คางเป็นส่วนที่สำคัญของใบหน้าส่วนล่าง การเพิ่มขนาดของคาง สามารถปรับรูปหน้าให้สมดุล มีแนวของกรามและคางที่สวยงาม การออกแบบรูปทรงของคางต้องคำนึงถึงรูปหน้าเดิมและเพศด้วย คางของเพศชายจะมีความกว้าง หนา และแบน ส่วนเพศหญิงจะมีคางเรียว มน และดูอ่อนหวาน ซึ่งศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดเสริมคางต้องมีความเชี่ยวชาญ และชำนาญในการปรับรูปคางให้เข้ากับใบหน้า ด้วยการเสริมคาง ตัดคาง หรือเลื่อนคาง จะเป็นการช่วยปรับรูปหน้าส่วนล่าง ให้ได้สัดส่วน และสมดุล เหมาะสมกับเพศที่ต้องการได้
การเสริมคางและการเลื่อนคาง เป็นการเพิ่มขนาดของคาง ในคนที่คางสั้นหรือสั้นมาก แต่ไม่มีปัญหาเรื่องการขบฟัน ทำให้รูปทรงของกรามและคางดีขึ้น รับกับแนวขากรรไกรและคอ โดยทั่วไปการใส่วัสดุเสริมคางด้านหน้ากระดูกคาง เพื่อเพิ่มขนาดและปรับรูปทรงของคาง ดูกลมกลืนได้สัดส่วน
ผู้ที่เหมาะสมจะผ่าตัดเสริมคาง / เลื่อนคาง
ผู้ที่มีคางเล็กและสั้น จะทำให้ใบหน้าเหมือนขาดอะไรบางส่วนไป การศัลยกรรมเสริมคาง จะช่วยทำให้สัดส่วนของใบหน้าส่วนล่างดีขึ้น ทำให้ใบหน้าดูสวยงาม มีเสน่ห์มากขึ้น ในกรณีที่คางสั้นมากๆ (Recessed Chin) การผ่าตัดเสริมคาจะเป็นการช่วยปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูดีขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้การปรับแนวคางกับแนวกราม เรียวยาวเป็นแนวเดียวกัน ทำให้เกิดความสมดุลของคางกับคอ ลดการเกิดคอสองชั้นได้ด้วย
วัสดุเสริมคาง
วัสดุที่ใช้ในการผ่าตัดเสริมคาง ได้แก่
Silicone
ซิลิโคน (Silicone) เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ใช้กันมานาน ที่ทั้งแบบสำเร็จรูป และตกแต่งเองให้พอดีกับคนไข้
ข้อดี: ของซิลิโคนคาง คือใช้กันมานาน ผลข้างเคียงน้อย
ข้อเสีย: ปรับแต่งรูปทรงยาก อาจจะเคลื่อนออกจากตำแหน่งได้ง่าย ต้องใส่สกรูยึด
e-PTFE
e-PTFE เป็นวัสดุที่ใช้สำหรับผ่าตัด หลอดเลือด หรือปิดแผลไส้เลื่อน
ข้อดี: เมื่อใส่ไปแล้ว เนื้อเยื่อจะงอกแทรกไปตามรูพรุนของวัสดุ ทำให้เหมือนเนื้อเยื่อธรรมชาติ
ข้อเสีย: การเอาวัสดุที่คางออก เมื่อต้องการแก้ไข อาจจะเลาะเอาออกยาก
PMMA customized implant
PMMA customized implant เป็นวัสดุประเภทเดียวกับ Bone cement ขึ้นรูปด้วยเทคนิค 3 มิติจากผล CT Scan
ข้อดี: จะได้ขนาด และรูปร่างพอดีที่ต้องการของคนไข้แต่ละท่าน ไม่ว่าจะกรณีที่คนไข้มีคางไม่เท่าทั้งสองข้าง ก็สามารถทำให้ใส่คางแล้วออกมาดูเท่ากันทั้งสองข้าง
ข้อเสีย: ต้องทำ CT Scan ใบหน้าก่อน แล้วเอาผลที่ได้ไปทำโมเดล ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่าย
Fat transfer
การใช้เซลล์ไขมัน (Fat transfer) เสริมคาง เป็นวิธีที่ง่าย โดยการดูดไขมันจากที่อื่น ประมาณ 20 CC. เพื่อฉีดเข้าไปที่คาง
ข้อดี: เสริมคางด้วยวิธีนี้ จะทำง่ายกว่าวิธีอื่น ๆ
ข้อเสีย: อยู่ได้ไม่นาน เสียรูปทรง เพราะไขมันสลายตัวไป
ตำแหน่งของแผลผ่าตัดเสริมคาง มี 2 แบบคือ
แผลผ่าตัดเสริมคางในปาก
เป็นการผ่าตัดเปิดแผลในปาก กว้างประมาณ 2 -3 ซม. การเปิดแผลในปาก
ข้อดี: ซ่อนการมองเห็นแผลเป็นได้ดี
ข้อเสีย: รับประทานอาหาร จำเป็นต้องทานอาหารอ่อน หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ต้องทำความสะอาดบ่อย ๆ
แผลผ่าตัดใต้คาง
เป็นการผ่าตัดเปิดแผลบริเวณใต้คาง
ข้อดี: ดูแลแผลหลังผ่าตัดง่าย
ข้อเสีย: แผลผ่าตัดใต้คางจะมองเห็นแผลเป็นได้ชัด มีโอกาสเป็นแผลเป็นนูน
การผ่าตัดเสริมคางและการฉีดฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์คืออะไร
ฟิลเลอร์ คือ สารที่มีความหนืด ใช้ฉีดเพื่อเติมเต็มรูหลุมสิวบนใบหน้า หรือรอยย่นบนใบหน้าให้อูมอิ่ม อ่อนเยาว์ การฉีดสารเติมเต็มจะอยู่ได้ชั่วคราว จะถูกดูดซึมและสลายไปเอง สารที่ใช้ฉีดเป็นฟิลเลอร์ส่วนใหญ่จะเป็น Hyaluronic acid เป็นสาร Polysaccharide ที่พบอยู่ใต้ผิวหนัง และกระดูกอ่อน หลังการฉีดจะอยู่ได้ ประมาณ 6 เดือน ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ฉีด และชนิดของฟิลเลอร์ที่ฉีดว่าเป็นแบบสังเคราะห์ หรือจากธรรมชาติ
ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์
- เป็นคล้ายเม็ดสิว
- ไม่สมดุลกัน
- ซ้ำ เขียว เลือดออก
- ผิวหนังเสียหาย ถ้าฉีดตื้นไป
- ติดเชื้อบริเวณที่ฉีด
- เป็นก้อนแข็งๆ
- ผิวหนังจะแดง หรือคัน
ผ่าตัดเสริมคางดีกว่าฉีดฟิลเลอร์ที่คางอย่างไร
- การผ่าตัดเสริมคาง จะรักษารูปทรงของคางแบบถาวร ส่วนฉีดฟิลเลอร์ รูปทรงคางจะเปลี่ยนแปลงไม่คงที่ อาจจะเกิดการไหลไปในที่อื่น
- การผ่าตัดเสริมคาง สามารถเปลี่ยนแปลงรูปทรงใหม่ได้ตามต้องการ หลังการฉีดฟิลเลอร์คาง จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ยาก
- การผ่าตัดสามารถเอาวัสดุเสริมคางออกได้ โดยคางไม่เสียรูปทรงเดิม และเอาออกได้หมดทั้งแท่ง แต่ถ้าเป็นการฉีดฟิลเลอร์ เมื่อต้องการเอาออกต้องเลาะออกและไม่สามารถเอาออกหมดได้
- การฉีดฟิลเลอร์ มีโอกาสติดเชื้อสูงเพราะบางชนิดไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
- การฉีดฟิลเลอร์ อาจจะทำให้รูปหน้าผิดรูปจากการไหลของสารที่ฉีด และควบคุมทิศทางการไหลไม่ได้
รีวิวเสริมคาง ทำคาง ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล



รีวิวเสริมคาง ทำคาง คุณมุก อายุ 22 ปี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ลักษณะเดิม: คางสั้นและยื่นน้อยเมื่อเทียบกับความกว้างของใบหน้า ทำให้ใบหน้าส่วนล่างดูกว้าง คุณมุกต้องการให้ใบหน้าส่วนล่างมีสัดส่วนสมดุลกับส่วนอื่นของใบหน้า
ผลลัพธ์: คางยื่นออกมามากขึ้น แนวกรามต่อเนื่องถึงปลายคางชัดเจนขึ้น และใบหน้าส่วนล่างได้สัดส่วนกับจมูกและโหนกแก้ม





คุณมินี่ อายุ 22 ปี — เสริมคางด้วยซิลิโคน
ลักษณะเดิม: คางสั้นมาก ปลายคางอยู่ด้านหลังแนวริมฝีปากล่าง ใบหน้าส่วนล่างจึงดูสั้นกว่าส่วนบนและส่วนกลาง
การรักษา: เสริมคางด้วยซิลิโคนหนาประมาณ 5 มิลลิเมตร
ผลลัพธ์: ความยาวและความยื่นของคางเพิ่มขึ้น สัดส่วนใบหน้าทั้ง 3 ส่วนใกล้เคียงกันมากขึ้น และเส้นกรามกับคางชัดขึ้นเมื่อมองจากด้านข้าง





คุณออย อายุ 22 ปี — ตัดเลื่อนกระดูกคาง (Sliding Genioplasty)
ลักษณะเดิม: คางหลุบหรือคางถอยมาก ปลายคางอยู่ชิดแนวลำคอ ระยะที่ต้องการเพิ่มเกินกว่าที่วัสดุเสริมจะทำได้อย่างปลอดภัย
การรักษา: ตัดกระดูกคางแล้วเลื่อนออกมาด้านหน้าประมาณ 1 เซนติเมตร ยึดด้วยเพลทและสกรู
ผลลัพธ์: ปลายคางมาอยู่ในแนวเดียวกับฐานจมูกเมื่อมองจากด้านข้าง มุมระหว่างคางกับลำคอชัดขึ้น และใบหน้าด้านข้างมีสัดส่วนสมดุล
วิธีผ่าตัดการเสริมคาง
1. ฉีดยาชา หรือให้ยาสลบ
2. เปิดแผลในปากหรือใต้คาง แล้วศัลยแพทย์จะทำการเปิดเลาะลงไปที่กระดูกคาง ทำเป็นโพรงให้วัสดุเสริมคาง ได้แก่ ซิลิโคนแท่ง, e-PTFE จัดวางตำแหน่งและรูปทรงให้พอดี สวยงาม แล้วเย็บปิดแผลในปากด้วยไหมละลาย ไม่ต้องตัดไหม
การผ่าตัดเสริมคาง เป็นวิธีที่นิยมสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมน้อย หรือปานกลาง ด้วยความสูงที่ไม่เกิน 0.5 มิลลิเมตร เป็นการผ่าตัดที่ง่าย และใช้เวลาผ่าตัดเสริมคาง ประมาณ 45 นาที
ข้อดีของการเสริมคาง
- ทำให้ใบหน้าส่วนกรามและคาง สวยได้สัดส่วนของใบหน้า
- ในกรณีคางสั้นมาก การเสริมคาง ช่วยทำให้คางสมดุล ลดการนอนกรน
- แก้ปัญหาการมีคางสองชั้น เสริมคาง ทำให้คางสองชั้นหายไป ได้รูปคางสวยชัดเจนขึ้น
การผ่าตัดเลื่อนคาง (Sliding Genioplasty)
เป็นการเพิ่มขนาดของคาง โดยการผ่าตัดเลื่อนกระดูกคาง ในกรณีคนที่กระดูกคางถอยเข้าไป แต่คางไม่เล็กจนเกินไป ไม่สามารถเสริมด้วยวัสดุเสริมคาง (Implant) ที่หนามากกว่า 5 มิลลิเมตร เพราะโอกาสจะพลิกผิดตำแหน่งสูง ถ้าต้องการให้คางยื่นออกมามากกว่านั้น ศัลยแพทย์ต้องตัดกระดูกคาง แล้วดึงเลื่อนออกมาด้านหน้า จัดให้ได้แนวที่ต้องสมดุลพอดีกับกราม แล้วยึดด้วยลวดหรือเพลท และ สกรูให้แข็งแรง แล้วเย็บด้วยไหมละลาย ตามรูปภาพที่ 4
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
การเตรียมตัวที่ดีทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้น ภาวะแทรกซ้อนน้อยลง และพักฟื้นเร็วขึ้น เริ่มจากการปรึกษาแพทย์เรื่องเป้าหมายที่คุณต้องการ
- ตรวจร่างกายและตรวจแล็บ ทั้งตรวจเลือด เอกซเรย์ปอด และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) หากอายุมากกว่า 40 ปี เพื่อยืนยันความพร้อมก่อนผ่าตัด
- งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- งดยาแก้อักเสบ เช่น แอสไพรินและไอบูโพรเฟน รวมถึงวิตามินและสมุนไพรที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
- วางแผนช่วงพักฟื้น เพราะการเคี้ยวจะลำบากได้ถึงหนึ่งสัปดาห์ ควรเตรียมอาหารเหลวและอาหารอ่อนไว้ที่บ้าน
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด
- รับประทานอาหารเหลวใน 24 ชั่วโมงแรก แล้วต่อด้วยอาหารอ่อนอีก 1 สัปดาห์
- รักษาความสะอาดในช่องปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก โดยเฉพาะกรณีที่ลงแผลในช่องปาก
- นอนหนุนศีรษะสูงเพื่อลดอาการบวมในสัปดาห์แรก
- งดสูบบุหรี่
- ใส่ผ้ารัดกระชับใบหน้าที่ได้รับตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงสองสามวันแรก แล้วใส่ต่ออีกหนึ่งสัปดาห์ เพื่อลดอาการบวม
- งดกิจกรรมหนัก 1 เดือน
- มาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง
ระยะพักฟื้น
ระยะพักฟื้นขึ้นอยู่กับวิธีที่เลือก
- เสริมด้วยวัสดุเสริม: ส่วนใหญ่กลับไปทำงานหรือเรียนได้ประมาณ 1 สัปดาห์
- ตัดเลื่อนกระดูกคาง: ควรเผื่อเวลา 2-3 สัปดาห์ เพราะเป็นการผ่าตัดกระดูกที่ขอบเขตกว้างกว่า
ทั้งสองวิธีจะมีอาการบวมเหลืออยู่อีกหลายสัปดาห์ และเนื้อเยื่อเข้าที่สมบูรณ์ในช่วงประมาณ 1-2 เดือน ผลลัพธ์สุดท้ายจะเห็นชัดเมื่ออาการบวมยุบหมด
ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อน
ทั้งสองวิธีถือว่าปลอดภัยและเป็นเทคนิคที่ใช้กันมานานเมื่อทำโดยแพทย์ที่มีคุณวุฒิ ภาวะแทรกซ้อนพบได้น้อย แต่ควรทราบไว้
- เลือดออก
- การติดเชื้อ
- การบาดเจ็บของเส้นประสาท
- อาการปวดหลังผ่าตัด
- กระดูกใต้วัสดุเสริมยุบตัวบางส่วน (bone resorption)
- ความไม่สมมาตร
- แผลเป็น ในกรณีที่ลงแผลใต้คาง
- วัสดุเสริมเคลื่อนหรือเลื่อนตำแหน่ง
- ไม่พอใจกับผลลัพธ์
- ความเสี่ยงจากการดมยาสลบ
รูปก่อนและหลังการเสริมคาง / การเลื่อนคาง




วิดีทัศน์: การเสริมคาง / การเลื่อนคาง
ทำไมความสมดุลของใบหน้าจึงสำคัญ
ความสมดุลและความสมมาตรเป็นหัวใจของความงามบนใบหน้า เมื่อคางเล็กหรือถอยเข้าไป มันกระทบใบหน้าทั้งใบ จมูกจะดูโดดเด่นขึ้น กรอบกรามดูไม่ชัด และรูปด้านข้างดูไม่ลงตัว การเพิ่มความยื่นของคางจึงให้ผลกับภาพรวมมากเกินกว่าขนาดของการผ่าตัด
นอกจากความคมชัด ความยื่นที่เพิ่มขึ้นมักทำให้รูปด้านข้างดูอ่อนวัยลง เพราะคางที่ถอยเข้าไปมักถูกอ่านว่าอายุมากกว่าจริง และยังช่วยเรื่องแนวลำคอและกรอบกราม เพราะเนื้อเยื่ออ่อนได้โครงรองรับที่ดีขึ้น
ทำไมต้องโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล
- ได้รูปทรงคางสวยงาม เป็นธรรมชาติรับกับใบหน้าของแต่ละคน ช่วยเสริมบุคลิกและความมั่นใจให้ผู้ที่ทำศัลยกรรมคาง
- คางมีขนาดและรูปทรง รับกับใบหน้าและบุคลิกของแต่ละคน เช่นคนที่มีใบหน้าใหญ่ และกว้าง คางก็จะค่อนข้างกว้างไม่แหลม ไม่ดูประหลาด
- แพทย์มีประสบการณ์ความชำนาญในการศัลยกรรมคาง ปรับแต่งแก้ไขรูปทรงคางได้หลากหลายเชื้อชาติ เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก
- ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล ทำศัลยกรรมคางด้วยแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งที่มีประสบการณ์เท่านั้น
- ใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นน้อย หลังจากทำศัลยกรรมคาง
- มีความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนหลังทำศัลยกรรมคาง / เสริมคาง ต่ำมาก
- วัสดุที่ใช้สำหรับเสริมคางได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล
- มีเครื่องมือแพทย์ที่เพียบพร้อม ทันสมัย พร้อมรับการทำศัลยกรรมคางที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งเสริมคางด้วยวัสดุเสริม หรือตัดเลื่อนกระดูกคาง ด้วยการดมยาสลบ
- เนื่องจากเป็นสถานพยาบาล ประเภทโรงพยาบาล จึงมีห้องผ่าตัดที่สามารถดมยาสลบได้ สามารถทำการผ่าตัดปรับโครงสร้างกระดูกคาง ที่ใหญ่มาก ยาวมาก กว้างมาก ให้ได้ขนาดที่เล็กลง ซึ่งจะต้องทำการผ่าตัดภายใต้การดมยาสลบเท่านั้น
- มีวิสัญญีแพทย์ตลอดระยะเวลาการทำการผ่าตัดศัลยกรรมคาง เคสต่อเคส ไม่ใช้พยาบาลดมยาสลบ ตามมาตรฐานสากล
- เป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมที่ได้มาตรฐานโลก รับรองโดย JCI สหรัฐอเมริกา
- หลังการผ่าตัดศัลยกรรมคางมีห้องพักฟื้น มีพยาบาลวิสัญญีดูแลจนปลอดภัย ถึงจะกลับห้องพัก หรือกลับบ้านได้
- สถานที่สะอาด ปลอดภัย กว้างขวาง สามารถรักษา social distancing ได้ดี มีมาตรฐานในการป้องกันการติดเชื้อและการระบาดของโรคทางเดินหายใจ เช่น COVID 19 ได้เป็นอย่างดี มีคัดกรองผู้ป่วย และมีห้องแยกผู้ป่วยแบบ Negative pressure จึงมั่นใจได้ว่าทางโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล สะอาด และปลอดภัย
คำถามที่พบบ่อย
เสริมคางช่วยอะไรกับใบหน้า
เป็นการเพิ่มความยื่นและความคมชัดของคาง ทำให้รูปด้านข้างสมดุลขึ้น หากคุณรู้สึกว่าคางเล็ก ถอยเข้าไป หรือไม่ได้สัดส่วนกับส่วนอื่นของใบหน้า การเสริมคางช่วยจัดใบหน้าส่วนล่างให้เข้าที่
ควรเลือกวัสดุเสริมคางแบบไหน
แต่ละวัสดุมีจุดเด่นต่างกัน
- ซิลิโคน: ใช้มานานที่สุด และถอดหรือเปลี่ยนได้ง่ายที่สุด
- e-PTFE (Gore-Tex) และ Medpor: มีรูพรุนให้เนื้อเยื่องอกแทรกเข้าไปยึดวัสดุไว้แน่น แต่ทำให้ถอดออกยากกว่า
- PMMA แบบสั่งทำเฉพาะบุคคล: ขึ้นรูปจากผล CT Scan ใบหน้า จึงเหมาะกับคางที่ไม่เท่ากันสองข้าง แต่ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ใส่ซิลิโคนคางแล้ว ถอดหรือเปลี่ยนภายหลังได้ไหม
ได้ ซิลิโคนส่วนใหญ่ถอดหรือเปลี่ยนผ่านแผลเดิมได้ไม่ยาก ส่วนวัสดุที่มีรูพรุน เช่น e-PTFE และ Medpor จะยึดติดกับเนื้อเยื่อ การถอดออกจึงซับซ้อนกว่า ถ้าคิดว่าอาจต้องการปรับขนาดในอนาคต ควรแจ้งแพทย์ในวันปรึกษา เพราะมีผลต่อการเลือกวัสดุ
เสริมคางพร้อมเสริมกรามหรือทำ FFS ได้ไหม
ได้ และเป็นแผนที่ทำร่วมกันบ่อยมาก การเสริมคางมักวางแผนคู่กับการเสริมกรามเพื่อให้ใบหน้าส่วนล่างมีเส้นสายครบ หรือรวมอยู่ในแผนศัลยกรรมปรับรูปหน้าให้เป็นผู้หญิงหรือปรับรูปหน้าให้ดูเป็นผู้ชาย การทำพร้อมกันในการดมยาครั้งเดียวยังหมายถึงการพักฟื้นรอบเดียว (ดูรายละเอียด FFS และหน้าเสริมกราม)
วัสดุเสริมจะเคลื่อนไหม
การเคลื่อนของวัสดุเสริมเป็นความเสี่ยงที่พบได้ แต่ไม่บ่อย ในกรณีที่เสริมปริมาณมาก แพทย์จะยึดวัสดุด้วยสกรูเพื่อป้องกันการเคลื่อน การงดกิจกรรมหนักและเลี่ยงการกระทบกระเทือนบริเวณคางในช่วงแรกช่วยลดความเสี่ยงนี้
เสริมคางช่วยลดเหนียงได้ไหม
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน
การใส่วัสดุเสริมและการตัดเลื่อนกระดูกให้ผลถาวร ใบหน้าโดยรอบยังเปลี่ยนไปตามวัยตามธรรมชาติ และกระดูกใต้วัสดุเสริมอาจยุบตัวเล็กน้อยเมื่อเวลาผ่านไป แต่แทบไม่มีผลต่อรูปทรงที่มองเห็น ส่วนการเติมไขมันต่างออกไป เพราะไขมันบางส่วนจะสลายตัวตามเวลาและอาจต้องเติมเพิ่ม
อยู่ต่างจังหวัด ต้องพักในกรุงเทพฯ นานเท่าไร
ถ้าเสริมคางด้วยวัสดุเสริมภายใต้ยาชา ควรพักในกรุงเทพฯ ประมาณ 7 วันเพื่อตรวจแผลและติดตามผล ถ้าตัดเลื่อนกระดูกคาง ควรเผื่อเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เพราะเป็นการผ่าตัดกระดูกและบวมมากกว่า ประเทศไทยเป็นจุดหมายด้านศัลยกรรมใบหน้าชั้นนำของเอเชีย และกมลทริปช่วยจัดที่พักใกล้โรงพยาบาลให้ได้