คุณกำลังวางแผนเดินทางมาไทยอยู่หรือไม่? ดู Kamol Trip หรือ ติดต่อเรา

การดึงหน้า / การดึงคอ

ยกกระชับผิวหนัง และเนื้อเยื่อใต้ผิวที่หย่อนคล้อย ฟื้นฟูโครงสร้างใบหน้า และลำคอให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น

ผ่าตัดดึงหน้าด้วยเทคนิคอะไรได้บ้าง แก้ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย

ผ่าตัดดึงหน้า / ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift Surgery)

ศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ดึงคอ (Facelift Surgery) เป็นการผ่าตัดแก้ไขใบหน้าที่หย่อนคล้อย อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงตามวัยที่เพิ่มขึ้น มักเกิดการเปลี่ยนแปลงของมวลกระดูก กล้ามเนื้อ และความยืดหยุ่นบนใบหน้า กล้ามเนื้อ และผิวหนังที่หน้าผาก แก้ม กราม คาง และคอ ก็จะห้อยลงมา การผ่าตัดดึงหน้าจึงเป็นวิธีการที่ทำให้ใบหน้าดูสดใส เต่งตึง ดูอ่อนเยาว์ได้อีกครั้ง

ศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ดึงคอ ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล

โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล มีการผ่าตัดดึงหน้าหลายเทคนิค บางท่านอาจจะใช้เพียงเทคนิคเดียว หรือหลายเทคนิคร่วมกันเพื่อให้ได้ผลการผ่าตัดที่ดีที่สุด ดังนี้
  1. การผ่าตัดดึงโหนกแก้ม ร่องแก้ม แผลหน้าหู และบริเวณตาล่าง (Mini face lift and Mid face lift)
  2. ผ่าตัดดึงหน้าทั้งหมด (โหนกแก้ม ร่องแก้ม แนวกราม-คาง) ด้วยแผลหน้าหู และหลังหู เย็บชั้นกล้ามเนื้อ SMAS ให้ตึง (Full facelift)
  3. ผ่าตัดยกกระชับใบหน้า ด้วยวัสดุสังเคราะห์ (Endotine Mid face lift)
  4.  ผ่าตัดยกกระชับคางห้อย ด้วยการเย็บกล้ามเนื้อใต้คาง (Neck lift / Neck Tuck)
  5. ผ่าตัดดึงคิ้ว (Forehead lift)
  6. ผ่าตัดเพิ่มความอูมอิ่ม (Fat transfer)

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ดึงหน้า

หลังจากปรึกษาแพทย์เพื่อตัดสินใจจะผ่าตัดแล้ว ต้องมีการเตรียมตัวดังนี้
  • การตรวจสุขภาพร่างกาย ผลการตรวจทุกอย่าง ประวัติการรักษาพยาบาล รวมถึงการตรวจสุขภาพของผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ต้องตรวจคลื่นหัวใจ ตรวจ EKG และ stress test เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 40 ปี ที่อาจจะมีโรคหัวใจ ความดัน ซึ่งจะมีผลต่อการดมยาสลบ
  • หยุดการสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • สระผมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  • ความคาดหวังของผู้ป่วยก่อนผ่าตัด ต้องคุยกับแพทย์ให้ชัดเจน ถึงความต้องการของผลการผ่าตัดดึงหน้าเช่น ผลของริ้วรอยหลังผ่าตัดดึงหน้า อาจจะมีใบหน้าซ้ายขวาไม่เท่ากันได้ เนื่องจากไขมันที่เหลือบนใบหน้าอาจจะไม่เท่ากัน

เทคนิคและวิธีการที่ใช้ในการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า

การผ่าตัดดึงหน้า ต้องทำภายใต้การดมยาสลบ หรือยาชา แล้วทำให้ผู้ป่วยหลับด้วย (Sedation) การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง การศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล มี 6 เทคนิคด้วยกัน แต่ในคนไข้บางคนอาจมีความจำเป็นต้องใช้หลายเทคนิคร่วมกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ ดังนี้

1. การผ่าตัดดึงโหนกแก้ม- ร่องแก้ม (Mini facelift / Midface lift)

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลสองตำแหน่งคือที่ใต้ตาล่างและหน้าหู การเปิดแผลที่ตาล่างเพื่อดึงกล้ามเนื้อโหนกแก้ม การเปิดแผลที่หน้าหูตั้งแต่ขมับเหนือหูลงมาหน้าหู แล้วเลาะผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณหน้าหูและแก้ม เพื่อกระชับเนื้อเยื่อให้ตึง แล้วตัดผิวหนังส่วนเกินออกเย็บแผลให้เรียบร้อย เทคนิคนี้เหมาะกับผู้ที่มีร่องแก้มห้อย หย่อนคล้อยไม่มาก  
649f889494db7
รูปที่ 1: เทคนิคผ่าตัดดึงหน้าด้วย การผ่าตัดดึงโหนกแก้ม-ร่องแก้มและตาล่าง

2. การผ่าตัดดึงหน้าทั้งหน้า (Full facelift)

รวมโหนกแก้ม ร่องแก้ม แนวกรามและคาง โดยเปิดแผลหน้าหูถึงหลังหู เปิดเลาะไปถึงชั้น กล้ามเนื้อ แล้วแยกเอาชั้นของ SMAS ออกมาดึงให้ตึงแล้วตัดส่วนเกินออก แล้วเย็บให้ตึงที่สุด จากนั้นชั้นของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง และผิวหนังก็ต้องดึงให้ตึงตามชั้นของ SMAS แล้วตัดหนังส่วนเกินในชั้นของเนื้อเยื่อและผิวหนังออกให้พอดี แล้วเย็บปิดแผลให้สวยงาม เทคนิคนี้เหมาะกับผู้ที่มีใบหน้าหย่อนคล้อยมากถึงแนวกรามและคาง 
649f889494f2e
รูปที่ 2: เทคนิคการผ่าตัดดึงหน้าแบบดึงทั้งหน้า โดยเย็บชั้นของ SMAS

3. การผ่าตัดดึงหน้าโดยใช้วัสดุสังเคราะห์ (Endotine - Mid face lift)

การศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าโดยใช้วัสดุสังเคราะห์ มาช่วยดึงชั้นกล้ามเนื้อส่วนลึกของหน้าด้วยการเปิดแผลหน้าหู แล้วใช้ Endotine ดึงกล้ามเนื้อแก้มล่างขึ้นตามความต้องการ แล้วตัดหนังส่วนเกินออกแล้วเย็บปิดแผล การใช้เทคนิคนี้จะช่วยให้โหนกแก้มสูงขึ้นแล้ว วัสดุที่ใช้จะสลายไปภายใน 6 เดือน ข้อควรระวัง ตัว Endotine อาจจะทำให้เส้นประสาทฉีกขาดได้
649f88949505f
รูปที่ 3: การผ่าตัดดึงหน้าโดยใช้ วัสดุสังเคราะห์ (Endotine)

4. การผ่าตัดยกกระชับลำคอ ผ่าตัดดึงคอ

การผ่าตัดยกกระชับคางห้อย ด้วยการเย็บกล้ามเนื้อใต้คาง (Neck lift / Neck Tuck) มี 2 เทคนิคตามตำแหน่งการเปิดแผลผ่าตัด ดังนี้
เปิดแผลที่หน้าหูหลังหู ยาว (Neck Lift) ดังรูป Incision line no.1 เพื่อกระชับกล้ามเนื้อแก้ม แนว กราม-คาง และคอ โดยการผ่าตัดเลาะชั้นของ SMAS ตั้งแต่แนวคอ กราม-คาง และแก้ม แล้วดึงให้ตึง ตัดส่วนเกินออก แล้วเย็บชั้น SMAS ให้ตึงตามแนวรูป
เปิดแผลเล็กๆ ใต้คาง (Neck Tuck) ดังรูป incision line no.2 พร้อมกับเย็บกระชับกล้ามเนื้อใต้คางให้ชิดกัน ทำให้ลำคอกระชับดูตึงขึ้น ตัดเอาหนังส่วนเกิน หรือไขมันส่วนเกินจากคอและคางออกให้พอดี จะได้ลำคอและคางที่กระชับ ไม่เป็นคางเหมือนไก่งวง
การผ่าตัดดึงคอ มักจะทำร่วมกับการดึงหน้าแล้วกระชับกล้ามเนื้อชั้น SMAS เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
649f889495159
รูปที่ 4: เทคนิคการผ่าตัดดึงคอ กระชับกล้ามเนื้อคอและ SMAS

5. การผ่าตัดดึงคิ้ว (Brow Lift / Forehead lift)

เป็นส่วนหนึ่งของการผ่าตัดดึงหน้า เพื่อให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ แผลผ่าตัดจะอยู่หลังไรผม 1-2 เซนติเมตร เป็นการดึงระดับคิ้วขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้น คิ้วไม่ตก การผ่าตัดดึงคิ้วมี 3 แบบ ดังนี้
  • ผ่าตัดดึงคิ้วด้วยกล้อง ข้อดีคือแผลเล็ก
  • ผ่าตัดดึงคิ้วแผลเหนือหู ประมาณ 5-7 เซนติเมตร
  • ดึงคิ้วแบบแผลกว้าง ในกรณีที่ต้องการ ดึงหน้าผากทั้งหมดให้สูงขึ้น ลดริ้วรอยที่เป็นมากที่หน้าผากอีกด้วย (ดูเพิ่มเติม)

6. การทำให้หน้าตึงด้วยการฉีดไขมัน (Fat graft)

โดยการเอาไขมันของตัวเองจากส่วนอื่นมาฉีดใส่หน้า เพื่อให้ใบหน้าดูอวบอิ่ม เต่งตึง สำหรับคนที่หน้าเหี่ยว และผอมตอบ การเพิ่มไขมันบนใบหน้าจึงจำเป็นอย่างยิ่ง
649f88949524e
รูปที่ 5: การทำให้หน้าตึงด้วยการฉีดไขมัน

การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ดึงคอ

หลังจากปรึกษาแพทย์เพื่อตัดสินใจจะผ่าตัดดึงหน้าแล้ว ต้องมีการเตรียมตัว ดังนี้
  • การตรวจสุขภาพร่างกาย ผลการตรวจทุกอย่างประวัติการรักษาพยาบาล รวมถึงการตรวจสุขภาพของผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ต้องตรวจคลื่นหัวใจ, ตรวจ EKG, stress test เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 40 ปี ที่อาจจะมีโรคหัวใจ ความดัน ซึ่งจะมีผลต่อการดมยาสลบ
  • หยุดการสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • สระผมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  • ความคาดหวังของผู้ป่วยก่อนผ่าตัด ต้องคุยกับแพทย์ให้ชัดเจน ถึงความต้องการของผลการผ่าตัดดึงหน้า เช่น ผลของริ้วรอยหลังผ่าตัดดึงหน้า อาจจะมีใบหน้าซ้ายขวาไม่เท่ากันได้ เนื่องจากไขมันที่เหลือบนใบหน้าอาจจะไม่เท่ากัน

การดูแลหลังผ่าตัดดึงหน้า

  • นอนหมอนสูง ยกศีรษะให้สูงเท่าที่จะทำได้
  • หลังผ่าตัด 2 วันสระผม ล้างหน้าได้
  • มีการเคลื่อนไหวบ้างอย่างช้าๆ เพื่อให้ระบบเลือดไหลเวียน
  • สวมผ้ารัดหน้าตลอดเวลา 3 วันแรก จากนั้นสวมเฉพาะกลางคืนอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อช่วยลดบวม
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหักโหม 1 เดือนหลังผ่าตัด
  • หยุดการสูบบุหรี่ หรือดื่มเหล้า อย่างน้อย 2 อาทิตย์หลังผ่าตัด
  • ไปตามแพทย์นัดทุกครั้ง มีข้อสงสัยอะไรถามแพทย์ที่ผ่าตัดได้ตลอดเวลา
  • หลังผ่าตัด 7 วันตัดไหม และมีบางส่วนตัดไหม 10 วันหลังผ่าตัด

ความเสี่ยงและปัญหาแทรกซ้อนของการผ่าตัดดึงหน้า

  • ปัญหาการคั่งของเลือด Hematoma ใต้ผิวหนังหลังผ่าตัด
  • ปัญหาของการสะสมของน้ำเหลืองเป็นบางส่วนของใบหน้า เกิดการยุบบวมช้า
  • ผมร่วงหรือหายไปบริเวณที่เปิดแผล อาจจะเป็นชั่วคราว หรือถาวรก็ได้แก้ได้ด้วยการปลูกผม
  • แผลเป็นบริเวณแผลผ่าตัด โดยปกติจะปกปิดโดยผม แต่บางคนอาจจะเกิดแผลเป็นนูนแดง แต่แก้ไขได้ ด้วยการฉีดยา corticosteroid หรือการทำหัตถการอื่นๆช่วย
  • อาจจะเกิดเนื้อตาย (skin necrosis) เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ
  • ผิวหนังอาจจะไม่เรียบ และสีผิวอาจจะไม่สม่ำเสมอได้แต่แก้ไขได้ด้วยวิธีการอื่น
  • ไหมที่เย็บอยู่ใต้ผิวหนังอาจจะโผล่ขึ้นมา หรือเวลาลูบๆ แล้วรู้สึกเป็นไหม แต่เป็นไหมละลายต้องใช้เวลา 3-6 เดือน
  • อาจจะทำให้ใบหน้าไม่เท่ากันได้ เนื่องจาก Fat necrosis หรือไขมันที่เหลือบนใบหน้าไม่เท่ากัน
  • การฉีกขาดของเส้นประสาท อาจจะชาหรือกล้ามเนี้ออ่อนแรงได้ มักจะแบบเป็นชั่วคราว สามารถหายได้เอง 6-12 เดือน
  • ความเสี่ยงอื่นๆ เหมือนกับการผ่าตัดใหญ่ทั่วไป เช่น ความเสี่ยงจากการดมยาสลบ การติดเชื้อ หรือยาบางตัวที่รับประทานต่อเนื่อง

การพักฟื้นหลังการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ดึงคอ

หลังการผ่าตัด อาจจะมีอาการบวมช้ำเขียวและอาการชา ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ต้องใส่ผ้ารัดหน้านาน 24 ชั่วโมง ในช่วง 3 วันแรกหลังผ่าตัด หลังจากนั้นใส่ตอนนอนนาน 1 เดือน อาการบวมช้ำที่หน้าจะเริ่มดีขึ้น หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์ นวดหน้าเบาๆ เพื่อกระตุ้นเส้นประสาทและไล่น้ำเหลือง ช่วยลดอาการบวม คนไข้สามารถกลับไปทำงานตามปกติได้ 14 วันหลังผ่าตัด คนไข้สามารถออกกำลังกายได้หลังผ่าตัดแล้ว 4 สัปดาห์ อาการบวมจะลดลงและอาการชาจะดีขึ้น จะเห็นผลการผ่าตัดอย่างชัดเจนประมาณ 6-12 เดือนหลังผ่าตัด

รูปก่อนและหลังศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ดึงคอ

รีวิวศัลยกรรมดึงหน้า / การผ่าตัดดึงหน้า / ดึงคอ

วิดีโอรีวิว การศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล

1695999620 6516e684aa0a0

การทำศัลยกรรมดึงหน้าเหมาะกับใคร

เมื่ออายุของเราเพิ่มมากขึ้น ใบหน้าของเราก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไป ตั้งแต่ชั้นผิวหนังชั้นไขมันลงไปจนถึงชั้นโครงสร้างของกระดูก ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าแล้วแต่บุคคล
  • ผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป บางคนเริ่มพบปัญหาผิวหย่อนคล้อยตั้งแต่อายุ 30 ต้นๆ หรือวัยทำงาน อาจเริ่มสังเกตเห็นหนังตาที่เริ่มบทบังชั้นตา มองดูแล้วชั้นตาเล็กลง เนื่องจากหนังตาลงมาปกคลุม ส่วนแก้มเริ่มเห็นมีร่องลึกมองเห็นได้ เริ่มมีการฝ่อของไขมัน หรืออาจจะเกิดแก้มย้อยน้ำหนักที่เพิ่มหรือลดในช่วงนี้ ส่วนใต้ตามีร่องลึกมองดูอิดโรยและเหนื่อยล้า คางมองเห็นมีเหนียง กรอบหน้าเริ่มไม่เรียว มีริ้วรอยเกิดขึ้นบางบริเวณ เช่น หางตาเริ่มมีจีบรอยตีนกา หน้าผากมีเส้นขวาง หว่างคิ้วมีเส้นของการขมวดคิ้วมาก
  • ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป พอเข้าสู่วัย 40 ปีขึ้นไป การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าเริ่มจะแสดงให้เห็นเด่นชัดขึ้น มีความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ตั้งแต่ช่วงหนังตาที่จะเริ่มมีหางตาตก มองดูใบหน้าเศร้า คิ้วตกทำให้ดูเหนื่อยล้า ช่วงแก้มมีร่องลึกมากขึ้น และถ่วงลงมามองดูมีอายุเกินจริง อาจจะมองเห็นกรอบหน้าที่หย่อนยานมุมปากเริ่มมีหนังเกิน และเริ่มมองเห็นเป็นร่องลึกที่เรียกว่าร่องน้ำหมากลึก ช่วงคอที่มีหนังเกินมองเห็นรอยเหี่ยวย่น และชั้นที่พับเป็นชั้นๆ
  • ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เมื่อเข้าสู่วัย 50 ขึ้นไป การเปลี่ยนแปลงต่างๆ มองเห็นได้ชัดเจนในทุกส่วนของใบหน้า ระดับของเส้นคิ้วจะตกลงมามากจนใกล้กับระดับชั้นตา บางคนหางคิ้วจะตกลงไปมากจนทำให้ดันหนังตา บดบังการมองเห็นโดยเฉพาะเวลามองข้าง บางคนจะเห็นหนังตาของตัวเอง ส่วนของขมับมีไขมันที่ฝ่อลงไปทำให้เกิดเป็นขมับบุ๋ม มองเห็นร่องขมับชัดเจน ดูสูงวัย และไม่สดใส ช่วงกลางของใบหน้าโหนกแก้มดูลดต่ำลง มีแก้มย่อยเกิดขึ้นดันลงมาทำให้เห็นร่องแก้มลึก ไขมันบริเวณกรามย้อยต่ำลงเลยกรอบของใบหน้ามองเห็นได้ชัดเจน ที่คอมีผิวหนังหย่อนคล้อยส่วนเกิน และมีเส้นริ้วรอยชัด
1695999666 6516e6b261961
รูปที่ 6. แสดงภาพตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อในใบหน้าตามอายุที่มากขึ้น

หากไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า มีวิธีการรักษาแบบอื่นหรือไม่

การแก้ไขปัญหาของใบหน้า ที่มีความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับระดับความเปลี่ยนแปลงตามอายุและสภาพผิวของแต่ละคน โดยศัลยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาวิธีการรักษา สำหรับผู้ที่มีความเปลี่ยนแปลงน้อย ปัญหาส่วนใหญ่เริ่มเกิดตอนอายุน้อยๆ ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการที่ไม่ต้องผ่าตัด โดยอาจจะใช้พวกสารเติมเต็มบนผิวหน้า ที่ช่วยเสริมเติมในตำแหน่งที่มีร่องลึก เช่น ไขมันของตัวเอง หรือฟิลเลอร์ ส่วนโบท็อกจะเป็นสารที่ช่วยลดริ้วรอย ด้วยการลดการทำงานของระบบประสาทกล้ามเนื้อมัดบริเวณนั้นๆ ของใบหน้า

ในประเทศไทยนิยมนำสารซิลิโคนเหลวมาฉีด โดยกลุ่มที่ไม่ใช่แพทย์ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบค่อนข้างมาก เนื่องจากก่อให้เกิดการอักเสบของผิวหน้ามีการซึมขึ้นมาบนผิวหนัง มองดูเป็นลักษณะแดงๆ ผิวบางใส หรือลึกลงไปใต้ผิวหนังคลำได้เป็นก้อนๆ หรือเป็นตายแข็งๆ และมีการเลื่อนไหลไม่อยู่ในตำแหน่งที่ฉีด ทำให้ใบหน้าผิดรูปไป และที่สำคัญที่สุด ตัวซิลิโคนเหลวนั้นยังเป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย (Siliconoma) ส่วนการร้อยไหมในปัจจุบันก็พบว่า นิยมนำมาใช้ในกรณีที่มีความหย่อนยานไม่มาก อาจใช้เพื่อปรับรูปหน้าให้กลับมายกตึง ดูใบหน้ากระชับอีกครั้ง
แต่หากปัญหานั้นยังคงมองเห็นได้ชัดเจนหรือเมื่ออายุที่เพิ่มมากขึ้น การใช้เทคนิคที่ไม่ต้องผ่าตัด อาจจะไม่ช่วยให้ประสบความสำเร็จได้ดีเท่ากับการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ที่จะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน ทำให้ใบหน้ากลับมากระชับได้ยาวนาน และมีประสิทธิภาพมากกว่า
649f889495159
รูปที่ 7. แสดงเทคนิคการผ่าตัดดึงคอ กระชับกล้ามเนื้อคอ และ SMAS

เคยฉีดหน้า ร้อยไหมมาก่อน จะทำศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าได้หรือไม่

สำหรับผู้ที่มีสารแปลกปลอมบนใบหน้ามาก่อน สามารถเข้ารับการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้าได้หรือไม่นั้น ศัลยแพทย์จะทำการซักประวัติ และตรวจร่างกายบริเวณใบหน้าก่อน เมื่อพิจารณาเรื่องของการรักษาโดยวิธีการศัลยกรรมผ่าตัด ในผู้ที่เคยมีประวัติการรับสารเติมเต็มเข้ามาบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์ คอลลาเจน ซิลิโคนเหลว หรือแม้กระทั่งผ่านการร้อยไหมมาก่อน ก็สามารถทำการผ่าตัดได้ แต่จะต้องได้รับการเลาะสารแปลกปลอมต่างๆ เหล่านั้นออกไปก่อนที่จะทำการดึงกระชับใบหน้าได้ในคราวเดียวกัน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด และลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น การอักเสบบวมแดงนาน หรือทำให้แผลการผ่าตัดหายช้า เป็นต้น

ทำไมโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมลจึงเป็นที่นิยมในการทำศัลยกรรมดึงหน้า (Rhytidectomy)

ใบหน้าเป็นสิ่งแรกที่คนเรามองเห็นเมื่อพบกัน การมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์และสดใสเป็นสิ่งสำคัญ การศัลยกรรมดึงหน้า (Rhytidectomy) เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยม สำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้า
โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล เป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงและความเชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมดึงหน้า ผ่าตัดดึงหน้า และลำคอ เพื่อแก้ไขความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอ ทีมศัลยแพทย์ผู้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูง นายแพทย์กมล พันธ์ศรีทุม และทีมศัลยแพทย์จะวิเคราะห์ความหย่อนคล้อยของใบหน้าและลำคอของแต่ละบุคคล โดยคำนึงถึงความยืดหยุ่นของผิวหน้าและลำคอ เพื่อพิจารณาว่าจะใช้เทคนิคไหนที่เหมาะสม เพื่อสร้างความเต่งตึงและอ่อนเยาว์ของใบหน้า และสัมพันธ์กับความคาดหวังของแต่ละบุคคล
โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล ภาคภูมิใจในการให้บริการที่อบอุ่น ปลอดภัย ด้วยอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก JCI (Joint Commission International) ซึ่งเป็นองค์กรด้านการดูแลมาตรฐานโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งปากและใบหน้า รวมถึงทันตแพทย์จะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความปลอดภัย ความสวยงามสมบูรณ์แบบ และรักษาความเป็นส่วนตัวสำหรับคนไข้ทุกคน
โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล จึงเป็นจุดหมายปลายทางลำดับต้นสำหรับการศัลยกรรมดึงหน้า เพราะมีผลการรักษาที่ดีอย่างต่อเนื่องและลูกค้าพึงพอใจ หากคุณต้องการฟื้นฟูใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ หรือเสริมสร้างรูปลักษณ์ให้กับใบหน้าของคุณ เรายินดีให้บริการเพื่อให้คุณสวยงาม ปลอดภัยและบรรลุเป้าหมาย

Related procedures

Nose job min
ปรับรูปทรงจมูกโดยการตกแต่งกระดูกและกระดูกอ่อน เพื่อปรับปรุงรูปลักษณ์ สมดุล หรือแก้ไขปัญหาการหายใจ
Eyelid Surgery min
เอาไขมันและผิวหนังส่วนเกินออกจากเปลือกตา เพื่อลดความบวมและหย่อนคล้อย สร้างลุคที่ดูอ่อนเยาว์และสดชื่นขึ้น
Alarplasty min
ทำให้รูจมูกกว้าง แคบลงโดยการปรับรูปร่างฐานจมูกทางศัลยกรรม เพื่อให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม และเพิ่มความสมดุลของใบหน้าโดยรวม
Facial Contouring min
ปรับโครงสร้างกระดูกโดยการผ่าตัดปรับแต่งแก้ม กราม หรือคาง เพื่อเพิ่มความสมดุลและได้สัดส่วนใบหน้าที่ต้องการ
Lip Surgery min
เพิ่มหรือลดขนาด และรูปทรงของริมฝีปาก สร้างความสมมาตร และปรับปรุงความสมดุลของใบหน้าด้วยผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
ก้าวแรก..สู่ตัวตนที่เราเลือก

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ที่ประกอบด้วย แพทย์ ศัลยแพทย์ จิตแพทย์  สูตินรีแพทย์ และผู้ที่มากประสบการณ์หลากหลายสาขา ของเรา พร้อมรับฟัง ให้คำแนะนำ และดูแลคุณด้วยความรัก ความเข้าใจ อย่างอบอุ่น  ในทุกช่วงของการปรับชีวิตให้สมบูรณ์แบบ สู่ตัวตนที่เราเลือก ติดต่อเราได้ตลอดเวลา เพื่อปรึกษาและหาทางเลือกที่เหมาะกับคุณ