การเสริมหน้าอกคือการผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดและปรับรูปทรงของเต้านม สำหรับผู้หญิงจำนวนมาก ทรงอกที่อิ่มและได้สัดส่วนช่วยให้รู้สึกมั่นใจในรูปร่างของตัวเองมากขึ้น วิธีที่ใช้มีหลายแบบ ทั้งการใส่ถุงเต้านมเทียม ชนิดซิลิโคนหรือชนิดน้ำเกลือ และการฉีดไขมันตัวเอง
การศัลยกรรมเสริมหน้าอก ทำนมให้รูปทรงสวยเป็นธรรมชาติ
การเสริมหน้าอก หรือการแก้นม เป็นการศัลยกรรมผ่าตัดเพิ่มขนาดหน้าอกด้วยการใช้ถุงซิลิโคนที่มีขนาดและรูปทรงที่หลากหลาย เช่น ทรงกลม หรือทรงหยดน้ำ โดยศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญในการปรับแต่งรูปทรง ความตึงกระชับที่พอดี สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ และมีขนาดของหน้าอกที่เหมาะสมกับรูปร่างโดยรวม เพื่อให้ดูเซ็กซี่ มีเสน่ห์ น่าหลงใหล
การศัลยกรรมทำหน้าอก มีหลากหลาย อาทิเช่น เทคนิคการเปิดแผลใต้ราวนม เปิดแผลบริเวณปานนม การวางถุงซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ แม้ว่าการเสริมเต้านมในสาวประเภทสองและผู้หญิง จะมีวิธีการผ่าตัดที่ไม่แตกต่างกันนัก แต่ลักษณะทางกายภาพนั้นมีความแตกต่างกัน โดยเนื้อของสาวประเภทสองนั้นจะมีลักษณะเนื้อที่ตึงและมีไขมันน้อยกว่าผู้หญิง กล้ามเนื้อค่อนข้างแข็งแรงและมีความหนามากกว่า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของการเสริมเต้านมให้เหมือนผู้หญิง จึงมีเทคนิคที่หลากหลายเกิดขึ้นในการศัลยกรรมเต้านม
เทคนิคและข้อดี ข้อเสีย ของตำแหน่งแผลการผ่าตัดเสริมหน้าอก
1. แผลปานนม (Periareolar incision)
ศัลยแพทย์จะเปิดแผลที่ปานนมหรือขอบปานนมประมาณ 1/3 ของรอบปานนม เพื่อใส่ซิลิโคน เทคนิคนี้มีข้อดีในการทำหน้าอก คือ รอยแผลเป็นจะเห็นไม่ชัด สามารถใส่ถุงสิลิโคนได้ทั้งแบบใต้กล้ามเนื้อ และ ใต้เนื้อนม แต่มีข้อเสีย คือ ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปานนมเล็ก อย่างน้อยต้องมีขนาดปานนมมากกว่าหรือเท่ากับเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว
2. แผลใต้รักแร้ (Axilla incision)
ศัลยแพทย์จะเปิดแผลที่ใต้รักแร้ยาวประมาณ 4-5 เซนติเมตร ตรงรอยพับใต้วงแขน เพื่อซ่อนแผลเป็น ข้อดี คือ เป็นของการผ่าตัดเสริมหน้าอกแบบใต้กล้ามเนื้อ แต่เทคนิคการทำหน้าอกแบบเปิดแผลใต้รักแร้ตรงนี้จะมีข้อเสีย คือ จะเจ็บระบมมากกว่าตำแหน่งอื่น และใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่มากไม่ได้ เพราะต้องเปิดแผลใหญ่ขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะมีความกว้างของแผลเกินรอยพับใต้วงแขน และจะเห็นแผลเป็นชัดเจน
3. แผลใต้ราวนม (Inframammary incission)
ศัลยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณรอยพับใต้ราวนม ความยาวประมาณ 5-6 เซนติเมตร ข้อดี คือ ง่ายต่อการจัดรูปทรงของหน้าอก และ สามารถแก้ไขการเสริมหน้าอกที่แข็ง มีพังผืดรัด หรือเต้านมผิดรูป จะสามารถเลาะพังผืดได้ง่าย และใส่ซิลิโคนขนาดใหญ่มากได้ดี อีกทั้งยังสามารถใส่ซิลิโคนได้ทั้งแบบใต้กล้ามเนื้อ และ ใต้เนื้อหน้าอก ข้อเสียของเทคนิคการทำหน้าอกแบบแผลใต้ราวนม อาจจะเห็นรอยแผลเป็นที่ชัดเจน ซึ่งคนไข้สามารถทำการเลเซอร์ลอดรอยแผลได้แต่อาจจะไม่เรียบเนียนดังเดิม
วัสดุที่ใช้ทำหน้าอกมีกี่แบบ เลือกทำแบบไหนดี
ชนิดของถุงเต้านมเทียมหรือซิลิโคนที่เลือกใช้ ได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา ซึ่งแต่ละแบบจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ศัลยแพทย์ตกแต่งจะเป็นผู้ให้คำปรึกษา และเลือกวัสดุที่ใช้ทำหน้าอกให้เหมาะกับสภาพร่างกายและปัญหาของแต่ละคน โดยพิจารณาทุกปัจจัยร่วมกัน ดังนี้
1. วัสดุที่เลือกใช้
- ซิลิโคนแบบเติมน้ำเกลือ เป็นถุงซิลิโคนเปล่าที่สามารถเติมน้ำเกลือได้หลังจากใส่เข้าไปในร่างกายแล้ว ข้อดีคือสามารถปรับขนาดได้ แผลผ่าตัดเล็ก แต่อาจมีความเสี่ยงในการรั่วซึมได้
- ถุงซิลิโคนเหลวสำเร็จรูป เป็นถุงที่บรรจุซิลิโคนเหลวไว้เรียบร้อยแล้ว มีความนุ่มเป็นธรรมชาติ แต่แผลผ่าตัดอาจใหญ่กว่าแบบแรก
2. ขนาดของหน้าอก
- ศัลยแพทย์จะพิจารณาจากสัดส่วนร่างกาย ความกว้างของช่องอก และความยืดหยุ่นของผิวหนัง- ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับรูปร่าง ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป เพื่อความสวยงามได้สัดส่วน
3. รูปทรงของหน้าอก มี 2 รูปทรง
- ซิลิโคนทรงกลม ให้ความอวบอิ่มทั้งส่วนบนและล่าง เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความอวบอิ่มให้กับหน้าอกโดยรวม
- ซิลิโคนทรงหยดน้ำ ให้ความเป็นธรรมชาติมากกว่า โดยมีความอวบอิ่มที่ส่วนล่างของหน้าอกมากกว่าส่วนบน เหมาะกับผู้ที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ หรือผู้มีปัญหาหน้าอกหย่อนคล้อย
4. ผิวของซิลิโคน มี 2 แบบ
- ซิลิโคนแบบผิวเรียบ มีพื้นผิวเรียบลื่น อาจมีความเสี่ยงในการเคลื่อนที่ของถุงซิลิโคนได้ง่ายกว่า
- ซิลิโคนแบบผิวทราย มีพื้นผิวขรุขระคล้ายทราย ช่วยให้เนื้อเยื่อยึดเกาะได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงในการเคลื่อนที่ของถุงซิลิโคน
เปรียบเทียบข้อดี – ข้อเสียของซิลิโคนแบบน้ำเกลือกับแบบเจล
การใช้ถุงเต้านมเทียมแบบน้ำเกลือ
ข้อดี
- ภายในบรรจุน้ำเกลือไม่เป็นสิ่งแปลกปลอมถ้ามีการรั่วร่างกายจะดูดซึมได้โดยไม่เกิดอันตราย
- ระหว่างผ่าตัด ถ้าถุงมีขนาดเล็กกว่าที่ควร สามารถเติมน้ำเกลือเพิ่มได้ทำให้สามารถปรับขนาดให้เพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย
ข้อเสีย
- มักเกิดปัญหาเต้านมรั่วและแฟบได้บ่อยกว่าถุงเจล แต่ร่างกายสามารถดูดซึมน้ำเกลือได้โดยไม่เป็นอันตรายปัญหาที่เกิดขึ้นคือ หน้าอกจะแฟบลงหลังการรั่วซึม ทำให้ต้องแก้ไขโดยการผ่าตัดใหม่
- มีเสียงกระเพื่อมของน้ำเกลือถุงเต้านม
- สัมผัสเนื้อเต้านมไม่เป็นธรรมชาติเหมือนจับถุงกาแฟ
การใช้ถุงเต้านมเทียมแบบซิลิโคนเจล
ข้อดี
- รูปร่างเจลชนิดนี้จะช่วยให้ถุงซิลิโคนคงรูปร่าง
- การพับของถุงก็มักไม่ค่อยพบ เนื่องจากสารที่อยู่ภายในไม่มีการเปลี่ยนตำแหน่งตามแรงโน้มถ่วงของโลก
- การรั่วของเจล มีโอกาสน้อยกว่า
- จับสัมผัสมีความยืดหยุ่นเหมือนเนื้อนมธรรมชาติ
ข้อเสีย
- อาจจะเกิดการรั่วซึมได้เมื่อหมดอายุประมาณ 10 ปี ต้องมาเอาออกแล้วเปลี่ยนถุงเต้านมใหม่
- ขนาดแผลใหญ่กว่าถุงน้ำเกลือ
- อาจจะมีการหมุนของถุงเต้านมทรงหยดน้ำ กลับด้านได้
ตำแหน่งการวางถุงเต้านมเทียม
โรงพยาบาลมีตำแหน่งการวางให้เลือก 3 แบบ
- ใต้เนื้อเต้านม (Subglandular) วางถุงไว้ใต้ชั้นเนื้อเต้านม
- ใต้กล้ามเนื้อหน้าอก (Submuscular) วางถุงไว้ใต้กล้ามเนื้อหน้าอก
- ดูอัลเพลน (Dual Plane) วางถุงบางส่วนไว้ใต้กล้ามเนื้อและบางส่วนไว้ใต้เนื้อเต้านม
ใครเหมาะกับการผ่าตัดนี้
- มีความคาดหวังต่อผลลัพธ์ที่สมเหตุสมผล
- มีสภาพจิตใจพร้อมสำหรับการผ่าตัด
- มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง
- ไม่ได้ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
- อายุ 18 ปีขึ้นไป
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
- เข้ารับคำปรึกษาจากศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมตรวจร่างกาย x ray ช่องอก , ตรวจเลือด .ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ, และตรวจ Stress test กรณีอายุเกิน 40 ปี ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
- ปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเลือกขนาดและรูปทรงของซิลิโคนที่เหมาะสมกับรูปร่าง
- ควรหยุดฮอร์โมนก่อนการผ่าตัด 1-2 สัปดาห์
- หยุดรับประทานยากลุ่มแอสไพริน ยาลดอาการอักเสบ หรือสมุนไพร ที่อาจจะทำให้เลือดออกผิดปกติ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือตามแพทย์สั่ง
- ควรหยุดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดโอกาสเกิดเลือดไปเลี้ยงแผลไม่ดี
ขั้นตอนการผ่าตัด
- ผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบ
- ศัลยแพทย์จะสร้างโพรงเหนือหรือใต้กล้ามเนื้อหน้าอกชั้นนอกสุดผ่านแผลที่เลือกไว้ แล้วใส่ถุงเต้านมเทียมเข้าไป โดยจัดให้อยู่กึ่งกลางหลังหัวนมและสมดุลกันทั้งสองข้าง กรณีใช้ถุงชนิดน้ำเกลือ ศัลยแพทย์จะใส่เปลือกถุงเปล่าเข้าไปก่อน แล้วจึงเติมน้ำเกลือปราศจากเชื้อจนได้ปริมาตรที่ต้องการ
- เย็บปิดแผลแล้วปิดทับด้วยแถบกาวและเทปผ่าตัด
การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง
การดูแลหลังผ่าตัด
- รักษาแผลให้สะอาดและแห้งเป็นเวลา 2-3 วันหลังผ่าตัด
- ตัดไหม 7 วันหลังผ่าตัด
- มาพบแพทย์ตามนัดในวันที่ 7 วันที่ 14 และเมื่อครบ 1 เดือน
- นวดเต้านมตามที่แพทย์แนะนำประมาณวันละ 1 ชั่วโมง เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดภาวะพังผืดรัดถุงเต้านมเทียม (Capsular Contracture) และช่วยให้ถุงอยู่ในตำแหน่งที่สมดุล
- สวมผ้ารัดหรือชุดกระชับหน้าอกตลอดช่วงพักฟื้น เพื่อพยุงและช่วยยึดถุงเต้านมเทียมให้อยู่กับที่
- นอนในท่าที่ยกลำตัวส่วนบนขึ้นเล็กน้อย เพื่อลดรอยฟกช้ำและอาการบวม
- ไม่ยกของหนักเกิน 2-3 กิโลกรัม เป็นเวลา 2 เดือน เพราะอาจทำให้ถุงเต้านมเทียมเคลื่อนสูงขึ้น
- งดกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- เต้านมจะไวต่อการสัมผัสหรือการเคลื่อนไหวกะทันหันอย่างน้อยในช่วง 2 สัปดาห์แรก
การฟื้นตัว
คุณจะกลับไปทำกิจวัตรประจำวันส่วนใหญ่ได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ โดยงดกิจกรรมที่ต้องออกแรงมากอย่างน้อยในช่วง 2 สัปดาห์แรก การเสริมหน้าอกช่วยให้หลายคนรู้สึกดีกับรูปร่างของตัวเองมากขึ้น แต่ควรตั้งความคาดหวังตามความเป็นจริง เพราะเต้านมยังเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ และการลดหรือเพิ่มน้ำหนักก็มีผลต่อรูปทรงในระยะยาว หากภายหลังคุณไม่พอใจกับผลลัพธ์ สามารถปรึกษาศัลยแพทย์เรื่องการผ่าตัดแก้ไขได้
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งได้แก่
- แผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ (Keloid) บริเวณรอยผ่าตัด
- ภาวะเลือดออก
- รอยฟกช้ำ
- อาการเจ็บตึง
- แผลหายช้า
- เต้านมสองข้างไม่เท่ากัน
- การติดเชื้อ โดยมีอาการอุ่น แดง หรือมีไข้บริเวณเต้านม หากมีอาการเหล่านี้ให้ติดต่อศัลยแพทย์ทันที
- หายใจลำบากหรือเจ็บหน้าอก
- ความรู้สึกบริเวณหัวนมลดลงหรือหายไป
- ภาวะพังผืดรัดถุงเต้านมเทียม ซึ่งอาจต้องผ่าตัดแก้ไข
- ผิวหนังเป็นคลื่นหรือหย่อนคล้อย
- ถุงเต้านมเทียมเสียหายหรือรั่ว
- ความเสี่ยงจากการดมยาสลบ
รีวิวการเสริมหน้าอก โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล
คุณโยชิ รินรดา ธุระพันธุ์
Miss Tiffany’s Universe 2017 / ยูทูปเบอร์ / นักแสดง
สาวสวย น่ารัก หุ่นดี สดใส มองมุมไหนก็ละมุน เสริมหน้าอกให้ดูอวบอิ่มเพิ่มความมั่นใจ
คุณปลา ปรภัสสร ดิศย์ดำรง
Miss Grand Thailand 2014 / นักแสดง / นางแบบ / เจ้าของโรงเรียนสอนการเดินแบบและพัฒนาบุคลิกภาพ
สาวมั่นผู้มีบุคลิกโดดเด่น เสริมหน้าอกเพิ่มความมั่นใจ เคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติและสง่างาม
คุณแคนดี้ กุลชญา ตันศิริ
Miss Trans Star Thailand 2018 / The Face Thailand ซีซั่น5 / นางแบบสาวข้ามเพศชื่อดัง
สาวสวย คมเข้ม ที่มาพร้อมความสามารถและเฉลียวฉลาด เธอสร้างความมั่นใจในอาชีพนางแบบด้วยการปรับทรวงอกให้ดูอวบอึ๋ม
คุณ Mouk Vongsaisawad
Miss Supranational Laos 2017 / Tiktoker
สาวน้อยตัวเล็กจากประเทศลาว เธอมั่นใจให้โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล เสริมหน้าอกเพื่อแข่งขันกับสาวสวยจากนานาชาติ
คุณโบว์ บุญญาณี สังข์ภิรมย์
Miss Intercontinental Thailand 2015 / นางแบบ / นักแสดงช่อง 7
อัพไซส์ขนาดหน้าอกสาวสวยหุ่นบางให้อึ๋มสุดๆ เพิ่มความมั่นใจในการเข้าประกวดแข่งขันกับสาวงามจากทั่วโลก
ทำไมต้องทำหน้าอก ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล
- ได้รูปทรงหน้าอกที่สวยงาม เต้านมอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสมดุลของตำแหน่งของหัวนม เนินหน้าอกรวมถึงความกว้างของทรวงอกให้ได้ขนาด และรูปทรงที่เหมาะกับรูปร่างของแต่ละบุคคล
- สามารถทำหน้าอกให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ตามการเคลื่อนไหวของสรีระในการเดิน การวิ่ง หรือการทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้มีเสน่ห์น่าชวนมอง
- ศัลยแพทย์มีความเชี่ยวชาญและความชำนาญสูงในการผ่าตัด สามารถเลือกขนาดและรูปทรงหน้าอกได้หลากหลาย
- โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมลมีข้อกำหนดเลือกใช้ ซิลิโคนที่ผ่านการรับรอง ขององค์การอาหารและยาในประเทศไทย และ สหรัฐอเมริกาเท่านั้น สามารถตรวจสอบกล่องได้ทุกชิ้น เราจะเก็บประวัติการใช้ซิลิโคนของคนไข้ วันที่ผ่าตัด รุ่น ขนาด ตามรหัสของวัสดุ สามารถแจ้งหรือติดต่อกับคนไข้ได้ทันทีที่ได้รับแจ้งปัญหาจากองค์การอาหารและยาของ ประเทศไทย หรือ สหรัฐอเมริกา
- สามารถแก้ไขหน้าอกที่ทำศัลยกรรมมาแล้วผิดรูปทรง แข็ง เนื่องจากมีพังผืด (Capsular Contracture) ห่อหุ้มและรัดตัวถุงซิลิโคนจะต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดดมยาสลบเปิดแผลใต้ราวนมเลาะพังผืดที่เหนียวและแข็งมากออกให้หมด ถ้าเอาออกไม่หมดหน้าอกจะกลับมาแข็งเหมือนเดิม แล้วทำการจัดรูปทรงหน้าอกใหม่ให้สวยงาม
- ห้องผ่าตัดมาตรฐานโลก สะอาดปลอดเชื้อ มีระบบการหมุนเวียนของอากาศผ่านระบบกรองเชื้อโรค Hepa Filter ตามมาตรฐาน JCI ลดโอกาสติดเชื้อจากระบบการหมุนเวียนของอากาศภายในห้องผ่าตัด โดยเฉพาะการติดเชื้อทางเดินหายใจเช่น Virus COVID-19
- มีเครื่องมือผ่าตัดที่ทันสมัย มีการผ่าตัดด้วยกล้องจึงทำให้แผลเล็ก ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นการฉีกขาดของแผลภายในได้ชัดเจน ทำให้แพทย์สามารถใช้เครื่องจี้หยุดเลือดได้รวดเร็ว แม่นยำจากการดูแผลภายในผ่านกล้อง
- มีระบบการจัดการดูแลผู้ป่วยหลังผ่าตัดที่ห้องพักฟื้น มีทีมแพทย์พยาบาลคอยดูแล ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดหลังการผ่าตัด เช่น การคลื่นไส้อาเจียนหลังดมยาสลบ หรือ อาการปวดหลังผ่าตัดทำนม การให้ยาแก้ปวดอย่างแรง ต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดหลังการให้ยาด้วยวิสัญญีแพทย์และพยาบาล เมื่อผู้ป่วยหลังปลอดภัยดีแล้ว จึงสามารถส่งกลับห้องพักผู้ป่วยได้
- โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมลมีนโยบายต้องตรวจร่างกายคนไข้ก่อนทำการผ่าตัดทุกเคส โดยต้องตรวจเลือดทั่วไป และ เอกซเรย์ปอด ถ้ามีข้อสงสัยสามารถปรึกษาแพทย์อายุรกรรมได้ทันทีก่อนผ่าตัด เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่ทราบว่าตัวเองมีโรคที่แอบแฝงอยู่แล้วอาจจะมีผลต่อการผ่าตัด และ การดมยาสลบ
- ทำการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยศัลยแพทย์ตกแต่งเท่านั้น
- สถานที่สะอาด ปลอดภัย กว้างขวาง สามารถรักษา Social Distancingได้ดี มีมาตรฐานในการป้องกันการติดเชื้อและการระบาดของโรคทางเดินหายใจเช่น COVID 19 ได้เป็นอย่างดี มีคัดกรองผู้ป่วยและมีห้องแยกผู้ป่วยแบบ Negative pressure เพื่อคัดแยกผู้ที่สงสัยว่าอาจจะป่วยออกจากผู้อื่นทันที
วีดิทัศน์: การเสริมหน้าอก / ทำนม
รูปก่อนและหลังการผ่าตัดทำหน้าอก





คุณภาพของซิลิโคนและประสบการณ์ของศัลยแพทย์มีผลต่อผลลัพธ์อย่างไร
การเลือกซิลิโคนและการเลือกศัลยแพทย์มีผลต่อผลลัพธ์มากกว่าปัจจัยอื่นเกือบทั้งหมด ซิลิโคนที่มีคุณภาพผลิตจากวัสดุที่ทนทานและออกแบบให้ดูและสัมผัสใกล้เคียงเนื้อเยื่อธรรมชาติ ส่วนศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์จะมีทักษะในการวางถุงให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง สร้างรูปทรงที่ดูเป็นธรรมชาติ และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยทำงานร่วมกับสถานพยาบาลที่มีเครื่องมือพร้อมและมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจน
การสร้างผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติเป็นเรื่องที่ทำได้ยากจริง เพราะเนื้อเต้านมของแต่ละคนแตกต่างกันมาก การกำหนดรูปทรงและขนาดจึงต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล ตำแหน่งการวางก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถุงที่วางสูงเกินไป ต่ำเกินไป หรือไม่สมดุลกันสองข้าง จะทำให้ผลลัพธ์ดูไม่เป็นธรรมชาติ ขนาด รูปทรง และผิวสัมผัสของถุงควรเหมาะกับโครงร่างและสัดส่วนของผู้เข้ารับการผ่าตัด ไม่ใช่เพียงเพิ่มปริมาตรเข้าไป และเนื่องจากเต้านมเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ น้ำหนัก และการตั้งครรภ์ การวางแผนจึงต้องคำนึงถึงระยะยาวด้วย
ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติจึงเป็นเรื่องของสายตาเชิงศิลป์พอกับทักษะเชิงเทคนิค สายตาที่มองสัดส่วนและความสมดุลของศัลยแพทย์คือสิ่งที่สร้างความแตกต่าง ด้วยเหตุนี้คุณภาพของถุงเต้านมเทียมและของศัลยแพทย์จึงเป็นสองสิ่งที่ไม่ควรลดทอน
การผ่าตัดเสริมหน้าอก / ทำนม ประเภทใดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด?
การผ่าตัดทำหน้าอกมีหลายวิธี คนไข้ควรเลือกวัสดุทางการแพทย์ที่เหมาะสม โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล มีชื่อเสียงในการผ่าตัดทำหน้าอกด้วยวิธีการต่าง ๆ ได้แก่
- ถุงเต้านมเทียมแบบน้ำเกลือชนิดมีโครงสร้าง: เต้านมจะมีความรู้สึกและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าถุงเต้านมเทียมแบบน้ำเกลือดั้งเดิม
- ถุงเต้านมเทียมแบบน้ำเกลือ: ทำจากเปลือกซิลิโคนที่บรรจุน้ำเกลือ เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า เต้านมจะมีความรู้สึกและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเมื่อเทียบกับถุงเต้านมเทียมแบบน้ำเกลือดั้งเดิม
- ถุงเต้านมเทียมรูปหยดน้ำ: ทำจากเจลที่ยึดเกาะกันซึ่งรูปร่างและความหนาแน่นยังคงเดิมแม้ว่าถุงเต้านมเทียมจะแตกออกก็ตาม เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ปลอดภัยและมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย
- ถุงเต้านมเทียมแบบซิลิโคน: ทำจากเปลือกซิลิโคนที่บรรจุด้วยเจลซิลิโคน มีรูปลักษณ์และเนื้อสัมผัสที่เป็นธรรมชาติมากกว่าเมื่อเทียบกับถุงเต้านมแบบน้ำเกลือ
- ถุงเต้านมเทียมผิวเรียบ: เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย มีข้อดีในเรื่องรูปลักษณ์และความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ
- ถุงเต้านมเทียมทรงกลม: ให้รูปลักษณ์ที่อวบอิ่มและกระชับขึ้น เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย
- ถุงเต้านมเทียมผิวทราย: ช่วยลดความเสี่ยงต่อการหดตัวของพังผืด ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก / ทำนม
- การผ่าตัดเสริมหน้าอก ชายเป็นหญิง: ออกแบบมาสำหรับผู้ชายที่ต้องการมีรูปร่างและขนาดหน้าอกที่ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น
ทำไมจึงต้องเข้ารับการผ่าตัดทำหน้าอก?
การผ่าตัดทำหน้าอก เป็นการศัลยกรรมเสริมความงามที่ได้รับความนิยม เพื่อเพิ่มขนาดและรูปร่างของเต้านม การผ่าตัดเสริมหน้าอก / ทำนม ที่ดำเนินการอย่างถูกต้องจะมีประโยชน์หลายประการ ได้แก่
- เต้านมใหญ่ขึ้น: การผ่าตัดเสริมนม / ทำนม ทำให้เต้านมมีปริมาตรเพิ่มขึ้น คนไข้จึงมีเต้านมที่มีขนาดและรูปทรงตามต้องการ
- รูปร่างโดยรวมดีขึ้น: หลังการผ่าตัดเสริมนม / ทำนม คนไข้จะมีหน้าอก / เต้านมที่สมมาตร
- เต้านมเต่งตึง: การผ่าตัดเสริมหน้าอก / ทำนมจะทำให้เต้านมมีปริมาตรและรูปร่างดีขึ้น ช่วยแก้ไขความหย่อนคล้อย เนื่องจากอายุมากขึ้น การตั้งครรภ์ หรือโรคมะเร็ง
- เพิ่มความมั่นใจในตนเอง: การผ่าตัดเสริมหน้าอก / ทำนม จะช่วยให้คนไข้มีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น
ทำไมจึงต้องเข้ารับการผ่าตัดทำหน้าอก?
ควรเลือกซิลิโคนเจลหรือน้ำเกลือ
ซิลิโคนเจลให้สัมผัสใกล้เคียงเนื้อเต้านมธรรมชาติมากกว่า และเป็นตัวเลือกที่นิยมที่สุด โดยเฉพาะในผู้ที่มีเนื้อหน้าอกน้อย ส่วนถุงน้ำเกลือใส่ผ่านแผลที่เล็กกว่าได้ และถ้ารั่ว ร่างกายจะดูดซึมน้ำเกลือไปอย่างปลอดภัย แต่มีโอกาสเห็นเป็นคลื่นใต้ผิวมากกว่า ส่วนชนิดน้ำเกลือแบบมีโครงสร้างภายในอยู่ตรงกลางระหว่างสองแบบนี้ ศัลยแพทย์จะแนะนำตามความหนาของเนื้อเยื่อ โครงร่าง และทรงที่ต้องการ
หลังเสริมหน้าอกให้นมบุตรได้ไหม
โดยทั่วไปยังให้นมบุตรได้ แต่มีปัจจัยที่ควรพิจารณา การวางซิลิโคนใต้เนื้อเยื่อ (subglandular) รบกวนท่อน้ำนมน้อยกว่า ส่วนแผลรอบปานนมมีโอกาสกระทบการสร้างน้ำนมมากกว่าแบบอื่น และแต่ละคนอาจมีการเปลี่ยนแปลงของการสร้างน้ำนมหรือความรู้สึกที่หัวนมต่างกัน ควรแจ้งแพทย์ก่อนผ่าตัดหากวางแผนมีบุตร
เสริมหน้าอกแล้วตรวจแมมโมแกรมได้ไหม
ถุงเต้านมเทียมทำให้การตรวจแมมโมแกรมทำได้ยากขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ได้ทำให้ตรวจไม่ได้ คุณต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้ทำการตรวจว่ามีถุงเต้านมเทียม เพื่อให้ใช้เทคนิคเฉพาะที่ช่วยให้ได้ภาพที่ชัดเจน
เสริมหน้าอกเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมไหม
การศึกษาจำนวนมากพบว่าถุงเต้านมเทียมไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านม คุณควรตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมต่อไป
ทำนม 300cc เหมาะกับทุกคนหรือไม่?
ไม่จำเป็น ขนาด 300cc เป็นเพียงหนึ่งในตัวเลือกสำหรับการเสริมหน้าอก ขนาดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับโครงสร้างร่างกาย เนื้อหน้าอกเดิม รูปร่างทรวงอก และผลลัพธ์ที่ต้องการ ศัลยแพทย์จะช่วยประเมินและแนะนำขนาดที่เหมาะกับสรีระของแต่ละคน
หลังเสริมหน้าอกแล้วหน้าอกจะหย่อนคล้อยไหม
ถุงเต้านมเทียมไม่ได้หยุดการเปลี่ยนแปลงตามอายุและแรงโน้มถ่วง เมื่อเวลาผ่านไปเต้านมยังหย่อนคล้อยลงได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามการเสริมหน้าอกช่วยให้รูปทรงและความกระชับดีขึ้นได้เป็นเวลาหลายปี
วางแผนมีลูกในอนาคต เสริมหน้าอกได้ไหม
คุณเสริมหน้าอกได้แม้วางแผนจะมีบุตรในอนาคต อย่างไรก็ตามการตั้งครรภ์และการให้นมบุตรมีผลต่อรูปทรงเต้านม และอาจต้องผ่าตัดแก้ไขในภายหลัง
เสริมหน้าอกมีผลต่อความรู้สึกที่หัวนมไหม
บางคนอาจมีความรู้สึกที่หัวนมเปลี่ยนไปชั่วคราวหลังเสริมหน้าอก โดยทั่วไปอาการนี้จะกลับเป็นปกติภายในไม่กี่เดือน ในบางกรณีที่พบไม่บ่อย ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอาจเป็นถาวร
สัญญาณที่บอกว่าถุงเต้านมเทียมรั่วหรือแตกมีอะไรบ้าง
สัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าถุงเต้านมเทียมแตกหรือรั่ว ได้แก่
- ขนาดหรือรูปทรงของเต้านมเปลี่ยนไป
- อาการปวดหรือรู้สึกไม่สบายบริเวณเต้านม
- คลำพบก้อนหรือบริเวณที่แข็งผิดปกติในเต้านม
- ผิวเต้านมเป็นคลื่นหรือย่น
หากสงสัยว่าถุงเต้านมเทียมแตกหรือรั่ว ให้ติดต่อศัลยแพทย์ทันที
ถุงเต้านมเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน
ถุงเต้านมเทียมไม่มีวันหมดอายุตายตัว แต่ก็ไม่ใช่อุปกรณ์ที่อยู่ได้ตลอดชีวิต หลายคนใช้ได้นานกว่า 10 ปี และเปลี่ยนเฉพาะเมื่อมีปัญหาหรือต้องการเปลี่ยนขนาด ผู้ที่ใช้ซิลิโคนเจลควรตรวจอัลตราซาวด์หรือ MRI เป็นระยะ เพื่อหาการรั่วที่ไม่แสดงอาการ หากต้องแก้ไขภายหลัง ดูรายละเอียดได้ที่ผ่าตัดแก้ไขหน้าอก
อยู่ต่างจังหวัด คุ้มไหมที่จะเดินทางมาเสริมหน้าอกที่กรุงเทพฯ
คุ้มสำหรับหลายๆ คน เพราะการปรึกษา ตรวจร่างกาย และผ่าตัดทำเสร็จได้ในการเดินทางครั้งเดียว ตัวการผ่าตัดใช้เวลาเพียง 1–2 ชั่วโมง ควรวางแผนพักในกรุงเทพฯ อย่างน้อย 7 วันจนถึงวันตัดไหม หรือเดินทางกลับบ้านแล้วค่อยมาตามนัด ดูข้อมูลการเตรียมตัวเดินทางได้ที่กมลทริป