Penile Peritoneal Vaginoplasty หรือที่เรียกโดยย่อว่า PPV เป็นหนึ่งในเทคนิคที่ใช้ในการศัลยกรรมยืนยันเพศบริเวณอวัยวะเพศ โดยใช้เยื่อบุช่องท้อง (Peritoneum) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่บุอยู่ภายในช่องท้อง เนื้อเยื่อชนิดนี้มีความยืดหยุ่น สามารถสร้างความชุ่มชื้นได้ตามธรรมชาติ และมีลักษณะใกล้เคียงกับเยื่อบุช่องคลอดโดยกำเนิด
เทคนิคนี้ใช้เนื้อเยื่อจากอวัยวะเพศชายบางส่วนในการสร้างบริเวณปากช่องคลอด ร่วมกับเยื่อบุช่องท้องเพื่อสร้างช่องคลอดใหม่ โดยดำเนินการผ่านการผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Surgery) ซึ่งใช้แผลผ่าตัดขนาดเล็กบริเวณหน้าท้อง จึงช่วยลดขนาดของรอยแผลภายนอก
การศัลยกรรมแปลงเพศชายเป็นหญิง โดยใช้ผนังหน้าท้องด้านใน
แม้การนำเทคนิคนี้มาใช้ในการศัลยกรรมยืนยันเพศจะเป็นแนวทางที่ค่อนข้างใหม่ แต่การใช้เยื่อบุช่องท้องเพื่อสร้างช่องคลอดไม่ใช่เทคนิคเชิงทดลอง โดยเทคนิค Peritoneal Pull-Through มีการนำมาใช้ในการรักษาภาวะ MRKH มาเป็นเวลาหลายสิบปี ภาวะดังกล่าวเป็นความผิดปกติแต่กำเนิดที่ทำให้ผู้หญิงบางรายเกิดมาโดยไม่มีช่องคลอดหรือมีช่องคลอดพัฒนาไม่สมบูรณ์
ทีมศัลยแพทย์ของเรานำโดย นพ. กมล พันธ์ศรีทุม ซึ่งมีประสบการณ์ในการใช้เทคนิคดังกล่าวและให้การรักษาผู้เข้ารับบริการด้วยวิธี PPV อย่างต่อเนื่อง
ข้อดี-ข้อเสียของการผ่าตัดแปลงเพศชายเป็นหญิง โดยใช้ผนังหน้าท้องด้านใน (PPV)
ข้อดี
- สามารถใช้ได้ทั้งในการผ่าตัดครั้งแรกและการผ่าตัดแก้ไข — เทคนิคนี้สามารถใช้ในการสร้างช่องคลอดครั้งแรก หรือใช้ในผู้ที่เคยผ่าตัดด้วยเทคนิค Penile Inversion มาก่อนและมีความลึกของช่องคลอดลดลง รวมถึงผู้ที่ต้องการพิจารณาทางเลือกอื่นที่อาจให้คุณสมบัติด้านความชุ่มชื้นและลดภาระในการดูแลระยะยาว
- มีความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ — เยื่อบุช่องท้องสามารถสร้างความชุ่มชื้นได้ตามธรรมชาติ
- มีความยืดหยุ่น — ลักษณะของเนื้อเยื่อมีความยืดหยุ่นและใกล้เคียงกับเนื้อเยื่อช่องคลอดโดยกำเนิด
- ช่องคลอดไม่มีเส้นขน — เนื่องจากเนื้อเยื่อที่ใช้สร้างส่วนของช่องคลอดมาจากเยื่อบุช่องท้อง
- ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับลำไส้ เมื่อเปรียบเทียบกับการสร้างช่องคลอดโดยใช้ลำไส้ใหญ่ส่วนซิกมอยด์ (Sigmoid Colon Vaginoplasty)
- มีรอยแผลจากการผ่าตัดผ่านกล้องขนาดเล็ก — โดยทั่วไปมีแผลขนาดเล็กประมาณ 4 จุด ซึ่งอาจมีลักษณะคล้ายจุดเล็ก ๆ และรอยแผลจะค่อย ๆ จางลงเมื่อเวลาผ่านไป
- เทคนิค Peritoneal Pull-Through มีประวัติการใช้งานทางคลินิกมาอย่างยาวนาน — มีการใช้เทคนิคที่เกี่ยวข้องกับเยื่อบุช่องท้องในการสร้างช่องคลอดสำหรับผู้หญิงซิสเจนเดอร์มาเป็นเวลามากกว่า 40 ปี
ข้อจำกัดและข้อควรพิจารณา
- ผู้เข้ารับการผ่าตัดบางรายอาจมีอาการอาหารไม่ย่อยหรือแน่นท้องในช่วงประมาณ 1–2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด
- อาจมีการเปลี่ยนแปลงของการขับถ่ายชั่วคราวในช่วงหลายสัปดาห์หลังผ่าตัด เช่น ความถี่ในการขับถ่ายเปลี่ยนแปลง มีมูกปนในอุจจาระ ท้องผูก หรือปวดหลัง รวมถึงอาการบางอย่างที่มีลักษณะคล้าย Low Anterior Resection Syndrome (LAR Syndrome)
- เทคนิคนี้อาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือมีไขมันสะสมบริเวณช่องท้องในปริมาณมาก เนื่องจากไขมันภายในช่องท้องอาจบดบังบริเวณเยื่อบุช่องท้องและเพิ่มความซับซ้อนของการผ่าตัด
- สำหรับผู้ที่ผ่านการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย หรือมีผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศชายไม่เพียงพอ ศัลยแพทย์อาจใช้ผิวหนังบริเวณถุงอัณฑะที่ไม่มีเส้นขนเพื่อสร้างส่วนทางเข้าของช่องคลอด ในกรณีดังกล่าวอาจจำเป็นต้องกำจัดขนด้วยเลเซอร์ล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน หรือกำจัดขนด้วย Electrolysis ระหว่างขั้นตอนการผ่าตัดตามความเหมาะสม
- การขยายช่องคลอด (Dilation) ในช่วงแรกอาจทำให้รู้สึกเจ็บหรือไม่สบายในช่วงหลายสัปดาห์แรก เนื่องจากเยื่อบุช่องท้องอาจมีความไวต่อการสัมผัสในระยะแรก
- ความลึกของช่องคลอดอาจลดลงหากไม่ได้ขยายช่องคลอดอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นการปฏิบัติตามตาราง Dilation จึงมีความสำคัญต่อผลลัพธ์ในระยะยาว
- อาจเกิดพังผืดภายในช่องท้อง (Intra-Abdominal Adhesions) โดยมีรายงานอัตราการเกิดประมาณ 1–2%
- เนื่องจากการใช้เทคนิค PPV สำหรับผู้หญิงข้ามเพศยังเป็นแนวทางที่ค่อนข้างใหม่และยังมีข้อมูลระยะยาวไม่มากเท่าเทคนิคบางประเภท ผู้ที่พิจารณาการผ่าตัดควรเข้าใจว่าอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่พบได้น้อยหรือยังไม่มีข้อมูลระยะยาวเพียงพอ
- จำเป็นต้องกำจัดขนบริเวณฐานอวัยวะเพศชายในพื้นที่ประมาณ 5 × 6 ซม. ตามตำแหน่งที่แสดงในภาพที่ 1
- ในกรณีที่มีความซับซ้อน ศัลยแพทย์อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้เทคนิคสร้างช่องคลอดด้วยลำไส้ใหญ่ส่วนซิกมอยด์ (Sigmoid Colon Vaginoplasty)
เลือกศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมแปลงเพศระดับโลก
นพ.กมล พันธ์ศรีทุม ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งและแปลงเพศระดับโลก เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ด้านการแปลงเพศมาหลากหลายเทคนิค ได้คิดค้น ปรับปรุง และพัฒนาเทคนิคนี้ จนประสบความสำเร็จในการสร้างช่องคลอดที่มีทั้งความลึก ความยืดหยุ่น และน้ำหล่อลื่นเหมือนช่องคลอดธรรมชาติ ประสบการณ์ของการผ่าตัดแปลงเพศโดยใช้ผนังหน้าท้องร่วมกับผิวหนังอวัยวะเพศชาย (PPV) มากกว่า 1,000 เคสจากหลากหลายประเทศ หลากหลายเชื้อชาติ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล จึงเป็นผู้นำด้านการผ่าตัดแปลงเพศแบบเทคนิค PPV เรามั่นใจว่าโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล จะสรรค์สร้างความฝันของคุณให้กลายเป็นจริง
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
- ปรึกษาศัลยแพทย์ เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถที่จะศัลยกรรมผ่าตัดแปลงเพศได้
- ต้องมีความพร้อมทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ
- ศึกษาผลการผ่าตัดแปลงชายเป็นหญิง และความเสี่ยงต่าง ๆ
- หยุดฮอร์โมน 4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- หยุดยาจำพวกแอสไพริน ยาลดอาการอักเสบ หรือสมุนไพร ที่อาจจะทำให้เลือดออกผิดปกติ หยุดยาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หรือตามแพทย์สั่ง
- หยุดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดโอกาสเกิดเลือดไปเลี้ยงแผลไม่ดี
วีดิทัศน์ การผ่าตัดแปลงเพศชายเป็นหญิง
ทำไมจึงเลือกโรงพยาบาลกมลสำหรับการผ่าตัด PPV
โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล ให้บริการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งและแปลงเพศระดับแนวหน้าของโลก ผลการผ่าตัดให้ทั้งรูปลักษณ์และความรู้สึกสัมผัสภายนอก-ภายในอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย โดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมช่องท้อง และศัลยแพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง ทั้งนี้ เทคนิค SRS-PPV มิได้นำมาใช้อย่างกว้างขวาง เนื่องจากต้องใช้แพทย์ที่มีความประสบการณ์ และความชำนาญเฉพาะทางสูงมาก
ศัลยแพทย์ของเรามีทักษะและประสบการณ์ทางด้านนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคนิคของ นายแพทย์กมล พันธ์ศรีทุม ทางด้านการผ่าตัดแปลงเพศ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ซ่อนรอยแผลเป็นบริเวณแคมนอกและแคมใน ทำให้แลดูเป็นธรรมชาติและตรงตามเพศสภาพจริง เราสามารถสรรค์สร้างเพื่อสานความฝันของคุณให้เป็นจริง
การผ่าตัดแปลงเพศแบบใช้ผนังหน้าท้องด้านในร่วมกับผิวหนังจากอวัยวะเพศชาย (PPV) เป็นทั้งเทคนิคหลักและเทคนิครอง ในการสร้างช่องคลอดใหม่ เทคนิคดังกล่าวนี้เป็นประโยชน์กับคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดแปลงเพศและมีประสบการณ์เรื่องช่องคลอดไม่ลึกพอ นอกจากนี้ เทคนิคนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อบุคคลที่ต้องการให้ช่องคลอดทำงานดีขึ้น ทำให้ช่องคลอดใหม่มีสารเมือกหล่อลื่นในตัวเอง ลดความเสี่ยงต่อความผิดปกติของลำไส้ เมื่อเทียบกับการผ่าตัดแปลงเพศแบบต่อลำไส้ อีกทั้งมีรอยแผลเป็นขนาดเล็กเพียง 4 จุดบนช่องท้องจนแทบมองไม่เห็น เนื่องจากเราใช้การผ่าตัดส่องกล้อง
โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล JCI (Joint Commission International) ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลกด้านการดูแลสุขภาพ ดังนั้น โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล จึงได้รับความเชื่อถือจากนานาประเทศ ในการเป็นผู้นำด้านศัลยกรรมตกแต่งและแปลงเพศ
คำถามที่พบบ่อย
Peritoneal Vaginoplasty (PPV) คืออะไร?
PPV เป็นเทคนิคการผ่าตัดสร้างช่องคลอดใหม่ (Neovagina) โดยใช้เยื่อบุช่องท้อง (Peritoneum) ซึ่งเป็นเยื่อที่บุอยู่ภายในช่องท้อง ร่วมกับการใช้เนื้อเยื่อจากอวัยวะเพศชายบางส่วนในการสร้างบริเวณทางเข้าของช่องคลอด
เนื่องจากเยื่อบุช่องท้องมีความยืดหยุ่นและสามารถสร้างความชุ่มชื้นได้ตามธรรมชาติ เทคนิคนี้จึงสามารถช่วยสร้างช่องคลอดใหม่ที่มีความลึกตามแผนการผ่าตัด และมีคุณสมบัติด้านความชุ่มชื้นจากเยื่อบุช่องท้อง
PPV อาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีเนื้อเยื่อสำหรับสร้างช่องคลอดจำกัด หรือผู้ที่ต้องการพิจารณาทางเลือกอื่นนอกเหนือจาก Full-Depth Penile Inversion หรือ Colon Vaginoplasty
PPV แตกต่างจากการสร้างช่องคลอดด้วยลำไส้อย่างไร?
ทั้งสองเทคนิคใช้เนื้อเยื่อคนละประเภทในการสร้างช่องคลอด และมีข้อดี ข้อจำกัด และรายละเอียดในการผ่าตัดแตกต่างกัน PPV ใช้เยื่อบุช่องท้องร่วมกับเนื้อเยื่อจากอวัยวะเพศชาย ขณะที่เทคนิค Colon Vaginoplasty ใช้ส่วนของลำไส้ในการสร้างช่องคลอด การเลือกเทคนิคจึงควรพิจารณาจากโครงสร้างร่างกาย ประวัติการผ่าตัด และเป้าหมายของผู้เข้ารับการผ่าตัดร่วมกับคำแนะนำของแพทย์
ใครบ้างที่อาจเหมาะกับการผ่าตัด Peritoneal / Peritoneum Vaginoplasty?
วิธีที่เหมาะสมที่สุดในการประเมินว่าผู้เข้ารับบริการเหมาะกับ PPV หรือไม่ คือการเข้ารับคำปรึกษาและการตรวจประเมินโดยทีมแพทย์ โดยทั่วไป ปัจจัยที่อาจนำมาพิจารณา ได้แก่
- มีความต้องการเข้ารับการผ่าตัดสร้างช่องคลอด: มีความเข้าใจและตัดสินใจว่าต้องการเข้ารับหัตถการดังกล่าว
- มีสุขภาพโดยรวมเหมาะสม: สุขภาพร่างกายควรเหมาะสมต่อการผ่าตัด และภาวะทางการแพทย์ที่มีอยู่ควรได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม
- มีความคาดหวังที่สมเหตุสมผล: เข้าใจประโยชน์ ข้อจำกัด และผลลัพธ์ที่สามารถคาดหวังได้จากการผ่าตัด
- มีความพร้อมด้านจิตใจ: เข้าใจขั้นตอนการผ่าตัด รวมถึงการดูแลและข้อปฏิบัติในระยะยาวหลังการผ่าตัด
- ได้รับการรักษาด้วยฮอร์โมนตามความเหมาะสม: ในบางกรณี การได้รับฮอร์โมนในช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนการผ่าตัดอาจเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษา โดยขึ้นอยู่กับการประเมินของทีมแพทย์
Dilation คืออะไร และเหตุใดจึงมีความสำคัญ?
การขยายช่องคลอด หรือ Dilation เป็นส่วนสำคัญของการดูแลหลังการผ่าตัด โดยเป็นการใช้อุปกรณ์ขยายช่องคลอด (Dilator) ตามลำดับขนาดและตารางที่ทีมแพทย์กำหนด เพื่อช่วยรักษาความลึกและความกว้างของช่องคลอดใหม่ และลดความเสี่ยงที่ช่องคลอดจะตีบแคบลง
หากไม่ได้ทำ Dilation ตามคำแนะนำ ช่องคลอดใหม่อาจตีบแคบหรือสูญเสียความลึก และในกรณีที่รุนแรงอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือผ่าตัดเพิ่มเติม
ต้องทำ Dilation นานแค่ไหน?
การทำ Dilation เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลระยะยาวหลังการผ่าตัด
ในช่วงเดือนแรก ๆ หลังการผ่าตัด อาจจำเป็นต้องทำ Dilation วันละหลายครั้งตามตารางที่ศัลยแพทย์กำหนด เมื่อการฟื้นตัวดำเนินไป ความถี่อาจค่อย ๆ ลดลง
อย่างไรก็ตาม ผู้เข้ารับการผ่าตัดอาจจำเป็นต้องทำ Dilation ต่อเนื่องในระยะยาว และอาจต้องทำต่อเนื่องโดยไม่มีกำหนด เพื่อช่วยรักษาความลึก ความกว้าง และขนาดของปากช่องคลอดใหม่ โดยตารางและความถี่ที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของแต่ละบุคคลและคำแนะนำของศัลยแพทย์
ใช้ PPV แก้ไขการผ่าตัดแปลงเพศครั้งก่อนได้ไหม
ได้ PPV มักใช้เพิ่มความลึกให้ผู้ที่ทำเทคนิคผิวหนังมาแล้วความลึกลดลง หรือผู้ที่ต้องการช่องคลอดที่มีความชุ่มชื้นตามธรรมชาติมากขึ้น ความเหมาะสมขึ้นกับสภาพเนื้อเยื่อเดิม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผ่าตัดแก้ไขแปลงเพศชายเป็นหญิง
ยังต้องใช้สารหล่อลื่นไหม และมีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไหร่
เยื่อบุช่องท้องสร้างความชุ่มชื้นได้เอง หลายคนจึงใช้สารหล่อลื่นน้อยกว่าเทคนิคผิวหนัง แต่บางคนยังใช้เจลหล่อลื่นสูตรน้ำเพื่อความสบาย โดยเฉพาะช่วงถ่างขยายแรก ๆ โดยทั่วไปมีเพศสัมพันธ์ได้หลังประมาณ 2–3 เดือน เมื่อแพทย์ตรวจแล้วว่าแผลหายสนิท
อยู่ต่างจังหวัด ควรวางแผนอย่างไร
สามารถปรึกษาเบื้องต้นทางออนไลน์ก่อนได้ แต่เทคนิคนี้จำเป็นต้องตรวจประเมินโดยทีมแพทย์ก่อนสรุปแผน สิ่งที่ควรวางแผนล่วงหน้าที่สุดคือการกำจัดขนตามบริเวณที่กำหนด ซึ่งบางกรณีต้องเริ่มก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 6 เดือน และการเผื่อเวลาอยู่ในกรุงเทพฯ สำหรับการพักรักษาตัวในโรงพยาบาล การเริ่มทำ dilation ภายใต้คำแนะนำของทีมแพทย์ และการติดตามผลช่วงแรก ทีมงานสามารถช่วยจัดตารางและแนะนำที่พักได้ วางแผนการเดินทางได้ที่ กมลทริป



