิค) การตัดไหมวันที่ 7 และการนัดตรวจวันที่ 14 ก่อนเดินทางกลับ ประเทศไทยเป็นจุดหมายด้านการผ่าตัดยืนยันเพศที่ได้รับความเชื่อถือจากคนทั่วโลก และกมลทริปช่วยจัดที่พักใกล้โรงพยาบาลให้ได้