คุณกำลังวางแผนเดินทางมาไทยอยู่หรือไม่? ดู Kamol Trip หรือ ติดต่อเรา

การผ่าตัดปรับเสียงให้เป็นหญิง / VFS

ปรับระดับเสียงและกล่องเสียงทางการแพทย์ ให้เสียงสูงขึ้นและนุ่มนวลขึ้น สนับสนุนอัตลักษณ์ทางเพศ และการแสดงออกของตนเอง
เสียงเป็นสิ่งบ่งบอกเพศอย่างหนึ่ง เวลาพูดจะทราบได้ทันทีว่าเป็นเสียงของผู้หญิงหรือผู้ชาย เสียงของผู้ชายจะทุ้มต่ำและห้าว ส่วนเสียงของผู้หญิงจะเล็กแหลม เสียงสามารถบอกถึงความเป็นเพศชายและความเป็นเพศหญิง คนข้ามเพศจะมีปัญหาด้านเสียง เพราะมีเสียงพูดที่ไม่ตรงกับเพศที่ต้องการ คนข้ามเพศที่ได้รับการผ่าตัดแปลงเพศชายเป็นหญิงแล้ว หากยังมีเสียงพูดทุ้มต่ำอยู่ จะทำให้คนฟังสงสัยว่าคนพูดเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ทำให้หญิงข้ามเพศไม่สบายใจ ไม่มั่นใจในการพูดคุยหรือสื่อสาร และหวาดกลัวที่จะถูกคุกคามทางเพศ หญิงข้ามเพศบางคนพยายามดัดเสียงให้แหลม และพูดเสียงขึ้นจมูก ทำให้เหนื่อยเวลาพูด เพราะต้องฝืนจนดูไม่เป็นธรรมชาติ ต้องออกแรงบีบปอด หน้าอก แล้วพยายามยกโคนลิ้นให้สูงขึ้น เพื่อให้ได้เสียงเล็กแหลม และขึ้นจมูกตามต้องการ

การผ่าตัดเปลี่ยนเสียง ชายให้เป็นหญิง (Voice Feminization Surgery: VFS)

 การออกเสียงเกิดจากอากาศในช่องอกผ่านกล่องเสียง (Larynx) ที่มีเส้นเสียง (Vocal Cord) สองเส้นประกบคู่กัน การสั่นของเส้นเสียงทำให้เกิดเสียง เส้นเสียงจะมีความยาวประมาณ 12-14 มิลลิเมตร ผู้ชายจะมีเส้นเสียงยาวกว่าผู้หญิง ความถี่ของการสั่นสำหรับเส้นเสียงผู้ชายจะต่ำกว่า 200 เฮิรตซ์ ส่วนความถี่ของการสั่นสำหรับเส้นเสียงของผู้หญิงจะสูงกว่า 200 เฮิรตซ์ เส้นเสียงจะเจริญเติบโตจนถึงอายุ 17 ปี หลังจากนั้น เส้นเสียงจะเสื่อมตามวัยและการใช้งาน
ดังนั้น หญิงข้ามเพศทุกคนที่เสียงต่ำ ต้องผ่าตัดเปลี่ยนเสียง ซึ่งในบางประเทศเห็นความสำคัญของการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงในหญิงหรือชายข้ามเพศ เพื่อป้องกันการถูกข่มขู่คุกคามทางเพศ บริษัทประกันหรือสวัสดิการสังคมของบางประเทศ ทั้งในทวีปยุโรปและทวีปอเมริกา จ่ายค่าผ่าตัดเปลี่ยนเสียงให้กับหญิงหรือชายข้ามเพศด้วย

เทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนเสียง ชายให้เป็นหญิง

เป้าหมายของการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงชายให้เป็นหญิง คือการทำให้หญิงข้ามเพศมีเสียงเล็กแหลม เพิ่มความถี่ของเสียงให้มากขึ้นในช่วงความถี่ของเสียงผู้หญิง ด้วยการผ่าตัดเส้นเสียงให้ตึงและสั้นลง เพื่อให้การพูดออกเสียงมีจังหวะ เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องฝืน และดัดเสียงอีกต่อไป หลังผ่าตัด คนไข้ต้องฝึกออกเสียง และฝึกพูดกับนักอรรถบำบัด (Speech Therapist) ประมาณ 3 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อปรับการออกเสียง และจังหวะการพูดให้เป็นธรรมชาติ โดยเทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงชายให้เป็นหญิง มีดังนี้

1. การผ่าตัดเปลี่ยนเสียงด้วยเทคนิคเจาะเยื่อไครโคไทรอยด์ (Cricothyroid Approximation: CTA, Thyroplasty type IV)

1710133372 65ee907c177d3
รูปที่ 1: กายวิภาคของกล่องเสียง
1710133362 65ee907227b04
รูปที่ 2: เทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงด้วยวิธีเจาะเยื่อไครโคไทรอยด์ และผลการผ่าตัด
เป้าหมายของการผ่าตัดเปลี่ยนเสียง ด้วยเทคนิคเจาะเยื่อไครโคไทรอยด์นี้ คือการเย็บกระดูกอ่อนไทรอยด์ (Thyroid Cartilage) ให้ติดกับกระดูกอ่อนไครคอยด์ (Cricoid) บริเวณกล่องเสียงด้วยไหมไม่ละลาย ทำให้เส้นเสียงตึงขึ้น ความถี่ของเสียงจึงสูงขึ้น โดยไม่ทำอะไรกับเส้นเสียง เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดแผลเป็น (Scar) ที่เส้นเสียง เพราะแผลเป็นทำให้เส้นเสียงสั่นไหวน้อยลง ซึ่งจะมีผลข้างเคียงมาก เช่น เสียงแหบ ออกเสียงไม่เป็นธรรมชาติ
การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 40-50 นาที คนไข้ต้องดมยาสลบ แพทย์จะเปิดแผลที่รอยพับของคอ ประมาณ 2 เซนติเมตร การผ่าตัดเปลี่ยนเสียงจะทำพร้อมกับการกรอกระเดือก เพื่อปรับระดับกระเดือกให้พอดีกับลำคอ บางครั้งเมื่อกรอกระเดือกเรียบร้อยแล้ว จึงผ่าตัดกล่องเสียง การเย็บกระดูกอ่อนที่กล่องเสียง อาจทำให้กระเดือกอยู่สูงเกินไปจนต้องปรับแก้ไข การผ่าตัดเปลี่ยนเสียงไม่ต้องเปิดแผลเพิ่ม แผลจะหายภายใน 2-3 เดือน

ข้อดี

  • เทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงไม่ไปรบกวนเส้นเสียง ไม่ทำให้เกิดแผลเป็นที่เส้นเสียง หลีกเลี่ยงเสียงแหบถาวร (Hoarseness)
  • สามารถแก้ไขให้เสียงเหมือนเดิมได้ หากไม่พอใจเสียงใหม่ที่ได้รับ
  • เทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนเสียง สามารถทำร่วมกับการกรอกระเดือกโดยใช้แผลเดียวกัน

ข้อเสีย

  • ต้องเปิดแผลที่ใต้คาง
  • ในระยะยาว อาจกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ แต่โอกาสน้อยมาก

2. การผ่าตัดเปลี่ยนเสียงด้วยเทคนิคผ่าตัดกล่องเสียง (Open laryngoplasty with anterior vocal fold shaving technique)

649f889429002 1
รูปที่ 3: รูปแสดงการเปลี่ยนเสียงด้วยเทคนิคผ่าตัดกล่องเสียง
649f8894290e4 1
รูปที่ 4: รูปแสดงเส้นเสียงก่อนและหลังการผ่าตัดเปลี่ยนเสียง
เทคนิคการผ่าตัดกล่องเสียง เพื่อเปลี่ยนเสียงให้แหลมขึ้น ด้วยการตัดกระดูกอ่อนเหนือกระดูกอ่อนไทรอยด์ของกล่องเสียง โดยแต่ละข้างห่างจากแกนกลางของกล่องเสียง 2-4 เซนติเมตร เพื่อดึงเส้นเสียงมาเย็บเข้าหากันที่ตำแหน่งด้านหน้าของกล่องเสียง และเพื่อลดขนาดของเส้นเสียง ทำให้เส้นเสียงตึงขึ้น เสียงจะแหลมเล็กขึ้น เราสามารถลดขนาดของกระเดือก พร้อมกับการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงด้วย ผลการผ่าตัดทำให้เสียงแหลมขึ้น 2-3 สัปดาห์หลังผ่าตัด ในบางกรณี คนไข้อาจมีเสียงแบบเดิม แต่เป็นไปได้น้อยมาก

ข้อดี

  • พูดออกเสียงเป็นธรรมชาติกว่าเทคนิคการผ่าตัดแบบเจาะกระดูกอ่อนไทรอยด์
  • ขนาดของกล่องเสียงหลังผ่าตัด จะใกล้เคียงกับกล่องเสียงของเพศหญิง
  • เทคนิคนี้ ทำให้คนไข้สามารถออกเสียงได้สูงกว่าเทคนิคการผ่าตัดแบบเจาะกระดูกอ่อนไทรอยด์

ข้อเสีย

  • มีโอกาสเกิดเสียงแหบหลังผ่าตัด
  • เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางหลอดลม หลังผ่าตัด 
  • ใช้เวลาผ่าตัดนานกว่าและซับซ้อนกว่า 
  • ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเปลี่ยนเสียง ชายให้เป็นหญิง

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงชายให้เป็นหญิง คนไข้ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้
  • หยุดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพราะจะมีผลต่อภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
  • หยุดรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด และหลอดเลือด เช่น ยาแอสไพริน หรือยาแก้ปวดบางชนิด
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก่อนและหลังผ่าตัด 7 วัน
  • พบแพทย์ หู คอ และจมูก เพื่อตรวจระดับเสียงและลักษณะของเส้นเสียง ด้วยเครื่อง Laryngostroboscope และแจ้งให้แพทย์ทราบถึงยาที่คนไข้ใช้เป็นประจำ
  • พบนักอรรถบำบัด (Speech Therapist) เพื่อฟื้นฟูการพูด

การดูแลหลังผ่าตัดเปลี่ยนเสียง ชายให้เป็นหญิง

  • วันที่ 1-7 หลังผ่าตัด งดใช้เสียงเด็ดขาด รับประทานแต่อาหารอ่อนเท่านั้น
  • วันที่ 3-5 หลังผ่าตัด ดื่มน้ำมาก ๆ ไม่ทำให้คอแห้ง พ่นยาและน้ำ เพื่อให้เส้นเสียงชุ่มชื้น เสียงจะได้ไม่แหบแห้ง
  • วันที่ 8-10 หลังผ่าตัด พบแพทย์เพื่อตรวจการทำงานของเส้นเสียงและกล่องเสียง ดูการเปลี่ยนแปลงของเสียง และพบนักอรรถบำบัด (Speech Therapist) เพื่อเรียนรู้วิธีการออกเสียงแบบผู้หญิงอย่างเป็นธรรมชาติ
  • พบแพทย์เพื่อติดตามผลการรักษาทุก 1 เดือน, 3 เดือน, 6 เดือน และ 12 เดือน

หมายเหตุ การผ่าตัดเปลี่ยนเสียง ชายให้เป็นหญิง

 การผ่าตัดเปลี่ยนเสียง จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับลักษณะของเส้นเสียง และทางเดินของเสียง (Vocal Tract) ของคนไข้ การเป็นกรดไหลย้อนจะมีผลต่อการผ่าตัดเปลี่ยนเสียง หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การรับสารเคมี การบริโภคกาแฟ ช็อกโกแลต เปปเปอร์มิ้นต์ น้ำอัดลม โซดา อาหารที่เป็นกรด และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด หลีกเลี่ยงการใช้เสียงอย่างเด็ดขาดในช่วง 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด เพื่อให้เส้นเสียงได้พักฟื้น และจะทำให้เสียงที่ได้หลังผ่าตัดมีคุณภาพ เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์แล้ว คนไข้จะสามารถพูดได้บ้าง (10 นาทีถึง 1 ชั่วโมง)

ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดเปลี่ยนเสียง

  • มีเลือดออก
  • ติดเชื้อ
  • มีรอยแผลเป็น
  • เสียงที่ได้หลังการผ่าตัดอาจไม่เป็นไปตามความคาดหวังของคนไข้
  • เส้นเสียงแตก หรือเนื้อเยื่อรอบ ๆ ฉีกขาด
  • พูดลำบาก เนื่องจากการบวม
  • ความเสี่ยงจากการดมยาสลบ         

วีดิทัศน์ การผ่าตัดเปลี่ยนเสียงชายให้เป็นหญิง

การฝึกพูดแบบเพศหญิงสำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนเสียง ชายเป็นหญิง ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล

การออกเสียงให้เป็นผู้หญิง เป็นสิ่งสำคัญสำหรับหญิงข้ามเพศ คนที่แปลงเพศและเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาให้เป็นผู้หญิงแล้ว ก็ยังไม่มั่นใจที่จะเป็นผู้หญิงอย่างแท้จริง เพราะมีปัญหาเรื่องเสียง การพูดคุยทำให้รู้ว่าไม่ใช่ผู้หญิงแท้แต่กำเนิด บางคนผ่าตัดเปลี่ยนเสียงแล้ว แต่แย่กว่าเดิม เสียงแหบเป็นเป็ดเลยก็มี หรือออกเสียงไม่ได้ก็มี
โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล มีนักอรรถบำบัดสอนให้คนไข้ฝึกพูด ฝึกการใช้ท่าทาง การเน้นเสียง การแสดงอารมณ์ทางสีหน้าให้เป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องเค้นเสียงพูดออกมา เพราะถ้าเค้นเสียงพูดนาน ๆ คนไข้จะเหนื่อย คนไข้สามารถนัดหมายนักอรรถบำบัด แล้วกลับไปฝึกพูดต่อที่บ้าน หรือหน้ากระจก การฝึกพูดบ่อย ๆ จะทำให้มีเสียงพูด ท่วงทำนอง ท่าทาง เหมือนผู้หญิงตามธรรมชาติ ทำให้หญิงข้ามเพศมั่นใจในการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น
1710756550 65f812c686dd0
1710756564 65f812d4348a4
1710756579 65f812e3d0f58
การฝึกพูดแบบเพศหญิง เป็นการรักษาเพื่อปรับแต่งให้เสียงพูดคล้ายเสียงของผู้หญิง การฝึกพูดด้วยเสียงของผู้หญิง ต้องทำก่อนและหลังการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงชายให้เป็นหญิง เพื่อให้คนไข้สามารถควบคุมการพูดอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนการผ่าตัดคนไข้ต้องรับการประเมินและการปรับแต่งเสียง เพื่อให้พูดด้วยเสียงที่เหมาะสม และหลังการผ่าตัดคนไข้ก็ต้องเรียนรู้วิธีการทำให้เสียงพูดคล้ายเสียงของผู้หญิง และวิธีการพูดอย่างเป็นธรรมชาติ คนไข้จะได้รับการดูแลจากนักอรรถบำบัดที่เชี่ยวชาญ ซึ่งจะฝึกให้คนไข้พูดจนเสียงพูดคล้ายเสียงของผู้หญิง การฝึกพูดโดยไม่มีนักอรรถบำบัดดูแล อาจทำให้เส้นเสียงบวมและล้มเหลว

การฝึกพูดแบบเพศหญิง ก่อนและหลังผ่าตัดเปลี่ยนเสียง ชายเป็นหญิง

หนึ่งสัปดาห์ก่อนการผ่าตัดเปลี่ยนเสียง คนไข้ต้องมาพบนักอรรถบำบัด เพื่อซักซ้อมวิธีการพูดออกเสียง เพราะคนไข้บางคนติดการออกเสียงขึ้นจมูก ดังนั้น การพบนักอรรถบำบัดจึงสามารถตรวจสอบว่าคนไข้พูดแบบบีบเสียงขึ้นจมูกก่อนการผ่าตัดหรือไม่ หลังผ่าตัดคนไข้ควรออกเสียงตามธรรมชาติ โดยออกเสียงผ่านเส้นเสียงโดยไม่บีบปอดและหน้าอก ปรับพฤติกรรมโดยไม่ออกเสียงขึ้นจมูกอีกต่อไป การบีบปอดและหน้าอกจะทำให้คนไข้เป็นโรคหัวใจ
ดังนั้น การพบนักอรรถบำบัดจึงทำให้คนข้ามเพศมีสุขภาพที่ดี มีการฝึกการออกเสียงอย่างเป็นธรรมชาติ การฝึกออกเสียงอย่างถูกต้อง จะทำให้คนไข้มีเสียงเป็นธรรมชาติและคล้ายเพศหญิง การพบนักอรรถบำบัดในแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

เหตุผลที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล ได้รับความนิยมเรื่องการผ่าตัดเปลี่ยนเสียง ชายเป็นหญิง

ผู้คนจากหลากหลายประเทศทั่วโลก นิยมมาผ่าตัดเปลี่ยนเสียงชายให้เป็นหญิง ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล ด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้
  1. โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล มีศัลยแพทย์ผ่าตัดตกแต่งที่มีชื่อเสียง มากด้วยประสบการณ์ ทักษะ และความชำนาญในด้านศัลยกรรมความงาม ดังนั้น คนไข้จะได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ระหว่างเข้ารับการรักษา
  2. โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล ใช้เทคนิคและเทคโนโลยีอันทันสมัยในการผ่าตัดเปลี่ยนเสียง จากชายเป็นหญิง ทำให้คนไข้มีเสียงพูดคล้ายเพศหญิง
  3. โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล มีคนไข้ที่ได้รับผลสำเร็จจากการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงชายเป็นหญิง ดังจะเห็นได้จากวีดิทัศน์ของคนไข้ผู้มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงชายเป็นหญิง
  4. โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล ให้บริการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงชายเป็นหญิง ด้วยเทคนิคที่หลากหลาย และวางแผนการรักษาร่วมกับคนไข้ เพื่อให้การบริการตอบสนองต่อความต้องการของคนไข้ และบรรจุถึงสิ่งที่คนไข้ต้องการมากที่สุด

ทำไมโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล จึงเป็นจุดหมายปลายทางของการผ่าตัดเปลี่ยนเสียง ชายเป็นหญิง

ผู้คนมากมายจากหลากหลายประเทศต้องการเดินทางมาที่ประเทศไทย เพื่อทำการผ่าตัด รักษาพยาบาล เนื่องจากประเทศไทยมีแพทย์ฝีมือดีระดับโลก การดูแลเอาใจใส่ที่ได้มาตรฐาน การพยาบาลที่ดีกว่าหลายประเทศชั้นนำทั่วโลก อีกทั้งค่ารักษาพยาบาลไม่แพง เมื่อเทียบกับคุณภาพและการรักษา โดยไม่ต้องรอคิวนาน
ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมลก็เป็นจุดหมายปลายทาง ของการทำศัลยกรรมตกแต่งและแปลงเพศอีกด้วย เพราะคุณภาพและการบริการระดับมาตรฐานสากล ตลอดจน ทักษะความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทำให้ผลการผ่าตัดรักษาดี ผู้รับบริการจึงบอกต่อ 
นอกจากนี้ ยังมีบริการให้การดูแลรักษาชั้นเยี่ยม ในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานระดับโลก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายในราคาประหยัด ยิ่งไปกว่านั้น ยังดูแลการพักฟื้นหลังการผ่าตัดรักษาทั้งในโรงแรมหรู และในเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ ด้วยเหตุนี้ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล จึงเป็นจุดหมายปลายทางของการทำศัลยกรรมตกแต่ง

Related procedures

Peritoneum Vaginoplasty min
สร้างช่องคลอดโดยใช้เนื้อเยื่อเยื่อบุช่องท้อง ให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ความลึก และความสวยงาม สำหรับการสร้างอวัยวะเพศตามการเปลี่ยนเพศ
ศัลยกรรมชายเป็นหญิง
ก้าวแรก..สู่ตัวตนที่เราเลือก

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ที่ประกอบด้วย แพทย์ ศัลยแพทย์ จิตแพทย์  สูตินรีแพทย์ และผู้ที่มากประสบการณ์หลากหลายสาขา ของเรา พร้อมรับฟัง ให้คำแนะนำ และดูแลคุณด้วยความรัก ความเข้าใจ อย่างอบอุ่น  ในทุกช่วงของการปรับชีวิตให้สมบูรณ์แบบ สู่ตัวตนที่เราเลือก ติดต่อเราได้ตลอดเวลา เพื่อปรึกษาและหาทางเลือกที่เหมาะกับคุณ