การฉีดไขมันเสริมสะโพก (Brazilian Butt Lift: BBL) คืออะไร?
การเสริมก้นหรือเสริมสะโพก (Buttock Augmentation) ช่วยเพิ่มปริมาตร ความนูน หรือยกกระชับก้น ให้เอว สะโพก และต้นขาได้สัดส่วนกันมากขึ้น บางคนมีก้นแบนตามธรรมชาติ บางคนก้นเสียทรงหลังลดน้ำหนักหรือตามวัย ที่โรงพยาบาลกมลมีทางเลือกทั้งการใช้ถุงซิลิโคน การฉีดไขมันตัวเอง (Brazilian Butt Lift หรือ BBL) การผ่าตัดยกกระชับ หรือหลายวิธีร่วมกัน ตามสรีระและเป้าหมายของแต่ละคน นอกจากดูดไขมันและศัลยกรรมซิกซ์แพ็กแล้ว การเสริมสะโพกเป็นอีกทางที่ช่วยให้รูปร่างมีส่วนโค้งเว้าชัดขึ้น
คำเตือนเรื่องการฉีดสาร: หากมีผู้ให้บริการรายใดเสนอฉีดซิลิโคนเหลว PMMA หรือสารอื่นเข้าก้นโดยตรง อย่าทำ วิธีนี้ไม่ปลอดภัยและผิดกฎหมายทั้งในประเทศไทยและในประเทศส่วนใหญ่ ไม่ควรฉีดซิลิโคนเหลว ฟิลเลอร์ หรือสารเหลวใด ๆ เข้าสะโพกโดยเด็ดขาด สารที่ฉีดอาจไหลไปที่ขาหรือขาหนีบ ทำให้เนื้อแข็งเป็นก้อน ผิดรูป ติดเชื้อ บวมแดง และในกรณีรุนแรงอาจเข้ากระแสเลือดไปอุดตันที่ปอดจนเป็นอันตรายถึงชีวิต การผ่าตัดแก้ไขสะโพกที่เคยฉีดซิลิโคนเหลวมีความยุ่งยากซับซ้อน และอาจไม่สามารถคืนรูปทรงได้ทั้งหมด
เทคนิคการผ่าตัดเสริมสะโพก (Buttock Augmentation)
การผ่าตัดเสริมสะโพก เพื่อปรับรูปทรงสะโพกให้ดูชัดเจนยิ่งขึ้นมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว ร่างกาย และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยทั่วไปจะอยู่มี 3 แบบ คือ
- การใช้ถุงซิลิโคน (Buttock Implants)
- การฉีดไขมันตัวเอง (Fat Graft)
- การใช้ถุงซิลิโคนร่วมกับการผ่าตัดยกกระชับ (Buttock Implants and Lift)
1. ผ่าตัดเสริมสะโพกด้วยการใช้ถุงซิลิโคน (Buttock Implants)
การใช้วัสดุเสริมเป็นวิธีที่คาดการณ์ปริมาตรได้แม่นที่สุด ซิลิโคนแบบเนื้อแข็งใส่ผ่านแผลในร่องกลางก้น และวางไว้ภายในหรือใต้กล้ามเนื้อสะโพก
แนวทางนี้เหมาะกับผู้ที่มีไขมันในร่างกายไม่พอสำหรับนำมาใช้ และผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่คงที่ ไม่เปลี่ยนไปตามน้ำหนักที่ขึ้นลง
ข้อดี
- ทำได้แม้มีไขมันน้อย
- กำหนดขนาดได้แม่นยำ
- เอาออกได้หากเปลี่ยนใจ
- ช่วยแก้ก้นหย่อนคล้อยเล็กน้อยได้
ข้อจำกัด
- พักฟื้นนานกว่าการฉีดไขมัน
- เช่นเดียวกับวัสดุเสริมทุกชนิด ร่างกายอาจเกิดปฏิกิริยา เช่น พังผืดหดรัดรอบซิลิโคน
ชนิดของถุงซิลิโคน
- ขนาด: เลือกให้เหมาะกับโครงร่างและเป้าหมาย
- รูปทรง: ทรงกลมหรือทรงรี
- ผิว: ผิวเรียบหรือผิวทราย
2. ผ่าตัดเสริมสะโพกด้วยการฉีดไขมัน (Fat Graft / Brazilian Butt Lift / BBL)
แพทย์ดูดไขมันจากบริเวณ เช่น หน้าท้อง เอว แผ่นหลังส่วนล่าง หรือต้นขา นำมาคัดแยก แล้วฉีดเข้าที่ก้น BBL จึงปรับรูปร่างได้สองจุดพร้อมกัน คือบริเวณที่ดูดไขมันเรียวลง และก้นมีปริมาตรเพิ่มขึ้น วิธีนี้ทำร่วมกับการใส่ซิลิโคนได้เพื่อให้รูปทรงดูเป็นธรรมชาติขึ้น
ที่โรงพยาบาลกมล แพทย์ฉีดไขมันเฉพาะชั้นใต้ผิวหนัง ไม่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อก้น ซึ่งเป็นมาตรการความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของ BBL ในปัจจุบัน
ข้อดี
- ใช้ไขมันของตัวเอง ไม่มีวัสดุแปลกปลอม
- บริเวณที่ดูดไขมันออกเรียวลงด้วย
ข้อจำกัด
- ไขมันบางส่วนจะสลายไป ขนาดก้นหลังผ่าตัดใหม่ ๆ จึงต่างจากหลังผ่าตัดประมาณ 6 เดือน บางคนต้องเติมไขมันเพิ่ม
- ก้นสองข้างอาจสลายไขมันไม่เท่ากัน ทำให้ไม่สมมาตรเล็กน้อย
- ปริมาณที่ฉีดได้ขึ้นกับไขมันที่มี
- แก้ปัญหาก้นห้อยไม่ได้
3. ผ่าตัดเสริมสะโพกด้วยซิลิโคนร่วมกับการผ่าตัดยกกระชับ (Buttock Implants and Lift)
การยกกระชับก้นคือการตัดผิวหนังที่หย่อนคล้อยออกและกระชับบริเวณนั้น มักทำหลังลดน้ำหนักมาก แผลซ่อนอยู่ที่แนวบิกินี่ไลน์ด้านหลัง ทำได้ทั้งแบบยกกระชับอย่างเดียว หรือร่วมกับถุงซิลิโคนและ/หรือฉีดไขมันเพื่อเพิ่มปริมาตร และมักเป็นส่วนหนึ่งของการยกกระชับร่างกาย
ข้อดี
- สามารถผ่าตัดได้ทันที แม้ไม่มีไขมัน
- สามารถกำหนดขนาดได้ตามที่ต้องการ
- เมื่อต้องการเอาออกสามารถเอาออกได้ทั้งถุงซิลิโคน
- การเสริมซิลิโคนสามารถแก้ปัญหาก้นห้อย ในกรณีที่ก้นห้อยและมีหนังเหลือเยอะมาก เทคนิคนี้สามารถปรับรูปร่างของสะโพกและลำตัวได้
ผู้ที่เหมาะกับการเสริมก้นและเสริมสะโพก
- ผู้ที่ก้นแบน เล็ก ห้อย หรือหย่อนคล้อย และต้องการเพิ่มปริมาตร รูปทรง หรือยกกระชับ
- ผู้ที่ก้นเสียทรงหลังลดน้ำหนัก
- ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และหญิงข้ามเพศที่ต้องการให้ช่วงล่างได้สัดส่วนมากขึ้น
- อายุ 18 ปีขึ้นไป
- สุขภาพแข็งแรง ดมยาสลบได้อย่างปลอดภัย
- ไม่สูบบุหรี่ หรือพร้อมงดก่อนและหลังผ่าตัด
- มีความคาดหวังที่เป็นไปได้จริง
รีวิวผ่าตัดเสริมสะโพก ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล



การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
- ปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อเลือกเทคนิคและขนาดซิลิโคนที่เหมาะกับรูปร่าง
- ตรวจร่างกายและตรวจเลือด ผู้ที่อายุเกิน 40 ปีต้องเอกซเรย์ปอดและตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
- รับประทานหรือปรับยาประจำตามที่แพทย์แนะนำ
- งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- หยุดแอสไพริน ยาต้านการอักเสบ สมุนไพร และวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
ขั้นตอนการผ่าตัด
- ผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบในท่านอนคว่ำ
- ใส่ซิลิโคน: เปิดแผลที่ร่องก้นยาว 4–5 ซม. สร้างโพรงสำหรับซิลิโคนทั้งสองข้าง ใส่ซิลิโคนและจัดรูปทรง แล้วเย็บปิดแผล
- ฉีดไขมัน: ดูดไขมัน คัดแยก แล้วฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนังของก้น
- ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2–3 ชั่วโมง
การดูแลหลังผ่าตัด
- ใส่กางเกงกระชับสะโพกประมาณ 1 เดือน เพื่อพยุงซิลิโคนหรือไขมันและลดบวม
- นอนคว่ำอย่างน้อย 7 วันเพื่อป้องกันแผลแยก หลังจากนั้นนอนคว่ำสลับตะแคงต่ออีก 2–3 สัปดาห์
- รักษาแผลที่ร่องก้นให้สะอาดและแห้ง เพราะเป็นบริเวณที่ติดเชื้อได้ง่าย
- รับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์จัดให้อย่างน้อย 5 วันแรก
- ลุกเดินเบา ๆ ตั้งแต่วันแรก ๆ เพื่อให้เลือดไหลเวียนดี
- รับประทานอาหารอ่อนในสัปดาห์แรก เพื่อลดเวลาการนั่งขับถ่าย เวลานั่งให้ถ่ายน้ำหนักไปที่ก้นข้างเดียว
- หลีกเลี่ยงการนั่งตามปกติอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- ตัดไหมเมื่อครบ 7 วัน
- มาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง
การพักฟื้น
นี่คือการพักฟื้นที่ต้องใช้ความอดทน เพราะบริเวณที่ทำคือบริเวณที่คุณใช้นั่งตามปกติ คาดว่าจะรู้สึกไม่สบายตัวมากในสัปดาห์แรก พร้อมกับรอยช้ำและอาการบวม
ส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้ประมาณ 2 สัปดาห์ หากงานไม่ต้องนั่งเป็นเวลานาน ข้อจำกัดเรื่องการนั่งจะค่อย ๆ ผ่อนลงตั้งแต่ 2 สัปดาห์ตามคำแนะนำของแพทย์ ส่วนการออกกำลังกายหนักควรรอประมาณ 6 สัปดาห์
กรณีฉีดไขมัน ปริมาตรบางส่วนจะถูกดูดซึมกลับในช่วง 3 เดือนแรก จากนั้นไขมันที่เหลือจะสร้างเส้นเลือดมาเลี้ยงและอยู่แบบถาวร ทรงสุดท้ายมักเห็นชัดที่ประมาณ 6 เดือน
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยง แม้จะผ่าตัดอย่างดีแล้ว
ความเสี่ยงทั่วไป
- เลือดออก บวม และเขียวช้ำ
- ปวดแผล ซึ่งอาจปวดมากในช่วงพักฟื้น
- การติดเชื้อ โดยเฉพาะเพราะแผลอยู่ใกล้บริเวณทวารหนัก
- แผลหายช้าหรือแผลแยก
- แผลเป็น หรือสีผิวบริเวณแผลเปลี่ยน
- การแพ้ยาและความเสี่ยงจากการดมยาสลบ
ความเสี่ยงเฉพาะการใส่ซิลิโคน
- ซิลิโคนเคลื่อน หรือสะโพกสองข้างไม่เท่ากัน ซึ่งอาจต้องผ่าตัดแก้ไข
- พังผืดหดรัดรอบซิลิโคน (Capsular Contracture) ซึ่งอาจต้องผ่าตัดแก้ไข
ความเสี่ยงเฉพาะการฉีดไขมัน (BBL)
- อาการชาที่ก้นชั่วคราว
- ไขมันสลายไปบางส่วนหรือทั้งหมด ทำให้ไม่สมมาตรหรือเป็นก้อน
- ภาวะไขมันอุดตันในปอด (Fat Embolism): พบได้น้อยแต่อาจอันตรายถึงชีวิต เกิดเมื่อไขมันเข้าหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ในกล้ามเนื้อก้นแล้วไปอุดตันที่ปอด ความเสี่ยงสูงที่สุดเมื่อฉีดไขมันเข้าหรือใต้กล้ามเนื้อ แพทย์จึงฉีดไขมันเฉพาะชั้นใต้ผิวหนังเท่านั้น
รูปก่อนและหลังผ่าตัดเสริมสะโพก





ข้อดีของการฉีดไขมันเสริมสะโพก
การฉีดไขมันเสริมสะโพกมีประโยชน์หลายประการ ได้แก่
- ทำให้สะโพกมีรูปร่างดีขึ้น : การฉีดไขมันทำให้สะโพกมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีรูปร่างดีขึ้น ทำให้ดูมีส่วนโค้งส่วนเว้ามากขึ้น
- เพิ่มความมั่นใจในตนเอง: ผู้ที่ผ่านการฉีดไขมันจะรู้สึกมั่นใจในตนเองมากขึ้น
- กำจัดไขมันส่วนเกิน: การดูดไขมันร่วมกับการฉีดไขมันเสริมสะโพก จะช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินออกจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง สะโพก และแผ่นหลังส่วนล่าง
- มีแผลน้อย: การฉีดไขมันเสริมสะโพก จะดำเนินการร่วมกับการดูดไขมัน ซึ่งทำให้เกิดแผลน้อยที่สุดผ่านรอยกรีดขนาดเล็ก
- ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน: การฉีดไขมันเสริมสะโพก จะให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานหลายปีหากคนไข้รับประทานอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม แต่ความยืนยาวของผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในคนไข้แต่ละคน
การฉีดไขมันเสริมสะโพกมีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน คนไข้ต้องมีความคาดหวังที่เป็นจริงได้ด้วยการผ่าตัดศัลยกรรม และต้องปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งที่เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ
ทำไมการฉีดไขมันเสริมสะโพกอันตรายกว่าผ่าตัด?
การฉีดไขมันเสริมสะโพก (Brazilian Butt Lift) เป็นการศัลยกรรมที่อันตราย เพราะฉีดไขมันเข้าสะโพก ไขมันที่ฉีดเข้าชั้นผิวหนังอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต การฉีดไขมันเสริมสะโพก ต้องใช้ทักษะและความชำนาญอย่างมากเพื่อให้มั่นใจว่าไขมันถูกฉีดเข้าไปตรงบริเวณที่ถูกต้อง และไม่รั่วไหลหรือติดเชื้อ หากฉีดผิดที่หรือไขมันไหลออก ไขมันอาจเกิดการติดเชื้อ และคนไข้อาจหมดสติจากการติดเชื้อหรือเกิดโรคแทรกซ้อนที่คุกคามถึงชีวิตได้ นอกจากนี้ไขมันที่ฉีดเข้าไปอาจเป็นก้อน ไม่สมดุล หรือผิดปกติได้
ทำไมต้องเสริมก้นและเสริมสะโพกที่โรงพยาบาลกมล
- มีครบทั้ง 3 เทคนิคในที่เดียว: ทั้งถุงซิลิโคน ฉีดไขมัน และยกกระชับก้น แพทย์จึงแนะนำวิธีที่เหมาะกับสรีระจริง ไม่ใช่เพียงวิธีเดียวที่มีให้บริการ
- BBL ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย: ฉีดไขมันเฉพาะชั้นใต้ผิวหนัง ไม่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อก้น ตามแนวทางความปลอดภัยสากลในปัจจุบัน
- วางแผนช่วงล่างทั้งหมด: วางแผนเสริมสะโพกร่วมกับดูดไขมัน ผ่าตัดกระชับหน้าท้อง หรือยกกระชับร่างกายได้ เพื่อสัดส่วนที่สมดุล
- มาตรฐานระดับโรงพยาบาล: ผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบโดยทีมวิสัญญีแพทย์ ในโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI
- ดูแลหลังผ่าตัดใกล้ชิด: แนะนำท่านอน การนั่ง และการใส่กางเกงกระชับ พร้อมติดตามจนแผลหายสนิท
- ช่วยวางแผนการเดินทาง: ทีมประสานงานและกมลทริปช่วยจัดที่พักและการเดินทางระหว่างพักฟื้นในกรุงเทพฯ
คำถามที่พบบ่อย
ควรเลือกใส่ซิลิโคนหรือฉีดไขมัน (BBL)
ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันในร่างกายและผลลัพธ์ที่ต้องการเป็นหลัก ถ้ามีไขมันพอที่หน้าท้องหรือต้นขา BBL ช่วยให้บริเวณนั้นเรียวลงพร้อมเพิ่มปริมาตรก้นอย่างเป็นธรรมชาติ ถ้ารูปร่างผอม หรือต้องการเพิ่มขนาดมากและคาดการณ์ผลได้ชัด ซิลิโคนมักเหมาะกว่า ส่วนผู้ที่ปัญหาหลักคือผิวหย่อนหรือก้นห้อย อาจต้องผ่าตัดยกกระชับ แพทย์อาจแนะนำให้ทำหลายวิธีร่วมกันด้วย
โรงพยาบาลกมลทำ BBL อย่างไรให้ปลอดภัยขึ้น
ความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุดของ BBL คือภาวะไขมันอุดตันในปอด ซึ่งเกิดเมื่อไขมันเข้าหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ในกล้ามเนื้อก้น แพทย์ของเราจึงฉีดไขมันเฉพาะชั้นใต้ผิวหนังเท่านั้น ไม่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และจำกัดปริมาณไขมันต่อครั้งให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยสำหรับแต่ละคน การเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีประสบการณ์ในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานจึงเป็นการตัดสินใจด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด
การยกกระชับก้นพักฟื้นนานไหม นั่งทำงานได้เมื่อไร
ส่วนใหญ่นั่งได้ตามปกติหลังประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ควรเลี่ยงการนั่งนาน ๆ ต่ออีกระยะ หลังทำ BBL แรงกดที่ก้นอาจทำให้ไขมันอยู่รอดน้อยลง แพทย์จึงอาจให้ใช้เบาะรองนั่งเฉพาะที่ช่วยไม่ให้น้ำหนักลงที่ก้น รวมถึงระหว่างเดินทางด้วย
ส่วนการออกกำลังกายหนักรอประมาณ 6 สัปดาห์
ใส่ซิลิโคนแล้วจะคลำเจอไหม
เพราะซิลิโคนอยู่ภายในหรือใต้กล้ามเนื้อก้น จึงถูกปกคลุมอย่างดีและมักมองไม่เห็น อาจคลำเจอขอบซิลิโคนได้เมื่อกดแรง ๆ โดยเฉพาะในคนที่ผอมมาก เมื่อแผลหายสนิทแล้ว ส่วนใหญ่นั่ง เดิน และออกกำลังกายได้ตามปกติ
ซิลิโคนสะโพกต้องเปลี่ยนไหม
ซิลิโคนเสริมสะโพกทำจากซิลิโคนชนิดตันที่ทนทาน ออกแบบให้อยู่ได้ระยะยาว ส่วนใหญ่จึงไม่ต้องเปลี่ยนตามรอบเวลา อาจพิจารณาผ่าตัดแก้ไขเมื่อซิลิโคนเคลื่อน เกิดพังผืด หรือต้องการเปลี่ยนขนาด
เคยฉีดซิลิโคนเหลวที่สะโพกมาก่อน แก้ไขได้ไหม
ส่วนใหญ่ปรับให้ดีขึ้นได้ แต่เป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อน เพราะซิลิโคนเหลวกระจายแทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อ จึงมักเอาออกได้ไม่หมด และอาจต้องผ่าตัดมากกว่าหนึ่งครั้ง แพทย์จะตรวจประเมิน ซึ่งมักต้องใช้ภาพถ่ายทางการแพทย์ประกอบ แล้วอธิบายว่าคาดหวังผลได้แค่ไหน
ไขมันที่ฉีดอยู่ได้กี่เปอร์เซ็นต์
โดยทั่วไปประมาณ 60-80% ของไขมันที่ย้ายไปจะสร้างเส้นเลือดมาเลี้ยงและอยู่แบบถาวร ส่วนที่เหลือถูกดูดซึมกลับในช่วง 3 เดือนแรก แพทย์คำนวณเผื่อส่วนนี้ไว้ในการวางแผนปริมาตร ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผลลัพธ์ช่วงแรกดูอิ่มกว่าทรงที่จะนิ่งในภายหลัง
ควรเลือกใส่ซิลิโคนหรือฉีดไขมัน (BBL)
ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันในร่างกายและผลลัพธ์ที่ต้องการเป็นหลัก ถ้ามีไขมันพอที่หน้าท้องหรือต้นขา BBL ช่วยให้บริเวณนั้นเรียวลงพร้อมเพิ่มปริมาตรก้นอย่างเป็นธรรมชาติ ถ้ารูปร่างผอม หรือต้องการเพิ่มขนาดมากและคาดการณ์ผลได้ชัด ซิลิโคนมักเหมาะกว่า ส่วนผู้ที่ปัญหาหลักคือผิวหย่อนหรือก้นห้อย อาจต้องผ่าตัดยกกระชับ แพทย์อาจแนะนำให้ทำหลายวิธีร่วมกันด้วย
อยู่ต่างจังหวัด ต้องพักในกรุงเทพฯ นานเท่าไร
ควรพักในกรุงเทพฯ ประมาณ 10–14 วัน เพื่อตัดไหมเมื่อครบ 7 วันและให้แพทย์ตรวจแผลก่อนเดินทางกลับ เพราะการนั่งรถหรือเครื่องบินนาน ๆ ในช่วงแรกอาจไม่สบายตัว ประเทศไทยเป็นจุดหมายด้านศัลยกรรมปรับรูปร่างชั้นนำของเอเชีย และกมลทริปช่วยจัดที่พักใกล้โรงพยาบาลให้ได้