คุณกำลังวางแผนเดินทางมาไทยอยู่หรือไม่? ดู Kamol Trip หรือ ติดต่อเรา

การเสริมจมูก / เสริมโครงสร้างจมูก

ปรับรูปร่าง และความชัดเจนของจมูก โดยใช้การปลูกถ่าย หรือการเสริมด้วยซิลิโคน เพื่อให้ได้สัดส่วนที่สวยงามและสมดุลมากขึ้น

อยากทำจมูกให้ใบหน้าดูมีมิติ ควรเลือกเสริมจมูกแบบไหนดี

การเสริมจมูก เป็นการศัลยกรรมยอดนิยมของทั้งหญิงและชาย เพราะจมูก คือจุดศูนย์กลางของใบหน้า ถ้ามีจมูกที่โด่งได้รูป ใบหน้าก็จะดูมีมิติ ทำให้องค์ประกอบอื่นๆ ของใบหน้า เด่นชัด และดูดีขึ้น แต่คนเอเชียมักจะมีปัญหาสันจมูกแบน ปีกจมูกกว้าง การศัลยกรรมจมูกให้ได้รูปทรงสวยงาม เป็นธรรมชาติ จึงเป็นที่นิยมมาก ทั้งการทำจมูกให้โด่งขึ้น และการตัดปีกจมูกเพื่อให้ปีกจมูกที่ใหญ่ดูแคบลง ผลจากการศัลยกรรมจมูก บางท่านอาจทำให้หายใจสะดวกขึ้น ลดอาการนอนกรนได้อีกด้วย

  • หากมีใบหน้าที่ดูเป็นเหลี่ยม ก็ควรจะมีจมูกที่ดูอ่อนหวาน ปลายจมูกดูมน สันจมูกมีส่วนโค้งทำให้ใบหน้าไม่แข็งจนเกินไป
  • หากมีใบหน้าค่อนข้างกลม เนื้อมาก ควรจะมีจมูกที่ดูโด่งชัดเจนสันค่อนข้างตรง ปลายดูพุ่งทำให้ใบหน้าดูแคบลงและมีมิติมากขึ้น
  • จมูกผู้ชายมักมีเนื้อปลายจมูกหนา และกว้างควรทำจมูกให้ปลายดูโด่งชัดเจน สันจมูกค่อนข้างตรง หากมีสันกลางเล็กๆ (Hump) จะทำให้ใบหน้าดูเรียว และดูแข็งแรงมีพลัง
  • จมูกผู้หญิงที่เริ่มมีอายุ ควรมีสันจมูกไม่สูงเกินไป โดยเฉพาะระหว่างดวงตา เนื่องจากไขมันใต้ผิวหนังและเนื้อกระดูกบางลง
649f892e07c2d

การศัลยกรรมเสริมจมูกให้เหมาะสมกับใบหน้า

การเสริมจมูก (Augmentation Rhinoplasty) คือการเพิ่มความโด่งและมิติให้จมูกด้วยซิลิโคนหรือกระดูกอ่อน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ “เสริม” มากกว่า “ลด” โดยเฉพาะผู้ที่มีสันจมูกแบนหรือต่ำ ปลายจมูกไม่ได้รูป หรือปีกจมูกที่ต้องการความสมดุลมากขึ้น เทคนิคนี้เป็นที่นิยมมากในกลุ่มคนเอเชียซึ่งมักมีโครงจมูกแบนและกว้างกว่า สันจมูกต่ำกว่า แต่ก็มีผู้เข้ารับบริการจากทุกเชื้อชาติที่เลือกทำเพื่อปรับสัดส่วนจมูกให้เข้ากับใบหน้ามากขึ้น 

จมูกที่ได้สัดส่วนดีมีผลอย่างมากต่อความกลมกลืนของใบหน้า ความมั่นใจ และการเห็นคุณค่าในตนเอง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเลือกวัสดุและฝีมือศัลยแพทย์จึงสำคัญมาก วัสดุเสริมต้องเหมาะกับโครงสร้างเฉพาะบุคคล และต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการปรับแต่งให้เข้ากับใบหน้า เพศ และลักษณะเฉพาะของแต่ละคน เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ “จมูกที่ดูฝืน”

หากเป้าหมายของคุณคือการลดโหนก ลดความยาวปลายจมูก ปรับสันจมูกให้ตรง หรือแก้ปัญหาการหายใจ กรุณาดูที่หน้า เสริมจมูก/ทำจมูก หลัก ส่วนหน้านี้เจาะจงเรื่องการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนหรือกระดูกอ่อนโดยเฉพาะ

ผู้ที่เหมาะกับการศัลยกรรมเสริมจมูก

ผู้ที่อาจเหมาะกับการศัลยกรรมเสริมจมูก ได้แก่ 
  • มีสันจมูกแบนหรือต่ำ ปลายจมูกตก หรือมีรูปทรงจมูกที่ต้องการเพิ่มความสูงและความชัดเจน
  • มีสุขภาพร่างกายโดยรวมแข็งแรงและเหมาะสมต่อการเข้ารับการผ่าตัด
  • มีความคาดหวังต่อผลลัพธ์ของการผ่าตัดที่สมเหตุสมผล
  • เข้าใจประโยชน์ ข้อจำกัด และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด
  • มีอายุที่เหมาะสมและจมูกเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 14 ปีสำหรับผู้หญิง และ 16 ปีสำหรับผู้ชาย
  • มีความพร้อมทางด้านอารมณ์และมีทัศนคติที่เหมาะสมต่อการผ่าตัด

จมูกคนเอเชียจะมีสันจมูกแบน ปีกจมูกแบนและกว้าง ศัลยแพทย์จะออกแบบเพื่อปรับแก้ไขรูปทรง เพื่อเพิ่มความสูงของสันจมูก ความสูงและความยาวของปลายจมูก โดยคำนึงถึงความกว้างของมุมระหว่างแนวเส้นริมฝีปากบน และแนวเส้นปลายจมูกถึงฐานแกนจมูก (Nasolabial angle) ให้ได้องศาที่เหมาะสม เพื่อให้ได้จมูกที่เป็นธรรมชาติ

โดยทั่วไปจมูกของผู้หญิงปลายจะอยู่ประมาณ 95-110 องศา และผู้ชายจะอยู่ที่ 90-105 องศา ส่วนมุมระหว่างจมูกและหน้าผาก (Nasofrontal angle) ในผู้หญิงประมาณ 120-140 องศา ส่วนในผู้ชายประมาณ 140-150 องศา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของผิวหนัง และโครงสร้างของจมูกในแต่ละบุคคล

649f892e085ad

ซิลิโคนเสริมจมูกมีเเบบไหนบ้าง?

1.ซิลิโคนอ่อน (Silicone implant)

1706263318 65b383164624f

เป็นวัสดุที่มีความนุ่มและยืดหยุ่น สามารถขึ้นรูปให้เหมาะกับแนวสันจมูกได้ มีการใช้อย่างแพร่หลายในการเสริมสันจมูก และสามารถเลือกขนาดหรือรูปทรงให้เหมาะกับโครงสร้างของแต่ละบุคคล

ข้อดี:

  1. เป็นวัสดุที่สามารถนำมาเหลาปรับแต่งรูปทรงได้ง่าย และมีปฏิกิริยาต่อร่างกายต่ำ
  2. แกนซิลิโคนสามารถอยู่ในร่างกายได้นาน ในบางรายอาจคงอยู่ได้ตลอดชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแกนใหม่
  3. แท่งซิลิโคนที่ใช้ในการผ่าตัด (Implant Grade) ต้องมีความบริสุทธิ์ค่อนข้างสูง วัสดุมีความแตกต่างกันไปขึ้นกับแหล่งผลิต และเทคโนโลยีการผลิต รวมทั้งการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานของรัฐ เช่น องค์การอาหารและยา เป็นต้น
  4. ซิลิโคนที่ใช้ในการทำจมูก มีทั้งแบบสำเร็จรูปที่ได้ขึ้นรูปมาแล้ว และแบบที่แพทย์เหลาเอง

ข้อเสีย:

  1. ต้องมาเหลาปรับแต่งรูปทรงเอง ขึ้นอยู่กับความถนัดและความชำนาญของแพทย์
  2. แกนซิลิโคนมีโอกาสเคลื่อนตัวผิดตำแหน่ง
  3. เกิดการยุบตัวของเนื้อเยื่อและเนื้อเยื่อพังผืดรัดแกน

2.ePTFE (expanded POLYTETRAFLUOROETHYLENE )

1706263374 65b3834eb1190

เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่มีน้ำหนักเบา ยืดหยุ่น และแข็งแรง นิยมใช้ในการเสริมสันจมูก โดยวัสดุมีโครงสร้างที่ช่วยให้เนื้อเยื่อโดยรอบสามารถยึดเกาะได้

3. กระดูกซี่โครงอ่อน (Rib Cartilage)

1706263439 65b3838fa0b8f

การเสริมจมูกด้วยกระดูกซี่โครงอ่อน สามารถทำให้โด่งได้มากกว่าวัสดุอื่น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำจมูกให้โด่งมาก แต่มีเนื้อจมูกจำกัด หรือกรณีต้องการปรับแก้จมูก เป็นการศัลยกรรมจมูกที่ต้องผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบ และจะใช้เทคนิคการทำจมูกแบบเปิดเท่านั้น

เทคนิคการศัลยกรรมจมูกด้วยกระดูกซี่โครงอ่อน เป็นการใช้เนื้อเยื่อของตัวผู้ป่วยเอง โดยการผ่าตัดเอากระดูกซี่โครงจากบริเวณใต้ราวนม ผ่านแผลประมาณ 3 ซม. สามารถนำมาตกแต่งขึ้นรูป แล้วใช้เทคนิคการเสริมจมูกเปิด (Opened Technique) แพทย์อาจใช้วัสดุอื่นในส่วนประกอบ เช่น เนื้อเยื่อพังผืด (Fascia), ePTFE, Silicone implant ร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนในแต่ละราย

ข้อดี:

  1. เป็นเนื้อเยื่อของตัวเอง สามารถเสริมได้ความโด่งมากกว่าวัสดุภายนอก

ข้อเสีย:

  1. ต้องผ่าตัดแบบแผลเปิด
  2. ต้องวางยาสลบ เพื่อผ่าตัดเอากระดูกอ่อนออกมา

4. Customized Implant (CT-SCAN)

1706263500 65b383cc5425f

การเสริมจมูก โดยใช้เทคโนโลยีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT-SCAN), คอมพิวเตอร์สามมิติ (3D-CT SCAN), และเครื่องพิมพ์สามมิติ (3D-Printing) นำมาใช้ร่วมกันเพื่อสร้างแกนซิลิโคนให้ตรงกับเฉพาะบุคคล (Rapid prototype implant) เป็นวัสดุที่หล่อขึ้นตาม Model เฉพาะของคนไข้ตามขนาดความสูง ความกว้างที่ต้องการ โดยจะใช้เวลาเตรียมวัสดุประมาณ 1 สัปดาห์

ข้อดี ได้แกนซิลิโคนที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเฉพาะบุคคล
ข้อเสีย มีขั้นตอนมากกว่า, ค่าใช้จ่ายสูงกว่าแบบซิลิโคน

5. Acellular dermal matrix (ADM)

เป็นเนื้อเยื่อผิวหนังชั้นใน (Dermis) ที่ได้มาจากผิวหนังบริจาคที่นำมาสกัดเอาเซลล์ และผิวหนังชั้นนอกออกด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง 

ข้อดี: ทำให้ได้เนื้อเยื่อที่มีปฏิกิริยาต่อร่างกายต่ำมาก สามารถนำมาเสริมบริเวณสันจมูกให้ดูเป็นธรรมชาติ หรือใช้ร่วมกับแกนชนิดต่าง ๆ

ข้อเสีย: มีโอกาสสลายตัวบางส่วน และ ราคาสูงมาก

6. เนื้อเยื่ออื่น ๆ ที่มาจากร่างกาย

เนื้อเยื่ออื่น ๆ ที่มาจากร่างกายของผู้เสริมจมูกเอง มักใช้ในกรณีที่ร่างกายมีปฏิกิริยาต่อต้านกับสารภายนอกร่างกาย หรือในผู้ที่มีประวัติแพ้วัสดุเทียม ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ จะใช้เนื้อเยื่อเสริมโดยตรง หรือร่วมกับการเสริมด้วยวัสดุอื่นๆ ก็ได้ ข้อจำกัดคือการสลายตัวของเนื้อเยื่อ ที่ย้ายเข้ามาในตำแหน่งใหม่ ขึ้นอยู่กับลักษณะของเนื้อเยื่อที่นำมาเสริม และทำให้มีแผลเป็นบริเวณที่เก็บเนื้อเยื่อมา ได้แก่ 

  • กระดูกอ่อนหลังหู (Ear Cartilage): มีความยืดหยุ่นคล้ายกับกระดูกอ่อนจมูก สามารถปรับแต่งรูปทรงได้ง่าย มักใช้แก้ไขความไม่สมมาตรของปีกจมูก การเสริมปลายจมูก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

  • แผ่นผิวหนังจากสะโพกหรือร่องก้น (Dermofat graft): ให้ความรู้สึกนุ่มและดูเป็นธรรมชาติ ปรับเข้ากับโครงสร้างจมูกได้ดี มักใช้แก้ไขผิวจมูกที่ดูไม่สม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มความเรียบเนียนให้กับผิวจมูก และการเพิ่มความนูนบริเวณสันจมูก

สำหรับระยะเวลาในการผ่าตัดเสริมจมูก จะเริ่มตั้งแต่ 45 นาที – 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือกใช้ในการศัลยกรรมจมูก

เทคนิคการเสริมจมูกมีกี่เเบบ ควรเลือกทำเเบบไหนดี?

649f88945913f
Picture 1: The differences between open and closed techniques in Rhinoplasty

1. การเสริมจมูกแบบแผลในรูจมูก (Closed Rhinoplasty)

คือการเปิดแผลภายในรูจมูกด้านบน เพื่อใส่วัสดุหรือเนื้อเยื่อเข้าไปที่ใต้รูจมูกเพื่อซ่อนแผลเป็น อาจจะเปิดรูจมูกข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ เหมาะสำหรับการผ่าตัดเสริมจมูกที่ไม่ซับซ้อน

ข้อดี: การศัลยกรรมจมูกแบบแผลในรูจมูก คือ มองไม่เห็นแผลเป็น

ข้อเสีย: การศัลยกรรมจมูกแบบแผลในรูจมูก

  • ไม่สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในจมูกได้
  • ไม่สามารถปรับแต่งแก้ไขโครงสร้างจมูกได้

2. การเสริมจมูกแบบเปิดแผลด้านนอก (Open Rhinoplasty)

การเสริมจมูกแบบเปิด เป็นการเปิดแผลในรูจมูกสองข้าง ร่วมกับเปิดแผลผ่านผิวหนังระหว่างรูจมูก เพื่อเปิดให้เห็นโครงสร้างจมูกด้านใน แพทย์สามารถมองเห็นด้านในเพื่อทำการผ่าตัดในกรณีที่ซับซ้อน หรือเพื่อปรับแก้ไขโครงสร้างจมูก มักจะใช้ในกรณีเสริมหรือแก้ไขด้วยแกน ePTFE หรือกระดูกซี่โครง การเปิดแผลแบบ Open Technique ส่วนใหญ่ต้องวางยาสลบ

ข้อดี: การศัลยกรรมจมูกแบบเปิดแผลด้านนอก มองเห็นโครงสร้างจมูกด้านในได้ชัดเจน สามารถปรับโครงสร้างกระดูกจมูกได้ดี

มองเห็นโครงสร้างจมูกด้านในได้ชัดเจน สามารถปรับโครงสร้างกระดูกจมูกได้ดี

ข้อเสีย: การศัลยกรรมจมูกแบบแผลเปิดแผลด้านนอก อาจจะมองเห็นแผลเป็นได้

ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัด: จะใช้เวลาประมาณ 45 นาที – 3 ชั่วโมง

การเย็บอินเตอร์โดม (Interdomal Suture) คืออะไร?

การเย็บอินเตอร์โดม (Interdomal Suture) เป็นเทคนิคการศัลยกรรมจมูก ที่ช่วยปรับแต่งรูปทรงปลายจมูกให้สวยงามขึ้น โดยการเย็บกระดูกอ่อนส่วนปลายจมูกเข้าหากัน ช่วยให้ปลายจมูกดูเรียวขึ้น แคบลง และมีมิติมากขึ้น เทคนิคนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปลายจมูกกว้าง แบน หรือขาดความโดดเด่น รวมถึงผู้ที่ต้องการปรับปลายจมูกให้ดูเรียวขึ้น โดยไม่ต้องใช้วัสดุเสริม การเย็บอินเตอร์โดมช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และมีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากไม่ต้องตัดเนื้อเยื่อออก อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

649f892e0b967
ภาพแสดงขั้นตอนการเสริมจมูกด้วย Augmentation Rhinoplasty

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

ขั้นตอนแรกคือการเข้ารับคำปรึกษากับศัลยแพทย์ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับขั้นตอนการผ่าตัด เป้าหมายที่ต้องการ ประวัติสุขภาพ และประเมินโครงสร้างจมูก รวมถึงอาจมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการตามความเหมาะสม ควรแจ้งศัลยแพทย์เกี่ยวกับยา โรคประจำตัว อาการแพ้ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดที่ใช้อยู่ ก่อนการผ่าตัดอาจมีคำแนะนำดังต่อไปนี้

  • หยุดใช้ยาแอสไพรินและไอบูโพรเฟนอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนและหลังการผ่าตัด หรือตามคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากยาเหล่านี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเลือดออก
  • หลีกเลี่ยงสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่จำหน่ายทั่วไป ซึ่งอาจส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือดหรือการฟื้นตัว
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนและหลังการผ่าตัด หรือตามคำแนะนำของศัลยแพทย์ เนื่องจากอาจส่งผลต่อการหายของแผล
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาหาร การออกกำลังกาย หรือการดูแลผิวจากศัลยแพทย์

ขั้นตอนการผ่าตัด

649f892e0c274
ภาพแสดงขั้นตอนการเสริมจมูกด้วย Augmentation Rhinoplasty
  1. การระงับความรู้สึกในระหว่างผ่าตัด ส่วนใหญ่สามารถผ่าตัดด้วยยาชา ส่วนการใช้ยาสลบสำหรับกรณีผ่าตัดแบบแผลเปิด (Opened Technique) หรือการผ่าตัดที่ซับซ้อน

  2. ระยะเวลาในการผ่าตัดเสริมจมูก โดยทั่วไปสำหรับการผ่าตัดแบบปกติโดยใช้ยาชา (Closed Technique) ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง ส่วนการผ่าตัดแบบแผลเปิด หรือใช้ซี่โครง ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

  • การติดเชื้อที่แผล (infection) หรือการทำความสะอาดที่ไม่ได้พอ ทำให้เกิดคราบเลือดบริเวณแผลผ่าตัด เพราะฉะนั้นต้องทำแผลให้สะอาด ไม่ให้มีคราบเลือดติดอยู่ตรงบริเวณแผลผ่าตัด โดยทั่วไปการผ่าตัดเสริมจมูกตามมาตรฐานการแพทย์ จะมีโอกาสการติดเชื้อค่อนข้างต่ำน้อยกว่า 1% ขึ้นอยู่กับการดูแลแผลผ่าตัดของแต่ละบุคคลในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก รวมทั้งปฏิกิริยาการตอบสนองของร่างกาย ภูมิต้านของแต่ละบุคคล
  •  เลือดคั่ง (Hematoma) ทำให้เกิดการบวมมาก หากภายใน 7 วันยังบวมใหญ่อยู่ให้กลับมาพบแพทย์เพื่อเจาะเอาเลือดเสียออก
  •  จมูกเอียง หรือเบี้ยว
  • มีโอกาสเกิดแผลเป็น
  • ผลข้างเคียงจากการดมยาสลบ ในกรณีผ่าตัดแบบวางยาสลบ ผู้ป่วยอาจมีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ อาเจียน ในช่วง 1-2 วันหลังผ่าตัด การพักผ่อนที่เพียงพอจะทำให้อาการหายเร็วขึ้น
  • อาการปวดหลังการผ่าตัด (Pain) โดยปกติจะมีอาการปวดแผลไม่มาก สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ในช่วงสัปดาห์แรก กรณีที่ผ่าตัดแบบเปิดและใช้ซี่โครง แพทย์จะให้ยาแก้ปวดแบบฉีดในช่วงวันแรกหลังผ่าตัด หลังจากนั้นสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ตามปกติ
  • อาการบวม (Edema) ในระยะ 2 สัปดาห์แรก จะสังเกตเห็นการบวมค่อนข้างจัดเจน หลังจากนั้นการบวมจะค่อยๆ ลดลง รูปทรงจมูกจะค่อยๆเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้นในระยะเวลา 6–12 เดือน
  • เนื้อตาย (Skin necrosis) มีโอกาสเกิดน้อย ส่วนใหญ่เกิดในกรณีผ่าตัดแก้ไข เนื่องจากมีพังผืดมากและมีความผิดปกติของเส้นเลือดใต้ผิวหนัง
  • แผลแยกและมีเลือดออกผิดปกติ อาจเกิดขึ้นได้ในบางรายที่มีการแข็งตัวของเกล็ดเลือดผิดปกติหรือเลือดออกง่าย ส่วนใหญ่สามารถเย็บแผลแก้ไขได้ในช่วง 2 สัปดาห์แรก

การดูแลหลังการผ่าตัด

  • การผ่าตัดทำจมูก เป็นการผ่าตัดที่ไม่ซับซ้อน สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติหลังผ่าตัด 7 วัน อาการปวดอาจจะมีบ้าง รับประทานยาแก้ปวด หรือประคบเย็น
  • นอนศีรษะสูงช่วง 2 วันแรก เงยหน้าตรง ใช้หมอนล็อกคอ เพื่อลดการบวม 
  • งดอาหารเค็ม 1-2 อาทิตย์ เพื่อลดบวม
  • ไม่ควรนอนตะแคง 2 สัปดาห์ ป้องกันการเคลื่อนตัวเอียงของแกนจมูก
  • งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และรับประทานอาหารรสเค็มจัด, เผ็ดจัด และของหมักดอง ประมาณ 2 สัปดาห์
  • หลังผ่าตัด 24 ชั่วโมง ล้างหน้าเบา ๆ ด้วยสบู่อ่อน
  • ทำความสะอาดแผลผ่าตัดบริเวณ ปลายจมูกด้านที่มีแผลด้วย ไม้พันสำลีจุ่มน้ำต้มสุกให้สะอาดขจัดคราบเลือดแห้งๆ ออก
  • หลังผ่าตัด 3 วัน ดึงพลาสเตอร์ที่ปิดด้านนอกออก
  • เทคนิคการศัลยกรรมจมูกแบบแผลปิด ไม่ต้องตัดไหม เพราะเป็นไหมละลาย แต่ถ้าเป็นการตัดปีกจมูกหรือแผลเปิด ต้องตัดไหมหลังการผ่าตัด 5-7 วัน
  • นัดตรวจแผล 1 เดือน หลังการผ่าตัด โดยทั่วไปจมูกจะยุบบวมและเข้าที่ใช้ประมาณ 1 เดือน 

ระยะพักฟื้น

  • สัปดาห์ที่ 1: อาจมีอาการบวม รอยช้ำ ปวด หรือตึงบริเวณจมูก โดยอาจมีอุปกรณ์ดามหรือเฝือกจมูกเพื่อช่วยปกป้องและพยุงโครงสร้างในช่วงแรก
  • สัปดาห์ที่ 1–2: โดยทั่วไปอุปกรณ์ดามจมูกและไหมที่ไม่ละลายจะถูกนำออกตามการประเมินของศัลยแพทย์ อาการบวมและรอยช้ำจะเริ่มลดลง
  • เดือนแรก: อาการบวมส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ลดลง และเริ่มเห็นแนวโน้มของรูปทรงจมูกหลังการผ่าตัดได้ชัดเจนมากขึ้น
  • 2–6 เดือน: รูปทรงของจมูกจะค่อย ๆ เข้าที่มากขึ้นเมื่ออาการบวมที่เหลือลดลง ทั้งนี้ระยะเวลาที่ผลลัพธ์เข้าที่อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

โดยทั่วไปควรวางแผนพักงานประมาณ 1–2 สัปดาห์ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมาก กีฬา หรือการยกของหนักประมาณ 4–6 สัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของศัลยแพทย์

รูปก่อนและหลังการศัลยกรรมจมูก

วีดีโอรีวิว การศัลยกรรมจมูกที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล

ทำไมจึงเลือกโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมลสำหรับการผ่าตัดเสริมจมูก

649f892e0cc70
649f892e0d57a
649f892e0defa
649f892e0e843
  1. ได้รูปทรงจมูกสวยงาม เป็นธรรมชาติ ช่วยเสริมบุคลิกและความมั่นใจให้ผู้ที่ทำศัลยกรรมจมูก
  2. จมูกมีขนาดและรูปทรง รับกับใบหน้าและบุคลิกของแต่ละคน เช่นคนที่มีใบหน้าใหญ่และกว้าง จมูกก็จะค่อนข้างกว้างไม่แหลม ไม่ดูประหลาด บางคนจมูกหักมากก็สามารถปรับให้โด่ง และรับกับความโค้งของหน้าผากได้ดี บางท่านเป็นนักแสดงก็อาจจะมีรูปทรงที่โดดเด่นเป็นพิเศษ
  3. แพทย์มีประสบการณ์ความชำนาญในการศัลยกรรมจมูก ปรับแต่งแก้ไขจมูก ได้หลากหลายเชื้อชาติ เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก 
  4. ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล ทำศัลยกรรมจมูกด้วยแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งที่มีประสบการณ์เท่านั้น
  5. ใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นน้อยหลังจากทำศัลยกรรมจมูก
  6. มีความเสี่ยง และภาวะแทรกซ้อนหลังทำศัลยกรรมจมูกต่ำมาก
  7. วัสดุที่ใช้สำหรับเสริมจมูก ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล
  8. วัสดุที่ใช้ทำจมูก แพทย์จะเป็นผู้ออกแบบ และปรับแต่งให้เหมาะกับใบหน้าของแต่ละบุคคลเท่านั้น ไม่ใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปในการทำจมูก เพราะเราเชื่อมั่นว่าทุกคนมีโครงสร้างเฉพาะไม่เหมือนกัน ไม่สมควรถูกยัดเยียดให้ใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปแบบเดียวกัน
  9. มีเครื่องมือแพทย์ที่เพียบพร้อม ทันสมัย พร้อมรับการทำศัลยกรรมจมูกที่หลากหลายรูปแบบ
  10. เนื่องจากเป็นสถานพยาบาล ประเภทโรงพยาบาล จึงมีห้องผ่าตัดที่สามารถดมยาสลบได้ สามารถทำการผ่าตัดปรับโครงสร้างกระดูกจมูก ที่ใหญ่มาก สูงมาก กว้างมาก หรือมีสันจมูก (ฮัมพ์) ที่สูง ให้ได้ขนาดที่เล็กลง ซึ่งจะต้องทำการผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบเท่านั้น
  11. มีวิสัญญีแพทย์ตลอดระยะเวลาการทำการผ่าตัดทำจมูก เคสต่อเคส ไม่ใช้พยาบาลดมยาสลบตามมาตรฐานสากล
  12. เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมที่ได้มาตรฐานโลก รับรองโดย JCI สหรัฐอเมริกา
  13. หลังการผ่าตัดมีห้องพักฟื้น มีพยาบาลวิสัญญีดูแลจนปลอดภัยถึงจะกลับห้องพัก หรือกลับบ้านได้
  14. สถานที่สะอาด ปลอดภัย กว้างขวาง สามารถรักษา social distancing ได้ดี มีมาตรฐานในการป้องกันการติดเชื้อและการระบาดของโรคทางเดินหายใจ เช่น COVID 19 ได้เป็นอย่างดี มีคัดกรองผู้ป่วย และมีห้องแยกผู้ป่วยแบบ Negative pressure จึงมั่นใจได้ว่า ทางโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล สะอาด และปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย

การเสริมจมูกแบบนี้แตกต่างจากศัลยกรรมจมูกทั่วไปอย่างไร?

การทำจมูก (Rhinoplasty) แบบทั่วไปมักเป็นการลดหรือปรับรูปทรง เช่น ลดโหนก ลดความยาวปลายจมูก หรือปรับสันจมูกให้ตรง ส่วนการเสริมจมูก (Augmentation Rhinoplasty) คือการเสริมให้จมูกโด่งขึ้นหรือมีมิติมากขึ้นด้วยวัสดุเสริมหรือกระดูกอ่อน ผู้เข้ารับบริการหลายท่านเลือกทำทั้งสองอย่างร่วมกัน 

ไม่มีวัสดุชนิดใดที่เหมาะที่สุดสำหรับทุกคน เนื่องจากการเลือกวัสดุขึ้นอยู่กับโครงสร้างจมูก เป้าหมาย และปัจจัยเฉพาะของแต่ละบุคคล

ซิลิโคนและ ePTFE มักใช้ในการเสริมบริเวณสันจมูก ขณะที่กระดูกอ่อนของผู้เข้ารับการผ่าตัดเองอาจเหมาะกับการปรับหรือเสริมโครงสร้างบริเวณปลายจมูกในบางกรณี ศัลยแพทย์จะประเมินและแนะนำวัสดุที่เหมาะสมระหว่างการปรึกษา

หากเลือกชนิด ขนาด รูปทรง และตำแหน่งของวัสดุเสริมให้เหมาะกับโครงสร้างจมูกและสัดส่วนของใบหน้า รูปลักษณ์โดยรวมสามารถดูเป็นธรรมชาติและกลมกลืนกับใบหน้าได้ ส่วนความรู้สึกเมื่อสัมผัสอาจแตกต่างกันตามชนิดของวัสดุ ตำแหน่งที่วาง และความหนาของเนื้อเยื่อของแต่ละบุคคล

การวางแผนจึงควรเน้นการเลือกวัสดุและระดับการเสริมให้เหมาะกับแต่ละบุคคล และหลีกเลี่ยงการเสริมมากเกินไป

สามารถทำร่วมกันได้ในบางกรณี การเสริมจมูกอาจทำร่วมกับการผ่าตัดปรับปีกจมูก (Alarplasty) เพื่อปรับความกว้างของฐานจมูกหรือรูจมูกให้สัมพันธ์กับรูปทรงของจมูกโดยรวมมากขึ้น

ศัลยแพทย์จะประเมินว่าสามารถทำหัตถการทั้งสองร่วมกันได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ และวางแผนการรักษาตามโครงสร้างของแต่ละบุคคล

โดยทั่วไปแนะนำให้รออย่างน้อย 6–12 เดือนหลังผ่าตัดครั้งก่อน เพื่อให้เนื้อเยื่อหายสนิทและพังผืดนิ่ง ยกเว้นกรณีเร่งด่วน เช่น ซิลิโคนทะลุ ติดเชื้อ หรือผิวบางจนเห็นซิลิโคน ซึ่งควรพบแพทย์ทันที ถ้าต้องการแก้เฉพาะวัสดุเสริม ดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่การเสริมจมูก / เสริมโครงสร้างจมูก

ได้ หากมีผนังกั้นจมูกคด หายใจไม่สะดวกข้างเดียว หรือคัดจมูกเรื้อรัง แพทย์สามารถผ่าตัดแก้ผนังกั้นจมูก (Septoplasty) ไปพร้อมกับการปรับรูปทรงในครั้งเดียว กระดูกอ่อนที่ได้จากการแก้ผนังกั้นจมูกยังนำมาใช้เสริมโครงสร้างได้ด้วย ควรแจ้งอาการด้านการหายใจตั้งแต่วันปรึกษา

การปรับกระดูกและกระดูกอ่อนให้ผลถาวร แต่รูปทรงจะเข้าที่สมบูรณ์หลังอาการบวมยุบหมด ซึ่งใช้เวลา 6–12 เดือน โดยเฉพาะปลายจมูก กรณีที่ใช้กระดูกอ่อนซี่โครง มีโอกาสเล็กน้อยที่กระดูกอ่อนจะโค้งงอ (warping) ในช่วงปีแรก แพทย์จะนัดติดตามผลเป็นระยะ หากต้องการให้ใบหน้าด้านข้างสมดุลยิ่งขึ้น อาจพิจารณาเสริมคางร่วมด้วย

สำหรับเรื่องวัสดุเสริม หลายคนใช้ได้ยาวนานโดยไม่มีปัญหา แต่หากเกิดการเคลื่อน การอักเสบ หรือรูปทรงเปลี่ยนไป จะพิจารณาแก้ไขหรือเปลี่ยนวัสดุตามอาการ การมาตรวจติดตามเป็นระยะช่วยให้พบปัญหาได้เร็ว

ควรเผื่อเวลาหยุดงาน 1-2 สัปดาห์ ถอดเฝือกและตัดไหมประมาณ 5-7 วัน อาการบวมยุบเป็นส่วนใหญ่ในเดือนแรก และเห็นผลลัพธ์สุดท้ายที่ 2-6 เดือน ส่วนกิจกรรมหนักและกีฬาให้งด 4-6 สัปดาห์

ส่งรูปหน้าตรงและด้านข้างพร้อมข้อมูลเบื้องต้นเพื่อปรึกษาล่วงหน้าทางออนไลน์ได้ แล้วนัดตรวจร่างกายเมื่อเดินทางเข้ามา ควรเผื่อเวลาอยู่กรุงเทพฯ ให้ครอบคลุมการถอดเฝือกดามและตัดไหมประมาณวันที่ 5-7 และนัดติดตามผลช่วงแรก ทีมงานช่วยจัดตารางให้สอดคล้องกับวันเดินทางของคุณได้ ดูข้อมูลการเตรียมตัวเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ กมลทริป

Related procedures

Nose job min
ปรับรูปทรงจมูกโดยการตกแต่งกระดูกและกระดูกอ่อน เพื่อปรับปรุงรูปลักษณ์ สมดุล หรือแก้ไขปัญหาการหายใจ
Eyelid Surgery min
เอาไขมันและผิวหนังส่วนเกินออกจากเปลือกตา เพื่อลดความบวมและหย่อนคล้อย สร้างลุคที่ดูอ่อนเยาว์และสดชื่นขึ้น
Alarplasty min
ทำให้รูจมูกกว้าง แคบลงโดยการปรับรูปร่างฐานจมูกทางศัลยกรรม เพื่อให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม และเพิ่มความสมดุลของใบหน้าโดยรวม
Facial Contouring min
ปรับโครงสร้างกระดูกโดยการผ่าตัดปรับแต่งแก้ม กราม หรือคาง เพื่อเพิ่มความสมดุลและได้สัดส่วนใบหน้าที่ต้องการ
Lip Surgery min
เพิ่มหรือลดขนาด และรูปทรงของริมฝีปาก สร้างความสมมาตร และปรับปรุงความสมดุลของใบหน้าด้วยผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
ก้าวแรก..สู่ตัวตนที่เราเลือก

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ที่ประกอบด้วย แพทย์ ศัลยแพทย์ จิตแพทย์  สูตินรีแพทย์ และผู้ที่มากประสบการณ์หลากหลายสาขา ของเรา พร้อมรับฟัง ให้คำแนะนำ และดูแลคุณด้วยความรัก ความเข้าใจ อย่างอบอุ่น  ในทุกช่วงของการปรับชีวิตให้สมบูรณ์แบบ สู่ตัวตนที่เราเลือก ติดต่อเราได้ตลอดเวลา เพื่อปรึกษาและหาทางเลือกที่เหมาะกับคุณ