คุณกำลังวางแผนเดินทางมาไทยอยู่หรือไม่? ดู Kamol Trip หรือ ติดต่อเรา

ดูดไขมันปั้นหุ่น / การสร้างรูปร่างร่างกายทั้งผู้ชายและผู้หญิง

กำจัดไขมันที่ฝังแน่นในจุดที่ต้องการ ปรับแต่งรูปร่างให้เพรียวและได้สัดส่วนที่ชัดเจนมากขึ้น

การปั้นหุ่น (body sculpting) ต่างจากการดูดไขมันทั่วไปตรงที่ไม่ได้มองแค่ “จุดที่อยากให้เล็กลง” แต่มองรูปร่างทั้งตัวเป็นภาพเดียวกัน แพทย์จะใช้การดูดไขมัน (liposuction) ลดส่วนที่ไม่ต้องการ เช่น เอว สีข้าง ต้นขา หน้าท้อง ต้นแขน สะโพก หรือแผ่นหลัง ร่วมกับการฉีดไขมัน (fat transfer) เติมในจุดที่ต้องการความอิ่ม เพื่อให้เส้นสายของรูปร่างต่อเนื่องกันทั้งตัว

เหตุผลที่ต้องมองทั้งตัวคือ เมื่อลดไขมันจุดหนึ่ง สายตาจะเปลี่ยนไปมองจุดข้างเคียงทันที การดูดเฉพาะหน้าท้องโดยไม่ปรับสีข้างจึงมักทำให้รูปร่างดูไม่ลงตัวกว่าเดิม แผนการผ่าตัดจึงต้องคิดจากโครงร่างทั้งหมด

กำลังมองหาหัตถการที่เจาะจงกว่านี้?

รูปร่างของผู้หญิง

แต่ละคนมีการสะสมไขมันต่างกัน รูปร่างผู้หญิงแบ่งได้ 4 แบบ ดังนี้

  1. I-Shape (ทรงตรง): รอบอก เอว และสะโพกใกล้เคียงกัน รูปร่างดูเป็นแนวตรง มีไขมันกระจายที่หน้าท้อง สะโพก และอก
  2. V-Shape (ทรงกรวย): ไหล่กว้าง สะโพก ก้น และต้นขาเล็ก ไขมันสะสมที่หน้าอก ไหล่ และใบหน้า
  3. A-Shape (ทรงช้อน): หน้าอกเล็ก ไขมันสะสมมากบริเวณสะโพก ก้น และต้นขา
  4. X-Shape (นาฬิกาทราย): หน้าอกและสะโพกใกล้เคียงกัน และเอวเล็กกว่าสะโพกมากกว่าประมาณ 9 นิ้ว (23 ซม.)
649f88962e151
รูปที่ 1: รูปทรงของเพศหญิง

ศัลยกรรมปรับรูปร่างสำหรับผู้หญิง

เป้าหมายคือรูปร่างนาฬิกาทรายที่สมดุล หน้าอกและสะโพกได้สัดส่วนกับโครงกระดูกและกล้ามเนื้อ เอวเล็ก และเห็นเส้นกล้ามเนื้อหน้าท้องเล็กน้อย หัตถการที่มักวางแผนร่วมกัน ได้แก่

  1. หน้าอก: เสริมหน้าอก หรือลดขนาดหน้าอก
  2. หน้าท้องและเอว: ผ่าตัดกระชับหน้าท้อง / ตัดไขมัน ดูดไขมันปรับแต่งหน้าท้อง และทำเซ็กซี่ไลน์
  3. สะโพกและก้น: เสริมสะโพก / BBL และยกกระชับก้น
  4. ต้นขา: ดูดไขมันต้นขา และยกกระชับต้นขา
  5. อวัยวะเพศหญิง: ตกแต่งแคม

รูปร่างของผู้ชาย

รูปร่างผู้ชายแบ่งได้ 3 แบบ ดังนี้

  1. Ectomorph (ผอมเพรียว): โครงกระดูกเล็ก ไขมันน้อย คอ แขน และขายาว ไหล่แคบ สร้างกล้ามเนื้อได้ยาก
  2. Endomorph (อ้วนกลม): โครงกระดูกใหญ่ สะสมไขมันได้ง่าย รูปร่างกลม มองเห็นกล้ามเนื้อไม่ชัด
  3. Mesomorph (สมส่วน): ไหล่และอกกว้าง กล้ามเนื้อพัฒนาดี ไขมันปานกลาง สร้างกล้ามเนื้อได้ง่าย ดูเป็นนักกีฬา
649f88962e320
รูปที่ 2: รูปทรงของเพศชาย

ศัลยกรรมปรับรูปร่างสำหรับผู้ชาย

เป้าหมายคือลำตัวทรงตัว V ไหล่กว้างกว่าเอวและสะโพก อกผาย แผ่นหลังแบน ไม่มีไขมันสะสมที่เอวและหน้าท้อง และเห็นเส้นกล้ามเนื้อที่หน้าอก หน้าท้อง หัวไหล่ และแผ่นหลังชัดเจน หัตถการที่มักวางแผนร่วมกัน ได้แก่

  1. ศัลยกรรมซิกซ์แพ็ก
  2. ดูดไขมันหน้าท้อง เอว และแผ่นหลัง หรือผ่าตัดกระชับหน้าท้อง / ตัดไขมันกรณีมีผิวหนังหย่อน
  3. ผ่าตัดภาวะเต้านมโตในผู้ชาย เพื่อให้หน้าอกแบนราบ

ผู้ที่เหมาะกับการศัลยกรรมดูดไขมันสร้างเรือนร่าง

  • ต้องการปรับรูปร่าง ไม่ใช่ลดน้ำหนักจำนวนมาก
  • สุขภาพแข็งแรง
  • ไม่สูบบุหรี่ หรือพร้อมงดก่อนผ่าตัด
  • ผิวหนังยืดหยุ่นดีและกล้ามเนื้อกระชับ
  • มีความคาดหวังที่เป็นไปได้จริง

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

  • ปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งเรื่องเป้าหมายที่ต้องการ
  • ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และเอกซเรย์ปอด พร้อมปรับยาประจำตามคำแนะนำของแพทย์
  • งดสูบบุหรี่
  • หลีกเลี่ยงแอสไพริน ยาต้านการอักเสบ และสมุนไพรที่อาจทำให้เลือดออกง่าย

ขั้นตอนการผ่าตัด

  • ผ่าตัดภายใต้ยาระงับความรู้สึกแบบหลับตื้นหรือดมยาสลบ ขึ้นอยู่กับแผนการรักษาและจำนวนบริเวณที่ทำ
  • เปิดแผลขนาดประมาณ 1 ซม. จำนวนแผลขึ้นกับจำนวนบริเวณที่ทำ
  • ฉีดสารละลาย Tumescent เพื่อลดการเสียเลือดและให้ไขมันหลุดออกง่าย แล้วดูดไขมันออกด้วยท่อแคนนูลา ทั้งแบบดั้งเดิม หรือใช้พลังงานเลเซอร์หรืออัลตราซาวด์สลายไขมันก่อน 
  • กรณีที่ต้องเติมไขมัน จะนำไขมันที่คัดแยกแล้วไปฉีดในบริเวณที่ต้องการเพิ่มปริมาตร เพื่อให้สัดส่วนสมดุล
  • เย็บปิดแผล

การดูแลหลังผ่าตัด

  • อาจมีน้ำเหลืองซึมจากแผลเล็กน้อยใน 24–72 ชั่วโมงแรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการสมานแผล
  • ใส่ชุดกระชับสัดส่วนตลอดเวลา ยกเว้นตอนอาบน้ำ จนกว่าแพทย์จะอนุญาตให้ถอด เพื่อลดบวมและช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
  • กลับมาทำกิจวัตรเบา ๆ ที่บ้านให้เร็วที่สุด การขยับร่างกายช่วยให้น้ำเหลืองไหลเวียนและลดบวม
  • อาบน้ำได้หลังผ่าตัด 24–48 ชั่วโมง ให้น้ำและสบู่ไหลผ่านบริเวณที่ทำโดยไม่ขัดถู ซับให้แห้งเบา ๆ แล้วใส่ชุดกระชับกลับ อาจต้องมีคนช่วย
  • งดแช่น้ำในอ่าง สระว่ายน้ำ อ่างน้ำร้อน แม่น้ำ และทะเล 2 สัปดาห์
  • แพทย์อาจแนะนำการนวดระบายน้ำเหลือง เพื่อช่วยลดบวม
  • ตัดไหมเมื่อครบ 7 วันหลังผ่าตัด
  • ส่วนใหญ่กลับมาออกกำลังกายได้หลังประมาณ 2 สัปดาห์
  • มาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกชนิด การศัลยกรรมดูดไขมันสร้างเรือนร่างมีความเสี่ยง ได้แก่

  • น้ำเหลืองคั่ง (Seroma) พบได้ค่อนข้างบ่อย แพทย์จะใช้เข็มเจาะระบาย หรือใส่สายระบายชั่วคราว
  • ช้ำ บวม และไม่สบายตัว
  • ผิวบริเวณที่ทำชาชั่วคราว
  • ผิวไม่เรียบ เป็นคลื่น หรือสองข้างไม่เท่ากัน
  • การติดเชื้อ
  • ไขมันที่เติมสลายไปบางส่วน อาจต้องเติมเพิ่ม
  • ผิวไหม้จากเครื่องเลเซอร์หรืออัลตราซาวด์ ซึ่งพบได้น้อย
  • ลิ่มเลือดหรือไขมันอุดตันในหลอดเลือด พบได้น้อยแต่อันตราย โดยเฉพาะการผ่าตัดปริมาณมาก
  • ความเสี่ยงจากการดมยาสลบ


การวินิจฉัยเร็วและการดูแลหลังผ่าตัดที่ดีช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้แผลหายดี

รูปก่อนและหลังการศัลยกรรมดูดไขมันปรับเรือนร่าง

ความแตกต่างของการผ่าตัดยกกระชับรูปร่าง (Body Contouring) และการศัลยกรรมดูดไขมันสร้างเรือนร่าง (Body Sculpting)

สองคำนี้มักใช้แทนกันได้ แต่ที่โรงพยาบาลกมลใช้ดังนี้

  • การศัลยกรรมดูดไขมันสร้างเรือนร่าง (Body Sculpting) ปรับรูปร่างด้วยการดูดไขมันและเติมไขมันเป็นหลัก เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมไม่มากและผิวหนังยืดหยุ่นดี ซึ่งการดูดหรือเติมไขมันเพียงพอที่จะสร้างส่วนโค้งเว้าได้
  • การผ่าตัดยกกระชับรูปร่าง (Body Contouring) ตัดผิวหนังที่หย่อนคล้อยออกด้วย มักทำหลังลดน้ำหนักมากหรือหลังผ่าตัดกระเพาะ ผิวหนังส่วนเกินจำนวนมากอาจทำให้ใช้ชีวิตลำบาก เหงื่อออกตามร่องผิว อักเสบ หรือเป็นเชื้อรา หัตถการที่ใช้ ได้แก่ ผ่าตัดกระชับหน้าท้อง ยกกระชับร่างกายส่วนล่างและส่วนบน และการดูดไขมัน ดูเพิ่มเติมที่การตัดผิวหนังและไขมันส่วนเกิน


หลายคนได้ผลดีที่สุดจากการทำทั้งสองแบบร่วมกัน ส่วนผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด การปรับรูปร่างแบบไม่ผ่าตัด ด้วยความเย็น คลื่นวิทยุ หรืออัลตราซาวด์ อาจช่วยลดไขมันในจุดเล็ก ๆ ได้

การดูดไขมัน (Liposuction) กับการตัดไขมันและผิวหนังส่วนเกิน (Lipectomy) ต่างกันอย่างไร

การดูดไขมัน (Liposuction / Lipoplasty) ใช้ท่อขนาดเล็ก (แคนนูลา) สอดผ่านแผลเล็ก ๆ เพื่อดูดไขมันส่วนเกินออก ทำได้ในบริเวณ เช่น หน้าท้อง สะโพก ต้นขา ก้น แขน และลำคอ ผิวบริเวณที่ทำจะเรียบเนียนเมื่อผิวยืดหยุ่นดี หลังผ่าตัดต้องใส่ชุดกระชับเพื่อลดบวมและให้ผิวกระชับเข้ารูป

การตัดไขมันและผิวหนังส่วนเกิน (Lipectomy) ตัดทั้งไขมันและผิวหนังส่วนเกินออกผ่านแผลที่ยาวกว่า ใช้ในกรณีที่ผิวหนังไม่หดกลับเอง มักเป็นหลังลดน้ำหนักมาก บางครั้งต้องเปิดแผลยาวขึ้นเพื่อไม่ให้มีหนังส่วนเกินเหลือที่ปลายแผล (Dog Ear) ตัวอย่างเช่น ผ่าตัดกระชับหน้าท้อง (Abdominoplasty) ยกกระชับต้นแขน (Brachioplasty) ยกกระชับต้นขา และยกกระชับก้น (Buttock Lift)

ความแตกต่างหลัก: การดูดไขมันกำจัดเฉพาะไขมันและมีแผลเล็ก ส่วนการตัดไขมันกำจัดทั้งไขมันและผิวหนัง และมีแผลยาวกว่า

ทำไมต้องศัลยกรรมปรับรูปร่างที่โรงพยาบาลกมล

  • วางแผนรูปร่างทั้งตัว: ศัลยแพทย์ตกแต่งออกแบบตามโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อของแต่ละคน ให้ได้รูปร่างนาฬิกาทรายที่เป็นธรรมชาติสำหรับผู้หญิง และลำตัวทรงตัว V สำหรับผู้ชาย
  • ดูดและเติมไขมันในการผ่าตัดครั้งเดียว: ใช้ไขมันจากบริเวณหนึ่งไปเติมบริเวณที่ต้องการ เช่น ก้นหรือหน้าอก ได้ในคราวเดียว
  • มีครบทุกหัตถการในที่เดียว: ตั้งแต่ดูดไขมัน ซิกซ์แพ็ก ไปจนถึงผ่าตัดกระชับหน้าท้องและยกกระชับร่างกาย วางแผนร่วมกันได้ในแผนเดียว
  • ทีมแพทย์เฉพาะทาง: ศัลยแพทย์ตกแต่งทำงานร่วมกับวิสัญญีแพทย์ สูตินรีแพทย์ จิตแพทย์ และแพทย์สาขาอื่น
  • มาตรฐานความปลอดภัยระดับโรงพยาบาล: ห้องผ่าตัดมาตรฐาน ทีมวิสัญญีแพทย์ที่มีประสบการณ์ และได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI
  • ได้รับความไว้วางใจจากผู้เข้ารับบริการทั่วโลก: ดูแลผู้เข้ารับบริการทั้งชาวไทยและต่างชาติมากกว่า 500,000 ราย
  • ช่วยวางแผนการเดินทาง: มีโรงแรมในเครือ บริการรถรับ-ส่งจากที่พักหรือสนามบิน ช่วยเรื่องเอกสารเดินทาง และกมลทริป

คำถามที่พบบ่อย

ปั้นหุ่นกับดูดไขมันธรรมดา ต่างกันตรงไหน

ดูดไขมันธรรมดาคือการลดไขมันในจุดที่คุณระบุมา ส่วนการปั้นหุ่นคือการออกแบบสัดส่วนทั้งตัว โดยลดในจุดที่ควรลดและฉีดไขมันเติมในจุดที่ควรเติม เพื่อให้เส้นสายต่อเนื่องกัน หลายคนที่ไม่พอใจผลดูดไขมันที่อื่น มักเจอปัญหาว่าจุดที่ดูดเล็กลงจริง แต่ทำให้จุดข้างเคียงดูใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นผลจากการมองแค่จุดเดียว

ได้ ไขมันที่คัดแยกแล้วนำไปเติมในบริเวณที่ต้องการเพิ่มปริมาตรได้ ที่นิยมที่สุดคือก้น (BBL) สะโพก และหน้าอก ไขมันบางส่วนจะสลายไปในช่วงไม่กี่เดือนแรก บางคนจึงต้องเติมเพิ่ม ส่วนไขมันที่อยู่รอดจะเป็นเนื้อเยื่อถาวร

เซลล์ไขมันที่ดูดออกไปแล้วไม่กลับมาสร้างใหม่ในบริเวณนั้น แต่เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่ยังขยายตัวได้ถ้าน้ำหนักขึ้น และร่างกายอาจไปสะสมไขมันในจุดอื่นแทน ผลลัพธ์จึงอยู่ได้ยาวถ้าคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควรให้น้ำหนักคงที่ก่อนตัดสินใจผ่าตัด

ถ้าผิวยืดหยุ่นดี ผิวมักหดกระชับเข้ากับรูปร่างใหม่ภายในไม่กี่เดือน แต่ถ้าผิวหย่อนอยู่แล้ว เช่น หลังลดน้ำหนักมากหรือหลังคลอด การดูดไขมันอย่างเดียวอาจทำให้ผิวยิ่งดูหย่อน กรณีนี้ทำร่วมกับการกระชับผิว เช่น ผ่าตัดกระชับหน้าท้อง หรือยกกระชับร่างกาย จะได้ผลดีกว่า

ได้ ผู้ชายมักดูดไขมันหน้าท้อง เอว และแผ่นหลัง เพื่อให้ลำตัวเป็นทรงตัว V และมักทำร่วมกับศัลยกรรมซิกซ์แพ็กเพื่อให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องชัดขึ้น ส่วนผู้ที่มีเนื้อเต้านมที่หน้าอก แก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดภาวะเต้านมโตในผู้ชาย

ไขมันที่ฉีดเข้าไปจะถูกดูดซึมกลับบางส่วนในช่วง 3 เดือนแรก ปริมาณที่ร่างกายเก็บไว้ได้ต่างกันไปในแต่ละคนและแต่ละตำแหน่ง ส่วนที่ยังอยู่หลัง 6 เดือนถือว่าอยู่ถาวร แพทย์จึงมักฉีดเผื่อไว้ตั้งแต่ต้น บางเคสอาจต้องฉีดเสริมรอบที่สองเพื่อให้ได้ปริมาตรตามที่วางแผน ซึ่งจะประเมินกันหลังบวมยุบแล้ว

โดยทั่วไปลางาน 7–10 วันสำหรับงานออฟฟิศ ถ้างานต้องใช้แรงหรือยืนนาน ควรเผื่อถึง 2 สัปดาห์ สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด แนะนำให้พักในกรุงเทพฯ อย่างน้อยจนถึงวันตัดไหมที่ประมาณ 7 วัน เพราะช่วงแรกยังมีน้ำเหลืองซึมและต้องเปลี่ยนแผล ทีมงานช่วยประสานเรื่องที่พักใกล้โรงพยาบาลและนัดติดตามผลให้สอดคล้องกับตารางเดินทางได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กมลทริป

Related procedures

Tummy Tuck min
กระชับกล้ามเนื้อหน้าท้อง และตัดผิวหนังส่วนเกินออก ฟื้นฟูหน้าท้องให้เรียบและกระชับ หลังจากการเปลี่ยนน้ำหนักหรือการตั้งครรภ์
Thigh Lift min
กำจัดไขมันและผิวหนังส่วนเกินบริเวณต้นขา ปรับรูปร่างขาให้กระชับ และปรับรูปลักษณ์โดยรวมของร่างกายส่วนล่างให้ดีขึ้น
Buttock Augmentation min
เพิ่มขนาดและรูปทรงของสะโพกโดยใช้ซิลิโคนหรือการฉีดไขมัน เพื่อให้ดูอวบอิ่ม ยกกระชับ และได้สัดส่วนที่สมดุล
Arm Lift Edit
กำจัดไขมันและผิวหนังส่วนเกินบริเวณต้นแขน พร้อมกระชับเนื้อเยื่อ เพื่อให้ต้นแขนเรียบเนียนและกระชับมากขึ้น
Weight Loss Edit
ช่วยลดน้ำหนักด้วยการผ่าตัดกระเพาะอาหารหรือทางเดินอาหาร ปรับปรุงสุขภาพและคุณภาพชีวิต
ก้าวแรก..สู่ตัวตนที่เราเลือก

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ที่ประกอบด้วย แพทย์ ศัลยแพทย์ จิตแพทย์  สูตินรีแพทย์ และผู้ที่มากประสบการณ์หลากหลายสาขา ของเรา พร้อมรับฟัง ให้คำแนะนำ และดูแลคุณด้วยความรัก ความเข้าใจ อย่างอบอุ่น  ในทุกช่วงของการปรับชีวิตให้สมบูรณ์แบบ สู่ตัวตนที่เราเลือก ติดต่อเราได้ตลอดเวลา เพื่อปรึกษาและหาทางเลือกที่เหมาะกับคุณ