โหนกแก้ม เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งที่สำคัญของใบหน้า ที่จะทำให้เรามีใบหน้าที่อ่อนโยนสวยงาม ถ้าเรามีกระดูกโหนกแก้มใหญ่เกินไป หรือสูงเกินไป ใบหน้าจะดูดุดัน น่ากลัว ดูก้าวร้าว ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ การผ่าตัดลดโหนกแก้ม หรือที่เรียกว่าการทุบ หรือยุบโหนกแก้มนั้น เป็นการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงแก้ไข ขนาด และรูปทรงของโหนกแก้มให้เล็กลง ได้สัดส่วนที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้าโดยรวม
อีกทั้งการผ่าตัดกราม กรอโหนกคิ้ว หรือการเสริมหน้าผาก ยังเป็นหัตถการปรับโครงสร้างของใบหน้าให้ดูอ่อนหวาน และดูอ่อนกว่าวัยได้ด้วยเช่นกัน
สาเหตุที่ทำให้โหนกแก้มใหญ่ โหนกแก้มสูง
สาเหตุที่ทำให้โหนกแก้มดูใหญ่และสูงขึ้นนั้น เกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนี้
- อายุที่มากขึ้น เมื่อเราอายุมากขึ้น ผิวหนังจะเริ่มหย่อนคล้อยและมีความยืดหยุ่นน้อยลง ไขมันใต้ผิวหนังบริเวณโหนกแก้มจะค่อยๆ เคลื่อนตัวลงต่ำ ทำให้โหนกแก้มดูใหญ่และสูงขึ้น
- พันธุกรรม ลักษณะใบหน้าที่มีกระดูกโหนกแก้มเด่นชัดตามธรรมชาติ อาจเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม หากคนในครอบครัวมีใบหน้าลักษณะนี้ ก็มีโอกาสสูงที่ลูกหลานจะได้รับการถ่ายทอดลักษณะนี้เช่นกัน
- การทำงานและขนาดของกล้ามเนื้อ เมื่อบดเคี้ยวหรือใบหน้ามีการทำงานหนัก จะทำให้บริเวณโหนกแก้มดูสูงและใหญ่ขึ้นได้
- การลดน้ำหนัก เมื่อลดน้ำหนักลงไปเยอะ อาจทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย ไขมันใต้ผิวบริเวณโหนกแก้มเลื่อนต่ำลง ส่งผลให้โหนกแก้มดูใหญ่และสูงขึ้น
- การจัดฟัน การจัดฟันแบบถอนฟันกราม อาจทำให้เนื้อเยื่อรอบๆ แก้มถูกดึงเข้าไปแทนที่ช่องว่างของฟันที่ถูกถอนออกไป ส่งผลให้บริเวณโหนกแก้มดูใหญ่และสูงขึ้น หรือดูไม่ได้สัดส่วนในบางกรณี
การมีโหนกแก้มใหญ่และสูงอาจเกิดจากปัจจัยร่วมกัน ทั้งผลจากธรรมชาติ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และทันตกรรมบางอย่าง ส่งผลให้เกิดปัญหากับรูปลักษณ์ใบหน้าได้ แต่ปัจจุบันสามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดโหนกแก้ม เพื่อปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนอย่างที่ต้องการ
วิธีดูว่าโหนกแก้มใหญ่ไหมต้องทำอย่างไร
วิธีดูว่าโหนกแก้มใหญ่หรือไม่ สามารถสังเกตได้ด้วยตัวเองจากขนาดของโหนกแก้ม ทั้งความสูง ความกว้าง ความหนา และรูปทรงของกระดูกบริเวณโหนกแก้ม รวมถึงสังเกตความสมดุลโดยรวมของใบหน้า ดังนี้
- มองด้านหน้า เมื่อทำสีหน้าปกติแล้วเห็นโหนกแก้มสูง และยื่นออกมาด้านหน้าอย่างเห็นได้ชัด แสดงว่ามีโหนกแก้มใหญ่ เพราะโดยปกติเฉพาะเวลายิ้มจึงจะเห็นความนูนของโหนกแก้มชัดเจนขึ้น
- มองด้านข้าง สังเกตเมื่อหันหน้าไปด้านข้าง หากมองเห็นโหนกแก้มสูงยื่นออกมาด้านข้างมาก ลองเอามือจับดูจะรู้สึกได้ถึงกระดูกโหนกแก้มที่เด่นชัดและมีความหนา แสดงถึงขนาดของโหนกแก้มที่ค่อนข้างใหญ่
- ลักษณะทรงของโหนกแก้ม โหนกแก้มที่มีขนาดใหญ่ มักจะมีลักษณะสูงและแหลม เมื่อลองคลำดูจะรู้สึกถึงความสูงชัน และรูปทรงที่ไม่ได้กลมมนนัก ต่างจากแก้มป่องจะมีลักษณะเนียนกลมที่เป็นไขมันเสียส่วนใหญ่
- ความสมดุลของใบหน้า ลองมองภาพรวมของใบหน้าว่าโหนกแก้มดูเด่นสะดุดตา และไม่สมดุลกับส่วนอื่นหรือไม่ โหนกแก้มขนาดใหญ่มักจะดึงความสนใจ ทำให้รู้สึกว่าใบหน้าขาดสัดส่วนที่ลงตัว เช่น แก้มใหญ่จนไปบดบังตาหรือปากบ้าง
- เปรียบเทียบกับรูปเก่าๆ หากเทียบกับรูปเก่าเมื่อสมัยอายุน้อยกว่า แล้วเห็นความแตกต่างของโหนกแก้มที่ดูใหญ่และสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก็แสดงว่าตอนนี้โหนกแก้มขยายใหญ่ขึ้นแล้ว ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุต่างๆ เช่น อายุที่มากขึ้น หรือน้ำหนักที่ลดลง ฯลฯ
การผ่าตัดลดโหนกแก้ม (Zygoma Reduction)
การผ่าตัดลดโหนกแก้ม (Zygoma Reduction) เป็นหัตถการเพื่อลดขนาดของโหนกแก้มให้มีขนาดเล็กลง หัตถการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผ่าตัดปรับรูปหน้าให้เป็นวีไลน์ เพื่อให้ใบหน้าดูเรียว สวยงามได้สัดส่วน สำหรับการผ่าตัดโหนกแก้ม ศัลยแพทย์จะเปิดแผลภายในช่องปาก อาจจะเปิดแผลเล็กๆ หน้าแนวไรผมเหนือหู เพื่อตัดกระดูกโหนกแก้มบางส่วนออก และตัดกระดูกเหนือหู เพื่อลดความยาวของ Zygoma Arch หัตถการนี้ต้องใช้การดมยาสลบ และใช้เวลาผ่าตัดนานประมาณ 2-3 ชั่วโมง
ใบหน้ารูปตัววี เป็นกระแสนิยมของศัลยกรรมความงาม ทำให้มีกรอบหน้าเรียวเด่นชัด โหนกแก้มสวย จุดประสงค์ของการทำศัลยกรรมใบหน้าเป็นวีไลน์ ทำให้ใบหน้าสวยสมส่วน และมีเสน่ห์ ด้วยการลดขนาดของโหนกแก้ม อาจจะมีการผ่าตัดกรามร่วมด้วยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพื้นฐานเดิมของรูปหน้า และความต้องการของคนไข้ การผ่าตัดลดโหนกแก้ม จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการศัลยกรรมใบหน้าวี-เชฟ
ข้อดีของการผ่าตัดลดโหนกแก้ม
ข้อดีประการหนึ่ง ของการผ่าตัดลดโหนกแก้ม นอกจากช่วยสร้างรูปหน้าที่เรียวงาม มีมิติ ทำให้โครงสร้างใบหน้ามีความสมดุล รับกับทุกองค์ประกอบของใบหน้าได้อย่างกลมกลืน หัตถการนี้ยังช่วยให้ดวงตาดูโดดเด่น สดใสขึ้นได้อีกด้วย
ผู้ที่เหมาะกับการผ่าตัดนี้
คุณอาจเหมาะกับการผ่าตัดนี้หากมีลักษณะดังนี้
- โหนกแก้มด้านหน้านูนเด่น หรือแนวกระดูกโหนกแก้มด้านข้างกว้าง
- สัดส่วนใบหน้าที่รู้สึกว่าไม่สมดุลหรือกว้างกว่าที่ต้องการ
- สองข้างไม่เท่ากัน
- สุขภาพร่างกายแข็งแรงและมีความคาดหวังที่สมเหตุสมผล
การผ่าตัดช่วยลดความนูนและความกว้างของกระดูก ทำให้กรอบใบหน้าเรียวและนุ่มนวลขึ้น แพทย์จะประเมินโครงกระดูกของคุณและแนะนำว่าแนวทางนี้ตอบเป้าหมายของคุณหรือไม่
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
สำหรับการผ่าตัดโหนกแก้มจำเป็นต้องมีการดมยาสลบ โดยเทคนิคการผ่าตัดลดโหนกแก้มของโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล เป็นแบบการตัดกระดูกโหนกแก้มเป็นรูปตัว L โดยจะมีการผ่าตัด 2 ที่ คือ แผลในปาก และแผลที่เหนือหู หลังไรผม โดยเป็นแผลเล็ก ๆ ประมาณ 1-2 เซนติเมตร
- แผลในปาก เป็นการเปิดแผลเพื่อการผ่าตัดกระดูกโหนกแก้มด้านหน้า (Zygoma body) โดยตัดกระดูกเป็นรูปตัว L
- แผลเหนือหู เป็นการผ่าตัดก้านกระดูกโหนกแก้ม (Zygoma arch) จากนั้นจะบิดกระดูกโหนกแก้มไปด้านหลัง แล้วยึดด้วยเพลทและสกรู กระดูกส่วนเกินที่ไม่เรียบ ต้องกรอด้วยหัวกรอให้เรียบ จากนั้นเย็บปิดแผลให้เรียบร้อย
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดลดโหนกแก้ม
- ตรวจสุขภาพ ร่างกาย เจาะเลือด เอกซเรย์ปอด ตรวจคลื่นหัวใจ ในกรณีที่อายุเกิน 40 ปี เพื่อมั่นใจว่าไม่เป็นโรคหัวใจที่มีผลต่อการดมยาสลบ
- เอกซเรย์ใบหน้า เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างและความหนาของกระดูกหน้า
- หยุดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- หยุดยาแก้อักเสบ วิตามิน หรือสมุนไพรที่รับประทานเป็นประจำ หรือยาที่มีผลต่อการหยุดไหลของเลือด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- เตรียมวางแผนช่วงการพักฟื้น
ขั้นตอนการผ่าตัด
เทคนิคที่เราใช้คือการตัดกระดูกรูปตัว L โดยตัด 2 ตำแหน่งและหมุนกระดูก (L-shaped osteotomy with two-site cutting and rotation)
การผ่าตัดใช้แผล 2 จุด จุดแรกอยู่ในช่องปาก เพื่อเข้าถึงตัวกระดูกโหนกแก้ม จุดที่สองเป็นแผลขนาดเล็กด้านหน้าใบหู ซ่อนอยู่หลังแนวจอน เพื่อเข้าถึงแนวกระดูกโหนกแก้มด้านข้าง ทั้งสองจุดถูกทำให้เล็กที่สุดเพื่อลดแผลเป็น
ด้านหน้า แพทย์ตัดตัวกระดูกโหนกแก้มเป็นรูปตัว L ด้านหลัง ตัดแนวกระดูกโหนกแก้มด้านข้าง (posterior osteotomy) จากนั้นหมุนกระดูกโหนกแก้มเข้าด้านในและยึดไว้ในตำแหน่งใหม่ด้วยแผ่นไทเทเนียมขนาดเล็กและสกรู ซึ่งป้องกันการเคลื่อนในภายหลัง แพทย์จะเกลาขอบกระดูกให้เรียบเพื่อให้รอยต่อสม่ำเสมอและคลำไม่พบขั้น
แผลในช่องปากเย็บด้วยไหมละลาย แผลด้านนอกเย็บด้วยไหมเส้นเล็ก
ใช้เวลาผ่าตัด 1-2 ชั่วโมงโดยใช้ยาสลบ และนอนโรงพยาบาล 1-2 คืน
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด
การรักษาความสะอาดในช่องปากเป็นเรื่องสำคัญ ให้ใช้น้ำยาบ้วนปากบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ นอนหนุนศีรษะสูงให้มากที่สุดเพื่อลดอาการบวม และใส่ผ้ารัดกระชับต่อเนื่องใน 3 วันแรก แล้วใส่เฉพาะตอนนอนต่ออีก 1 เดือน
- งดกิจกรรมหนัก 1 เดือนหลังผ่าตัด
- งดบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด
- แผลในช่องปากใช้ไหมละลาย ส่วนไหมด้านนอกตัดออกหลังผ่าตัด 7 วัน
- มาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้งเพื่อติดตามการหายของแผล
ระยะพักฟื้น
ส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้ 7-10 วันหลังผ่าตัด แต่มักยังมีอาการบวมเหลืออยู่หลังจากนั้น เริ่มออกกำลังกายได้ประมาณ 4 สัปดาห์ อาการบวมจะยุบต่อเนื่องในเดือนต่อ ๆ มา และเห็นกรอบหน้าที่นิ่งแล้วในช่วงประมาณ 3-6 เดือน
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดลดหรือยุบโหนกแก้ม จะมีความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนคล้ายกับการผ่าตัดใหญ่ทั่วไป อาจจะเกิดการติดเชื้อ เลือดออก ลิ่มเลือด บวมช้ำ เขียว เนื้อเยื่อฉีกขาดรอบบริเวณที่ผ่าตัด เส้นเลือด เส้นประสาทฉีกขาด การแพ้ยาสลบ รวมถึง
- อาการชา
- สูญเสียความรู้สึกที่ผิวบริเวณโหนกแก้ม
- โหนกแก้มสองข้างอาจไม่เท่ากัน
- กระดูกโหนกแก้มแกว่งไปมา ยึดไม่แน่น
- โหนกแก้มอยู่ผิดตำแหน่ง
- อาจต้องผ่าตัดแก้ไขครั้งที่สอง
รีวิวการผ่าตัดลดโหนกแก้ม ยุบโหนกแก้ม ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล








รูปก่อนและหลังผ่าตัดลดโหนกแก้ม ยุบโหนกแก้ม ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล






วีดีโอรีวิว การผ่าตัดลดโหนกแก้ม ยุบโหนกแก้มที่โรงพยาบาลกมล
การลดโหนกแก้มกับหน้าเรียวทรง V
การลดความกว้างของโหนกแก้มมักทำเป็นส่วนหนึ่งของการปรับกรอบหน้าทั้งชุด เพื่อให้ได้กรอบใบหน้าที่เรียวและสอบลง หรือที่มักเรียกว่าหน้าเรียวทรง V ซึ่งมีลักษณะคือใบหน้าส่วนกลางแคบลง กรอบกรามมีเส้นสายชัด และคางเรียวสอบ
การลดความกว้างของแนวกระดูกโหนกแก้มด้านข้างเป็นการลดจุดที่กว้างที่สุดของใบหน้า ซึ่งเปลี่ยนกรอบหน้าทั้งกรอบ ไม่ใช่แค่จุดเดียว และยังทำให้ดวงตาดูเด่นขึ้นได้ เพราะโหนกแก้มไม่ครอบครองใบหน้าส่วนกลางมากเท่าเดิม
สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แบบนี้ ส่วนใหญ่จะทำการลดโหนกแก้มร่วมกับหัตถการอื่น เช่น การลดกราม การผ่าตัดคาง หรือแผนปรับกรอบหน้าที่ครอบคลุมกว่า การวางแผนพร้อมกันให้ผลลัพธ์ที่กลมกลืนกว่าการทำแยกจุด และหมายถึงการพักฟื้นรอบเดียว
ต้องพูดกันตรง ๆ ว่า หน้าเรียวเป็นความงามแบบหนึ่งในหลายแบบ และไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องการ แพทย์ควรวางแผนจากสัดส่วนและเป้าหมายของคุณ ไม่ใช่จากทรงมาตรฐานที่ตั้งไว้ล่วงหน้า
ทำไมต้องเลือกโรงพยาบาลกมล
นี่คือการผ่าตัดกระดูกในบริเวณที่มีเส้นประสาทใบหน้าพาดผ่าน และความต่างระหว่างผลลัพธ์ที่ดีกับไม่ดีอยู่ที่ความแม่นยำ ทั้งตำแหน่งการตัดกระดูกที่ถูกต้อง การยึดที่มั่นคงเพื่อไม่ให้กระดูกเคลื่อน และความสมมาตรของทั้งสองข้าง
แพทย์ของเราทำการปรับกรอบกระดูกใบหน้าเป็นงานประจำ ทั้งแบบเดี่ยวและในฐานะส่วนหนึ่งของแผนศัลยกรรมปรับรูปหน้าให้เป็นผู้หญิง และวางแผนแต่ละกรณีจากภาพถ่ายทางการแพทย์ ไม่ใช่จากการประเมินด้วยตาเปล่า โรงพยาบาลได้รับการรับรองจาก Joint Commission International (JCI) และดูแลครบตั้งแต่การปรึกษาจนถึงช่วงพักฟื้น
คำถามที่พบบ่อย
ลดโหนกแก้มแล้วหน้าจะดูเล็กลงเวลามองจากด้านหน้าไหม
ใช่ เป็นผลหลักของการผ่าตัดนี้ การบิดก้านกระดูกโหนกแก้ม (Zygoma Arch) เข้าด้านในช่วยลดความกว้างของใบหน้าส่วนกลาง ซึ่งเห็นชัดที่สุดเมื่อมองตรงในกระจก ส่วนการปรับตัวกระดูกโหนกแก้ม (Zygoma Body) ช่วยลดความนูนด้านหน้าของแก้มให้นุ่มนวลขึ้น ผลลัพธ์จริงขึ้นกับโครงกระดูกเดิมและปริมาณที่แพทย์แนะนำ
โหนกแก้มดูเด่นขึ้นหลังลดน้ำหนัก ต้องผ่าตัดกระดูกไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าโหนกแก้มกว้างมาตั้งแต่แรก การผ่าตัดลดกระดูกอาจเหมาะสม แต่ถ้าโหนกแก้มดูเด่นขึ้นเพราะไขมันแก้มลดลง เช่น หลังลดน้ำหนักหรือตามอายุ กระดูกไม่ได้ใหญ่ขึ้น กรณีนี้การเติมปริมาตรด้วยฟิลเลอร์หรือไขมันตัวเองอาจได้ผลที่นุ่มนวลและเป็นธรรมชาติกว่า แพทย์จะประเมินให้ในวันปรึกษาว่าเป็นแบบไหน
ลดกระดูกโหนกแก้มแล้วแก้มจะหย่อนไหม
อาจมีเนื้อเยื่อบริเวณแก้มหย่อนลงได้บ้าง เพราะกระดูกที่รองรับถูกเลื่อนเข้าด้านใน โอกาสจะสูงขึ้นในผู้ที่อายุมากหรือผิวบาง แพทย์จะคำนึงถึงเรื่องนี้ในการกำหนดปริมาณที่ลด และในบางกรณีอาจแนะนำให้ทำร่วมกับการดึงหน้า
ทำพร้อมการผ่าตัดกรามหรือคางได้ไหม
ได้ ผู้ที่ต้องการหน้าเรียวรูปตัว V มักลดโหนกแก้มร่วมกับลดขนาดกรามและลดขนาดคางในการผ่าตัดครั้งเดียว การปรับใบหน้าส่วนกลางและส่วนล่างไปพร้อมกันให้ผลที่สมดุลกว่าการปรับจุดเดียว ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การปรับรูปหน้า
จะมีอาการชาหรือปัญหาเส้นประสาทไหม
อาการชาชั่วคราวที่แก้ม ริมฝีปากบน หรือเหงือก พบได้บ่อย เพราะเส้นประสาทรับความรู้สึกอยู่ใกล้ตำแหน่งผ่าตัด ความรู้สึกมักกลับมาในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ส่วนแผลเหนือหูอยู่ใกล้แขนงเส้นประสาทใบหน้าที่ควบคุมการยกคิ้ว การบาดเจ็บของแขนงนี้พบได้น้อย และถ้าเกิดขึ้นมักเป็นเพียงชั่วคราว
เพลทไทเทเนียมต้องผ่าเอาออกไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง เพลทและสกรูไทเทเนียมขนาดเล็กออกแบบให้อยู่ในร่างกายถาวร เมื่อยุบบวมแล้วจะมองไม่เห็นและคลำไม่พบ ปลอดภัยต่อการตรวจ MRI และไม่ทำให้เครื่องตรวจโลหะที่สนามบินดัง จะพิจารณาเอาออกเฉพาะกรณีที่พบได้น้อย เช่น ติดเชื้อหรือรู้สึกไม่สบาย
พักฟื้นนานไหม
จะมีอาการบวมและช้ำที่ค่อย ๆ ลดลง ต้องใส่ผ้ารัดกระชับในช่วงสัปดาห์แรก ๆ รับยาแก้ปวดในช่วงวันแรก และงดกิจกรรมหนักประมาณ 1 เดือน ส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้ภายใน 7-10 วัน แต่กรอบหน้าจะเข้าที่สมบูรณ์ในอีกหลายเดือน โดยเห็นผลนิ่งที่ประมาณ 3-6 เดือน
อยู่ต่างจังหวัด ต้องพักในกรุงเทพฯ นานเท่าไร
ต้องนอนโรงพยาบาล 1–2 คืน แล้วควรพักในกรุงเทพฯ รวมประมาณ 7–10 วัน จนถึงวันตัดไหมแผลเหนือหูและแพทย์ตรวจแผล ประเทศไทยเป็นจุดหมายด้านศัลยกรรมปรับโครงหน้าชั้นนำของเอเชีย และกมลทริปช่วยจัดที่พักใกล้โรงพยาบาลให้ได้