คุณกำลังวางแผนเดินทางมาไทยอยู่หรือไม่? ดู Kamol Trip หรือ ติดต่อเรา

เสริมก้น BBL / ยกกระชับก้น / การเสริมสะโพก

เพิ่มขนาดและรูปทรงของสะโพกโดยใช้ซิลิโคนหรือการฉีดไขมัน เพื่อให้ดูอวบอิ่ม ยกกระชับ และได้สัดส่วนที่สมดุล

การฉีดไขมันเสริมสะโพก (Brazilian Butt Lift: BBL) คืออะไร?

การเสริมก้นหรือเสริมสะโพก (Buttock Augmentation) ช่วยเพิ่มปริมาตร ความนูน หรือยกกระชับก้น ให้เอว สะโพก และต้นขาได้สัดส่วนกันมากขึ้น บางคนมีก้นแบนตามธรรมชาติ บางคนก้นเสียทรงหลังลดน้ำหนักหรือตามวัย ที่โรงพยาบาลกมลมีทางเลือกทั้งการใช้ถุงซิลิโคน การฉีดไขมันตัวเอง (Brazilian Butt Lift หรือ BBL) การผ่าตัดยกกระชับ หรือหลายวิธีร่วมกัน ตามสรีระและเป้าหมายของแต่ละคน นอกจากดูดไขมันและศัลยกรรมซิกซ์แพ็กแล้ว การเสริมสะโพกเป็นอีกทางที่ช่วยให้รูปร่างมีส่วนโค้งเว้าชัดขึ้น

คำเตือนเรื่องการฉีดสาร: หากมีผู้ให้บริการรายใดเสนอฉีดซิลิโคนเหลว PMMA หรือสารอื่นเข้าก้นโดยตรง อย่าทำ วิธีนี้ไม่ปลอดภัยและผิดกฎหมายทั้งในประเทศไทยและในประเทศส่วนใหญ่ ไม่ควรฉีดซิลิโคนเหลว ฟิลเลอร์ หรือสารเหลวใด ๆ เข้าสะโพกโดยเด็ดขาด สารที่ฉีดอาจไหลไปที่ขาหรือขาหนีบ ทำให้เนื้อแข็งเป็นก้อน ผิดรูป ติดเชื้อ บวมแดง และในกรณีรุนแรงอาจเข้ากระแสเลือดไปอุดตันที่ปอดจนเป็นอันตรายถึงชีวิต การผ่าตัดแก้ไขสะโพกที่เคยฉีดซิลิโคนเหลวมีความยุ่งยากซับซ้อน และอาจไม่สามารถคืนรูปทรงได้ทั้งหมด

เทคนิคการผ่าตัดเสริมสะโพก (Buttock Augmentation)

การผ่าตัดเสริมสะโพก เพื่อปรับรูปทรงสะโพกให้ดูชัดเจนยิ่งขึ้นมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว ร่างกาย และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยทั่วไปจะอยู่มี 3 แบบ คือ

  1. การใช้ถุงซิลิโคน (Buttock Implants)
  2. การฉีดไขมันตัวเอง (Fat Graft)
  3. การใช้ถุงซิลิโคนร่วมกับการผ่าตัดยกกระชับ (Buttock Implants and Lift)

1. ผ่าตัดเสริมสะโพกด้วยการใช้ถุงซิลิโคน (Buttock Implants)

การใช้วัสดุเสริมเป็นวิธีที่คาดการณ์ปริมาตรได้แม่นที่สุด ซิลิโคนแบบเนื้อแข็งใส่ผ่านแผลในร่องกลางก้น และวางไว้ภายในหรือใต้กล้ามเนื้อสะโพก

แนวทางนี้เหมาะกับผู้ที่มีไขมันในร่างกายไม่พอสำหรับนำมาใช้ และผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่คงที่ ไม่เปลี่ยนไปตามน้ำหนักที่ขึ้นลง

649f889b22d0e
รูปที่ 1: การผ่าตัดเสริมสะโพกด้วยการใช้ถุงซิลิโคน

ข้อดี

  • ทำได้แม้มีไขมันน้อย
  • กำหนดขนาดได้แม่นยำ
  • เอาออกได้หากเปลี่ยนใจ
  • ช่วยแก้ก้นหย่อนคล้อยเล็กน้อยได้


ข้อจำกัด

  • พักฟื้นนานกว่าการฉีดไขมัน
  • เช่นเดียวกับวัสดุเสริมทุกชนิด ร่างกายอาจเกิดปฏิกิริยา เช่น พังผืดหดรัดรอบซิลิโคน


ชนิดของถุงซิลิโคน

  • ขนาด: เลือกให้เหมาะกับโครงร่างและเป้าหมาย
  • รูปทรง: ทรงกลมหรือทรงรี
  • ผิว: ผิวเรียบหรือผิวทราย
649f889b22ebd
รูปที่ 2: ชนิดของถุงซิลิโคนที่ใช้เสริมสะโพก

2. ผ่าตัดเสริมสะโพกด้วยการฉีดไขมัน (Fat Graft / Brazilian Butt Lift / BBL)

แพทย์ดูดไขมันจากบริเวณ เช่น หน้าท้อง เอว แผ่นหลังส่วนล่าง หรือต้นขา นำมาคัดแยก แล้วฉีดเข้าที่ก้น BBL จึงปรับรูปร่างได้สองจุดพร้อมกัน คือบริเวณที่ดูดไขมันเรียวลง และก้นมีปริมาตรเพิ่มขึ้น วิธีนี้ทำร่วมกับการใส่ซิลิโคนได้เพื่อให้รูปทรงดูเป็นธรรมชาติขึ้น

ที่โรงพยาบาลกมล แพทย์ฉีดไขมันเฉพาะชั้นใต้ผิวหนัง ไม่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อก้น ซึ่งเป็นมาตรการความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของ BBL ในปัจจุบัน

649f889b23022
รูปที่ 3: การผ่าตัดเสริมสะโพกด้วยการฉีดไขมัน (Fat Graft)

ข้อดี

  • ใช้ไขมันของตัวเอง ไม่มีวัสดุแปลกปลอม
  • บริเวณที่ดูดไขมันออกเรียวลงด้วย


ข้อจำกัด

  • ไขมันบางส่วนจะสลายไป ขนาดก้นหลังผ่าตัดใหม่ ๆ จึงต่างจากหลังผ่าตัดประมาณ 6 เดือน บางคนต้องเติมไขมันเพิ่ม
  • ก้นสองข้างอาจสลายไขมันไม่เท่ากัน ทำให้ไม่สมมาตรเล็กน้อย
  • ปริมาณที่ฉีดได้ขึ้นกับไขมันที่มี
  • แก้ปัญหาก้นห้อยไม่ได้

3. ผ่าตัดเสริมสะโพกด้วยซิลิโคนร่วมกับการผ่าตัดยกกระชับ (Buttock Implants and Lift)

การยกกระชับก้นคือการตัดผิวหนังที่หย่อนคล้อยออกและกระชับบริเวณนั้น มักทำหลังลดน้ำหนักมาก แผลซ่อนอยู่ที่แนวบิกินี่ไลน์ด้านหลัง ทำได้ทั้งแบบยกกระชับอย่างเดียว หรือร่วมกับถุงซิลิโคนและ/หรือฉีดไขมันเพื่อเพิ่มปริมาตร และมักเป็นส่วนหนึ่งของการยกกระชับร่างกาย

649f889b23130
รูปที่ 4: การผ่าตัดเสริมสะโพกด้วยการใช้ถุงซิลิโคนร่วมกับการผ่าตัดยกกระชับ

ข้อดี

  • สามารถผ่าตัดได้ทันที แม้ไม่มีไขมัน
  • สามารถกำหนดขนาดได้ตามที่ต้องการ
  • เมื่อต้องการเอาออกสามารถเอาออกได้ทั้งถุงซิลิโคน
  • การเสริมซิลิโคนสามารถแก้ปัญหาก้นห้อย ในกรณีที่ก้นห้อยและมีหนังเหลือเยอะมาก เทคนิคนี้สามารถปรับรูปร่างของสะโพกและลำตัวได้

ผู้ที่เหมาะกับการเสริมก้นและเสริมสะโพก

  • ผู้ที่ก้นแบน เล็ก ห้อย หรือหย่อนคล้อย และต้องการเพิ่มปริมาตร รูปทรง หรือยกกระชับ
  • ผู้ที่ก้นเสียทรงหลังลดน้ำหนัก
  • ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และหญิงข้ามเพศที่ต้องการให้ช่วงล่างได้สัดส่วนมากขึ้น
  • อายุ 18 ปีขึ้นไป
  • สุขภาพแข็งแรง ดมยาสลบได้อย่างปลอดภัย
  • ไม่สูบบุหรี่ หรือพร้อมงดก่อนและหลังผ่าตัด
  • มีความคาดหวังที่เป็นไปได้จริง

รีวิวผ่าตัดเสริมสะโพก ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

  • ปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อเลือกเทคนิคและขนาดซิลิโคนที่เหมาะกับรูปร่าง
  • ตรวจร่างกายและตรวจเลือด ผู้ที่อายุเกิน 40 ปีต้องเอกซเรย์ปอดและตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
  • รับประทานหรือปรับยาประจำตามที่แพทย์แนะนำ
  • งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  • หยุดแอสไพริน ยาต้านการอักเสบ สมุนไพร และวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด

ขั้นตอนการผ่าตัด

  • ผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบในท่านอนคว่ำ
  • ใส่ซิลิโคน: เปิดแผลที่ร่องก้นยาว 4–5 ซม. สร้างโพรงสำหรับซิลิโคนทั้งสองข้าง ใส่ซิลิโคนและจัดรูปทรง แล้วเย็บปิดแผล
  • ฉีดไขมัน: ดูดไขมัน คัดแยก แล้วฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนังของก้น
  • ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2–3 ชั่วโมง

การดูแลหลังผ่าตัด

  • ใส่กางเกงกระชับสะโพกประมาณ 1 เดือน เพื่อพยุงซิลิโคนหรือไขมันและลดบวม
  • นอนคว่ำอย่างน้อย 7 วันเพื่อป้องกันแผลแยก หลังจากนั้นนอนคว่ำสลับตะแคงต่ออีก 2–3 สัปดาห์
  • รักษาแผลที่ร่องก้นให้สะอาดและแห้ง เพราะเป็นบริเวณที่ติดเชื้อได้ง่าย
  • รับประทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์จัดให้อย่างน้อย 5 วันแรก
  • ลุกเดินเบา ๆ ตั้งแต่วันแรก ๆ เพื่อให้เลือดไหลเวียนดี
  • รับประทานอาหารอ่อนในสัปดาห์แรก เพื่อลดเวลาการนั่งขับถ่าย เวลานั่งให้ถ่ายน้ำหนักไปที่ก้นข้างเดียว
  • หลีกเลี่ยงการนั่งตามปกติอย่างน้อย 2 สัปดาห์ 
  • ตัดไหมเมื่อครบ 7 วัน
  • มาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

การพักฟื้น

นี่คือการพักฟื้นที่ต้องใช้ความอดทน เพราะบริเวณที่ทำคือบริเวณที่คุณใช้นั่งตามปกติ คาดว่าจะรู้สึกไม่สบายตัวมากในสัปดาห์แรก พร้อมกับรอยช้ำและอาการบวม

ส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้ประมาณ 2 สัปดาห์ หากงานไม่ต้องนั่งเป็นเวลานาน ข้อจำกัดเรื่องการนั่งจะค่อย ๆ ผ่อนลงตั้งแต่ 2 สัปดาห์ตามคำแนะนำของแพทย์ ส่วนการออกกำลังกายหนักควรรอประมาณ 6 สัปดาห์

กรณีฉีดไขมัน ปริมาตรบางส่วนจะถูกดูดซึมกลับในช่วง 3 เดือนแรก จากนั้นไขมันที่เหลือจะสร้างเส้นเลือดมาเลี้ยงและอยู่แบบถาวร ทรงสุดท้ายมักเห็นชัดที่ประมาณ 6 เดือน

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยง แม้จะผ่าตัดอย่างดีแล้ว

ความเสี่ยงทั่วไป

  • เลือดออก บวม และเขียวช้ำ
  • ปวดแผล ซึ่งอาจปวดมากในช่วงพักฟื้น
  • การติดเชื้อ โดยเฉพาะเพราะแผลอยู่ใกล้บริเวณทวารหนัก
  • แผลหายช้าหรือแผลแยก
  • แผลเป็น หรือสีผิวบริเวณแผลเปลี่ยน
  • การแพ้ยาและความเสี่ยงจากการดมยาสลบ


ความเสี่ยงเฉพาะการใส่ซิลิโคน

  • ซิลิโคนเคลื่อน หรือสะโพกสองข้างไม่เท่ากัน ซึ่งอาจต้องผ่าตัดแก้ไข
  • พังผืดหดรัดรอบซิลิโคน (Capsular Contracture) ซึ่งอาจต้องผ่าตัดแก้ไข


ความเสี่ยงเฉพาะการฉีดไขมัน (BBL)

  • อาการชาที่ก้นชั่วคราว
  • ไขมันสลายไปบางส่วนหรือทั้งหมด ทำให้ไม่สมมาตรหรือเป็นก้อน
  • ภาวะไขมันอุดตันในปอด (Fat Embolism): พบได้น้อยแต่อาจอันตรายถึงชีวิต เกิดเมื่อไขมันเข้าหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ในกล้ามเนื้อก้นแล้วไปอุดตันที่ปอด ความเสี่ยงสูงที่สุดเมื่อฉีดไขมันเข้าหรือใต้กล้ามเนื้อ แพทย์จึงฉีดไขมันเฉพาะชั้นใต้ผิวหนังเท่านั้น

รูปก่อนและหลังผ่าตัดเสริมสะโพก

ข้อดีของการฉีดไขมันเสริมสะโพก

การฉีดไขมันเสริมสะโพกมีประโยชน์หลายประการ ได้แก่

  • ทำให้สะโพกมีรูปร่างดีขึ้น : การฉีดไขมันทำให้สะโพกมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีรูปร่างดีขึ้น ทำให้ดูมีส่วนโค้งส่วนเว้ามากขึ้น
  • เพิ่มความมั่นใจในตนเอง: ผู้ที่ผ่านการฉีดไขมันจะรู้สึกมั่นใจในตนเองมากขึ้น
  • กำจัดไขมันส่วนเกิน: การดูดไขมันร่วมกับการฉีดไขมันเสริมสะโพก จะช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินออกจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง สะโพก และแผ่นหลังส่วนล่าง
  • มีแผลน้อย: การฉีดไขมันเสริมสะโพก จะดำเนินการร่วมกับการดูดไขมัน ซึ่งทำให้เกิดแผลน้อยที่สุดผ่านรอยกรีดขนาดเล็ก
  • ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน: การฉีดไขมันเสริมสะโพก จะให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานหลายปีหากคนไข้รับประทานอาหารและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม แต่ความยืนยาวของผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในคนไข้แต่ละคน


การฉีดไขมันเสริมสะโพกมีความเสี่ยงด้วยเช่นกัน คนไข้ต้องมีความคาดหวังที่เป็นจริงได้ด้วยการผ่าตัดศัลยกรรม และต้องปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งที่เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ

ทำไมการฉีดไขมันเสริมสะโพกอันตรายกว่าผ่าตัด?

การฉีดไขมันเสริมสะโพก (Brazilian Butt Lift) เป็นการศัลยกรรมที่อันตราย เพราะฉีดไขมันเข้าสะโพก ไขมันที่ฉีดเข้าชั้นผิวหนังอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรง และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต การฉีดไขมันเสริมสะโพก ต้องใช้ทักษะและความชำนาญอย่างมากเพื่อให้มั่นใจว่าไขมันถูกฉีดเข้าไปตรงบริเวณที่ถูกต้อง และไม่รั่วไหลหรือติดเชื้อ หากฉีดผิดที่หรือไขมันไหลออก ไขมันอาจเกิดการติดเชื้อ และคนไข้อาจหมดสติจากการติดเชื้อหรือเกิดโรคแทรกซ้อนที่คุกคามถึงชีวิตได้ นอกจากนี้ไขมันที่ฉีดเข้าไปอาจเป็นก้อน ไม่สมดุล หรือผิดปกติได้

ทำไมต้องเสริมก้นและเสริมสะโพกที่โรงพยาบาลกมล

  • มีครบทั้ง 3 เทคนิคในที่เดียว: ทั้งถุงซิลิโคน ฉีดไขมัน และยกกระชับก้น แพทย์จึงแนะนำวิธีที่เหมาะกับสรีระจริง ไม่ใช่เพียงวิธีเดียวที่มีให้บริการ
  • BBL ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย: ฉีดไขมันเฉพาะชั้นใต้ผิวหนัง ไม่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อก้น ตามแนวทางความปลอดภัยสากลในปัจจุบัน
  • วางแผนช่วงล่างทั้งหมด: วางแผนเสริมสะโพกร่วมกับดูดไขมัน ผ่าตัดกระชับหน้าท้อง หรือยกกระชับร่างกายได้ เพื่อสัดส่วนที่สมดุล
  • มาตรฐานระดับโรงพยาบาล: ผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบโดยทีมวิสัญญีแพทย์ ในโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI
  • ดูแลหลังผ่าตัดใกล้ชิด: แนะนำท่านอน การนั่ง และการใส่กางเกงกระชับ พร้อมติดตามจนแผลหายสนิท
  • ช่วยวางแผนการเดินทาง: ทีมประสานงานและกมลทริปช่วยจัดที่พักและการเดินทางระหว่างพักฟื้นในกรุงเทพฯ

คำถามที่พบบ่อย

ควรเลือกใส่ซิลิโคนหรือฉีดไขมัน (BBL)

ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันในร่างกายและผลลัพธ์ที่ต้องการเป็นหลัก ถ้ามีไขมันพอที่หน้าท้องหรือต้นขา BBL ช่วยให้บริเวณนั้นเรียวลงพร้อมเพิ่มปริมาตรก้นอย่างเป็นธรรมชาติ ถ้ารูปร่างผอม หรือต้องการเพิ่มขนาดมากและคาดการณ์ผลได้ชัด ซิลิโคนมักเหมาะกว่า ส่วนผู้ที่ปัญหาหลักคือผิวหย่อนหรือก้นห้อย อาจต้องผ่าตัดยกกระชับ แพทย์อาจแนะนำให้ทำหลายวิธีร่วมกันด้วย

ความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุดของ BBL คือภาวะไขมันอุดตันในปอด ซึ่งเกิดเมื่อไขมันเข้าหลอดเลือดดำขนาดใหญ่ในกล้ามเนื้อก้น แพทย์ของเราจึงฉีดไขมันเฉพาะชั้นใต้ผิวหนังเท่านั้น ไม่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และจำกัดปริมาณไขมันต่อครั้งให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยสำหรับแต่ละคน การเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีประสบการณ์ในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานจึงเป็นการตัดสินใจด้านความปลอดภัยที่สำคัญที่สุด

ส่วนใหญ่นั่งได้ตามปกติหลังประมาณ 2 สัปดาห์ แต่ควรเลี่ยงการนั่งนาน ๆ ต่ออีกระยะ หลังทำ BBL แรงกดที่ก้นอาจทำให้ไขมันอยู่รอดน้อยลง แพทย์จึงอาจให้ใช้เบาะรองนั่งเฉพาะที่ช่วยไม่ให้น้ำหนักลงที่ก้น รวมถึงระหว่างเดินทางด้วย

ส่วนการออกกำลังกายหนักรอประมาณ 6 สัปดาห์

เพราะซิลิโคนอยู่ภายในหรือใต้กล้ามเนื้อก้น จึงถูกปกคลุมอย่างดีและมักมองไม่เห็น อาจคลำเจอขอบซิลิโคนได้เมื่อกดแรง ๆ โดยเฉพาะในคนที่ผอมมาก เมื่อแผลหายสนิทแล้ว ส่วนใหญ่นั่ง เดิน และออกกำลังกายได้ตามปกติ

ซิลิโคนเสริมสะโพกทำจากซิลิโคนชนิดตันที่ทนทาน ออกแบบให้อยู่ได้ระยะยาว ส่วนใหญ่จึงไม่ต้องเปลี่ยนตามรอบเวลา อาจพิจารณาผ่าตัดแก้ไขเมื่อซิลิโคนเคลื่อน เกิดพังผืด หรือต้องการเปลี่ยนขนาด

ส่วนใหญ่ปรับให้ดีขึ้นได้ แต่เป็นการผ่าตัดที่ซับซ้อน เพราะซิลิโคนเหลวกระจายแทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อ จึงมักเอาออกได้ไม่หมด และอาจต้องผ่าตัดมากกว่าหนึ่งครั้ง แพทย์จะตรวจประเมิน ซึ่งมักต้องใช้ภาพถ่ายทางการแพทย์ประกอบ แล้วอธิบายว่าคาดหวังผลได้แค่ไหน

โดยทั่วไปประมาณ 60-80% ของไขมันที่ย้ายไปจะสร้างเส้นเลือดมาเลี้ยงและอยู่แบบถาวร ส่วนที่เหลือถูกดูดซึมกลับในช่วง 3 เดือนแรก แพทย์คำนวณเผื่อส่วนนี้ไว้ในการวางแผนปริมาตร ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผลลัพธ์ช่วงแรกดูอิ่มกว่าทรงที่จะนิ่งในภายหลัง

ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันในร่างกายและผลลัพธ์ที่ต้องการเป็นหลัก ถ้ามีไขมันพอที่หน้าท้องหรือต้นขา BBL ช่วยให้บริเวณนั้นเรียวลงพร้อมเพิ่มปริมาตรก้นอย่างเป็นธรรมชาติ ถ้ารูปร่างผอม หรือต้องการเพิ่มขนาดมากและคาดการณ์ผลได้ชัด ซิลิโคนมักเหมาะกว่า ส่วนผู้ที่ปัญหาหลักคือผิวหย่อนหรือก้นห้อย อาจต้องผ่าตัดยกกระชับ แพทย์อาจแนะนำให้ทำหลายวิธีร่วมกันด้วย

ควรพักในกรุงเทพฯ ประมาณ 10–14 วัน เพื่อตัดไหมเมื่อครบ 7 วันและให้แพทย์ตรวจแผลก่อนเดินทางกลับ เพราะการนั่งรถหรือเครื่องบินนาน ๆ ในช่วงแรกอาจไม่สบายตัว ประเทศไทยเป็นจุดหมายด้านศัลยกรรมปรับรูปร่างชั้นนำของเอเชีย และกมลทริปช่วยจัดที่พักใกล้โรงพยาบาลให้ได้

Related procedures

Body Sculpting min
กำจัดไขมันที่ฝังแน่นในจุดที่ต้องการ ปรับแต่งรูปร่างให้เพรียวและได้สัดส่วนที่ชัดเจนมากขึ้น
Tummy Tuck min
กระชับกล้ามเนื้อหน้าท้อง และตัดผิวหนังส่วนเกินออก ฟื้นฟูหน้าท้องให้เรียบและกระชับ หลังจากการเปลี่ยนน้ำหนักหรือการตั้งครรภ์
Thigh Lift min
กำจัดไขมันและผิวหนังส่วนเกินบริเวณต้นขา ปรับรูปร่างขาให้กระชับ และปรับรูปลักษณ์โดยรวมของร่างกายส่วนล่างให้ดีขึ้น
Arm Lift Edit
กำจัดไขมันและผิวหนังส่วนเกินบริเวณต้นแขน พร้อมกระชับเนื้อเยื่อ เพื่อให้ต้นแขนเรียบเนียนและกระชับมากขึ้น
Weight Loss Edit
ช่วยลดน้ำหนักด้วยการผ่าตัดกระเพาะอาหารหรือทางเดินอาหาร ปรับปรุงสุขภาพและคุณภาพชีวิต
ก้าวแรก..สู่ตัวตนที่เราเลือก

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ที่ประกอบด้วย แพทย์ ศัลยแพทย์ จิตแพทย์  สูตินรีแพทย์ และผู้ที่มากประสบการณ์หลากหลายสาขา ของเรา พร้อมรับฟัง ให้คำแนะนำ และดูแลคุณด้วยความรัก ความเข้าใจ อย่างอบอุ่น  ในทุกช่วงของการปรับชีวิตให้สมบูรณ์แบบ สู่ตัวตนที่เราเลือก ติดต่อเราได้ตลอดเวลา เพื่อปรึกษาและหาทางเลือกที่เหมาะกับคุณ