ศัลยกรรมปรับรูปหน้าเพศชาย (Facial Masculinization Surgery หรือ FMS) คือกลุ่มหัตถการที่ปรับโครงกระดูกและเนื้อเยื่อใบหน้า ให้ดูเป็นเพศชายมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นทางเลือกของชายข้ามเพศและผู้ที่มีอัตลักษณ์แบบชาย เพื่อให้ใบหน้าสอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศ
ลักษณะใบหน้าชายและหญิงต่างกันในรายละเอียดหลายจุด FMS จึงให้ผลดีที่สุดเมื่อวางแผนใบหน้าทั้งหมดร่วมกัน ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่เข้าใจโครงสร้างใบหน้าทั้งชายและหญิงเป็นอย่างดี และบางกรณีอาจมีศัลยแพทย์ช่องปากและขากรรไกรร่วมทีมเพื่อปรับขากรรไกร
การทำศัลยกรรมหน้า หญิงเป็นชาย มีหลายส่วน ขึ้นอยู่กับการโครงสร้าง รูปหน้าเดิมของแต่ละคน และการออกแบบของศัลยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ และความชำนาญสูง ให้มีความผสมผสาน กลมกลืนกัน ของทุกสัดส่วนบนใบหน้า ให้ดูเป็นแบบเพศชายอย่างสมบูรณ์แบบ
โรงพยาบาลกมลให้บริการ FMS ใน 6 จุดหลัก ดังนี้
- ปรับหน้าผากให้กว้างขึ้น และ/หรือเสริมหน้าผาก
- ปรับโหนกแก้ม (เสริมหรือลด)
- จมูกแบบผู้ชาย (เสริมจมูก)
- ปรับคาง (เสริมคางหรือผ่าตัดปรับกระดูกคาง)
- เสริมกรามและปรับรูปกราม
- เสริมลูกกระเดือก
6 จุดที่สำคัญในการทำศัลยกรรมใบหน้า หญิงเป็นชาย มีดังนี้
1. ศัลยกรรมหน้าผากและโหนกคิ้วแบบชาย
หน้าผากผู้ชายมักกว้าง โหนกคิ้วและบริเวณเหนือโพรงอากาศ (Frontal Sinus) นูนเด่น และระยะจากคิ้วถึงแนวไรผมยาวกว่า การผ่าตัดจึงใช้วัสดุเสริมบริเวณโหนกคิ้วให้นูนขึ้น และมักทำร่วมกับการยกแนวไรผม (ยกหน้าผาก) เพื่อให้ระยะห่างระหว่างคิ้วกับไรผมกว้างขึ้น เป้าหมายคือหน้าผากที่กว้างและเด่น โดยไม่ทำให้แนวผมดูเถิก
2. ผ่าตัดปรับโหนกแก้มแบบผู้ชาย
โหนกแก้มผู้ชายมักแบน กว้าง และเป็นมุมมากกว่าผู้หญิง แพทย์อาจกรอให้แบน เสริมให้กว้างและเป็นเหลี่ยม หรือลดขนาดโหนกแก้ม แล้วแต่โครงสร้างเดิมของแต่ละคน ไม่ว่าใช้วิธีใด ผลลัพธ์ต้องแบน กว้าง มีมุม และรับกับใบหน้าโดยรวม
3. เสริมจมูกหญิงเป็นชาย
จมูกผู้ชายมักยาว กว้าง และตรงกว่า สันจมูกเด่น ปีกจมูกหนา การเสริมจมูกจะเพิ่มความสูง ความยาว และความกว้างของจมูก ให้ใบหน้าด้านข้างดูเป็นผู้ชายมากขึ้น
4. เสริมคางหญิงเป็นชาย
คางผู้ชายมักใหญ่ ยาว กว้าง และเป็นสี่เหลี่ยม การผ่าตัดมักใช้วัสดุเสริมคางร่วมกับการปรับกระดูกคาง (Genioplasty) เพื่อให้คางกว้างและเป็นเหลี่ยม
5. เสริมกรามแบบผู้ชาย
กรามผู้ชายมักกว้าง มุมกรามชัด ดูหนาและแข็งแรง การเสริมกรามและปรับรูปกรามจะเพิ่มความกว้างและความชัดของมุมกราม ให้สมดุลกับความกว้างของใบหน้า และมักปรับร่วมกับคาง เพื่อให้ใบหน้าส่วนล่างกลมกลืนจากทุกมุม
6. เสริมลูกกระเดือก
ลูกกระเดือกคือกระดูกอ่อนไทรอยด์ที่อยู่ด้านหน้ากล่องเสียง เป็นลักษณะของเพศชายที่สังเกตเห็นได้ชัดที่สุดจุดหนึ่ง เสริมได้ด้วยวัสดุ เช่น ePTFE หรือซิลิโคน กรณีต้องการเพิ่มความนูนไม่มาก หรือใช้กระดูกอ่อนซี่โครง ซึ่งเสริมได้นูนกว่าและเป็นธรรมชาติกว่า ทำได้ทั้งภายใต้ยาชาเฉพาะที่หรือการดมยาสลบ
ผู้ที่เหมาะกับการศัลยกรรมปรับรูปหน้าหญิงเป็นชาย
- ชายข้ามเพศ ผู้ที่มีอัตลักษณ์แบบชาย และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ที่ต้องการใบหน้าแบบผู้ชายมากขึ้น
- ใช้ฮอร์โมนเพศชายมาระยะหนึ่งแล้ว หากการใช้ฮอร์โมนเป็นส่วนหนึ่งของการข้ามเพศ
- ไม่สูบบุหรี่ หรือพร้อมงดก่อนและหลังผ่าตัด
- สุขภาพร่างกายแข็งแรง
- มีความคาดหวังต่อผลลัพธ์ที่เป็นไปได้จริง
ผู้เข้ารับการผ่าตัดจำนวนมากใช้ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมาระยะหนึ่งก่อนทำศัลยกรรมใบหน้าหญิงเป็นชายเนื่องจากฮอร์โมนเองทำให้การกระจายไขมันบนใบหน้าเปลี่ยนไป ซึ่งมีผลต่อการวางแผนผ่าตัด แพทย์จะพูดคุยเรื่องจังหวะเวลาที่เหมาะสมในวันปรึกษา รวมถึงเอกสารที่จำเป็นสำหรับกรณีของคุณ
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
- ปรึกษากับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และชำนาญด้านศัลยกรรมหน้า ชายเป็นหญิง เท่านั้น เพราะการผ่าตัดปรับโครงกระดูกหน้า มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง ต้องใช้ประสบการณ์และความชำนาญสูง ต้องวางแผนการผ่าตัดแต่ละอย่างพร้อมๆกัน
- ตรวจสุขภาพ ตรวจเลือด เอกซเรย์ปอด และทำ CT scan ใบหน้าให้พร้อม เพื่อศัลยแพทย์จะได้วางแผนเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับคนไข้ และเตรียมพร้อมที่จะต้องดมยาสลบ
- หยุดฮอร์โมน 1-2 อาทิตย์
- หยุดยาจำพวกแอสไพริน ยาลดอาการอักเสบ หรือสมุนไพร ที่อาจจะทำให้เลือดออกผิดปกติ หยุดยาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือตามแพทย์สั่ง
- หยุดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดโอกาสเกิดเลือดไปเลี้ยงแผลไม่ดี
- ในกรณีที่ต้องดมยาสลบ ให้งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด 6 ชั่วโมง
ขั้นตอนการผ่าตัด
หลังการปรึกษาครั้งแรก ผู้เข้ารับการผ่าตัดส่วนใหญ่จะทำ CT scan แล้วกลับมาพบแพทย์อีกครั้งเพื่อสรุปว่าจะทำหัตถการใดบ้าง จากนั้นเป็นการตรวจก่อนผ่าตัดในช่วงไม่กี่วันก่อนวันผ่าตัดจริง
การผ่าตัดทำภายใต้ยาสลบ ระยะเวลาขึ้นกับว่ารวมกี่หัตถการเข้าด้วยกัน ทำจุดเดียวอาจใช้เวลาราวสองชั่วโมง ส่วนแผนปรับใบหน้าเต็มรูปแบบอาจใช้เวลาเกือบทั้งวันและต้องนอนโรงพยาบาลอย่างน้อยหนึ่งคืน
การดูแลหลังผ่าตัด
การดูแลแตกต่างกันตามหัตถการ แต่หลักทั่วไป ได้แก่
- นอนหนุนหมอนสูงสองใบ หรือนอนกึ่งนั่ง เพื่อช่วยให้ยุบบวมเร็วขึ้น
- รับประทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อน โดยเฉพาะหลังผ่าตัดที่มีแผลในช่องปาก
- บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากบ่อย ๆ เพื่อให้ปากสะอาดและชุ่มชื้น
- ใส่ผ้ารัดหน้าที่โรงพยาบาลให้ 2–3 สัปดาห์ เพื่อช่วยลดบวม
- ทำแผลให้สะอาดทุกวัน สระผมได้หลังผ่าตัด 2 วัน
- รับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง
- ตัดไหมเมื่อครบ 7 วัน
- งดสูบบุหรี่ กิจกรรมที่ใช้แรง และออกกำลังกายหนัก 1 เดือน
- มาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง
การพักฟื้น
อาการบวมจะมากที่สุดใน 2 สัปดาห์แรกและค่อย ๆ ลดลงในเดือนถัดไป ผู้เข้ารับการผ่าตัดส่วนใหญ่กลับมาใช้ชีวิตปกติได้ที่ประมาณ 2 สัปดาห์ แม้จะยังมีบวมให้เห็นอยู่บ้าง
การผ่าตัดกระดูกต้องใช้เวลาเข้าที่ ระยะพักฟื้นโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 6–12 สัปดาห์ ส่วนรูปทรงสุดท้ายจะชัดเจนที่ 3–6 เดือน และถึง 1 ปีในเคสที่ทำหลายจุด
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
- ติดเชื้อจากแผลหรือวัสดุเสริม (Infection)
- อาการชาบริเวณแผลหรือใกล้เคียง (Numbness)
- บวม (Edema)
- เลือดคั่ง (Hematoma)
- เลือดออก (Bleeding)
- ปวดแผล (Pain) บรรเทาด้วยยาและการประคบเย็น
- รอยช้ำ (Bruising)
- เส้นประสาทบาดเจ็บ (Nerve Damage) อาจเป็นชั่วคราว หรือพบได้น้อยที่เป็นถาวร
- ใบหน้าไม่สมมาตร (Asymmetry)
- ปัญหาจากวัสดุเสริม เช่น เคลื่อนหรือร่างกายไม่ยอมรับ อาจต้องเอาออก (Implant Failure)
- แผลหายช้า (Poor Healing)
- เนื้อตาย (Necrosis)
- แผลเป็น (Scarring)
รูปก่อนและหลังการศัลยกรรมหน้า หญิงเป็นชาย






วิดีโอ: เสียงจากผู้เข้ารับการผ่าตัด
ทำไมชายข้ามเพศหลายคนเลือกทำ FMS
สำหรับชายข้ามเพศหลายคน ลักษณะใบหน้าที่มักถูกมองว่าเป็นผู้หญิงอาจทำให้เกิดภาวะไม่สบายใจในเพศสภาพ (Gender Dysphoria) FMS ช่วยบรรเทาความทุกข์นี้ด้วยการทำให้ใบหน้าสอดคล้องกับอัตลักษณ์ และเพราะคนส่วนใหญ่มักรับรู้เพศจากใบหน้า ใบหน้าที่เป็นผู้ชายมากขึ้นจึงช่วยลดการถูกเรียกผิดเพศ การถูกจับจ้อง และการเลือกปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้
FMS เป็นส่วนหนึ่งของการข้ามเพศ ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องทำ ชายข้ามเพศบางคนพอใจกับใบหน้าของตัวเองอยู่แล้ว หรือเลือกให้ความสำคัญกับขั้นตอนอื่นก่อน แต่สำหรับผู้ที่เลือกทำ FMS สามารถเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อร่างกายตัวเองและการใช้ชีวิตได้อย่างมาก
ทำไมต้องศัลยกรรมปรับรูปหน้าหญิงเป็นชายที่โรงพยาบาลกมล
การผ่าตัดใบหน้าเป็นเรื่องของการตัดสินใจพอ ๆ กับเรื่องเทคนิค ศัลยแพทย์ของเราประเมินใบหน้าทั้งใบ ตั้งแต่หน้าผาก โหนกคิ้ว ตา โหนกแก้ม จมูก คาง ไปจนถึงกราม และวางแผนจากสัดส่วนและมุมโดยรวม แทนที่จะแก้ทีละจุดแยกกัน โดยใช้ภาพวาดประกอบการผ่าตัดและการวางแผนจาก CT scan เพื่อให้คุณเห็นแนวทางก่อนตัดสินใจ
เนื่องจากเราให้บริการหัตถการทุกส่วนภายในโรงพยาบาลเดียว แผนปรับใบหน้าทั้งชุดจึงทำได้ในการผ่าตัดครั้งเดียวและพักฟื้นรอบเดียว ซึ่งสำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางมาจากต่างจังหวัดและต้องบริหารวันลา
ทีมของเรานำโดย นพ.กมล ปานศรีทุม (Dr. Kamol Pansritum) ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพบริเวณใบหน้าอย่างกว้างขวาง ทำงานร่วมกับศัลยแพทย์แม็กซิลโลเฟเชียล ทันตแพทย์ และแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่น โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมลได้รับการรับรองมาตรฐาน Joint Commission International (JCI) พร้อมให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้เข้ารับบริการตลอดกระบวนการ
คำถามที่พบบ่อย
ศัลยกรรมปรับใบหน้าหญิงให้เป็นชาย (FMS) คืออะไร
FMS คือชุดหัตถการผ่าตัดที่ปรับรูปทรงใบหน้าให้ดูเป็นชายมากขึ้น ส่วนใหญ่เลือกทำโดยชายข้ามเพศและคนทรานส์แมสคิวลีนที่ต้องการให้โครงหน้าสอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศของตนเอง ครอบคลุมได้ตั้งแต่หน้าผาก โหนกคิ้ว กราม คาง จมูก โหนกแก้ม ไปจนถึงลูกกระเดือก
ควรรอให้ฮอร์โมนเพศชายออกฤทธิ์ก่อนทำ FMS ไหม
ส่วนใหญ่ควรรอ ฮอร์โมนเพศชายจะค่อย ๆ เปลี่ยนใบหน้าในช่วง 1–2 ปีแรก ทั้งการกระจายตัวของไขมันบนใบหน้า ผิวที่หนาขึ้น และหนวดเครา การรอช่วยให้แพทย์เห็นว่าใบหน้าเปลี่ยนไปแค่ไหน แล้วผ่าตัดเฉพาะส่วนที่ฮอร์โมนยังเปลี่ยนไม่ได้ หนวดเครายังช่วยลดปริมาณที่ต้องปรับกรามหรือคางได้ด้วย
FMS ใช้วัสดุเสริมหรือผ่าตัดกระดูก
ใช้ทั้งสองแบบตามแต่ละจุด หน้าผาก โหนกแก้ม คาง และกรามมักใช้วัสดุเสริมเพื่อเพิ่มความนูนและความกว้าง ส่วนการปรับกระดูก เช่น Genioplasty ใช้เมื่อต้องเปลี่ยนรูปทรงกระดูก ลูกกระเดือกเสริมได้ทั้งด้วยวัสดุเสริมและกระดูกอ่อนซี่โครงของตัวเอง แพทย์จะแนะนำวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละจุด
หัตถการไหนเปลี่ยนใบหน้าได้มากที่สุด
ขึ้นอยู่กับลักษณะใบหน้าเดิม สำหรับชายข้ามเพศหลายคน กราม คาง และหน้าผากให้ผลที่เห็นชัดที่สุด เพราะเป็นส่วนที่กำหนดกรอบหน้าและใบหน้าด้านข้าง แพทย์จะประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงจุดไหนให้ผลมากที่สุดสำหรับคุณ เพื่อช่วยจัดลำดับความสำคัญ หากไม่ต้องการทำทุกหัตถการ
ทำศัลยกรรมใบหน้าหญิงเป็นชายพร้อมกับผ่าตัดหน้าอกหรือหัตถการอื่นได้ไหม
บางกรณีทำได้ หัตถการบนใบหน้าหลายจุดมักทำในการผ่าตัดครั้งเดียว การทำ FMS ร่วมกับผ่าตัดหน้าอกหรือผ่าตัดมดลูกเป็นไปได้ในบางราย แต่จะทำให้ผ่าตัดนานขึ้น จึงมักแบ่งทำเป็นลำดับเพื่อความปลอดภัย แพทย์จะวางลำดับที่ปลอดภัยที่สุดให้
ผลลัพธ์อยู่ถาวรไหม
การปรับกระดูกและวัสดุเสริมให้ผลระยะยาว ใบหน้ายังเปลี่ยนไปตามวัยตามธรรมชาติ และพบได้น้อยที่วัสดุเสริมจะเคลื่อนหรือต้องปรับแก้ ส่วนกระดูกอ่อนซี่โครงที่ใช้เสริมลูกกระเดือกจะกลายเป็นเนื้อเยื่อถาวรของตัวเอง
จะมีแผลเป็นให้เห็นไหม
แผลส่วนใหญ่ซ่อนอยู่ การผ่าตัดกราม คาง และโหนกแก้มมักเปิดแผลในช่องปาก การผ่าตัดหน้าผากใช้แผลในหรือตามแนวไรผม แผลจมูกมีขนาดเล็กหรืออยู่ในรูจมูก ส่วนการเสริมลูกกระเดือกใช้แผลเล็กที่ซ่อนในร่องผิวคอตามธรรมชาติ
อยู่ต่างจังหวัด ต้องพักในกรุงเทพฯ นานเท่าไร
ควรเผื่อเวลาอยู่ในกรุงเทพฯ อย่างน้อยจนถึงวันตัดไหมที่ประมาณ 7 วัน และถ้าทำหลายจุดพร้อมกันควรเผื่อถึง 10–14 วัน เพราะช่วงนี้บวมมากและต้องให้แพทย์ดูแผลใกล้ชิด หลังจากนั้นนัดติดตามผล และกมลทริปช่วยจัดที่พักใกล้โรงพยาบาลให้ได้